ไวรัสคอมพิวเตอร์ ตัวอันตรายที่ป้องกันได้

          ในยุคที่คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวัน คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือให้เราทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ในขณะเดียวกับเราก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์อย่างชาญฉลาดด้วย อย่าปล่อยให้ไวรัสคอมพิวเตอร์มารุกราน และเป็นตัวปัญหาในการทำงานของเรา

           ต่อไปนี้เป็นวิธีป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ที่คุณเองก็สามารถทำได้ง่าย ๆ

  1. ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้ เพื่อที่จะได้อัพเดตฐานข้อมูลไวรัส (definition) และเครื่องมือ (engine) ที่ สามารถตรวจจับและจัดการกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ในคราวเดียว
  2. อย่าตั้งค่าให้อีเมลเปิดไฟล์แนบท้ายอัตโนมัติ เพราะไวรัสจะเข้ามาโดยอัตโนมัติเช่นกัน
  3. สแกนไฟล์แนบท้ายของอีเมลทุกฉบับ แม้ว่าเพื่อนของคุณจะเป็นคนส่งให้ก็ตาม อย่าได้ไว้วางใจ เพราะเจ้าไวรัส หนอน ม้าโทรจันทั้งหลาย มักแฝงมากับอีเมลของคนใกล้ชิดคุณเสมอ
  4. ตั้งค่าโปรแกรมป้องกันไวรัสให้ทำงานทันทีที่เปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการป้องกันตลอดเวลาที่ใช้งาน ตั้งแต่เปิดเครื่องจนกระทั่งปิดเครื่อง
  5. อัพเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรอัพเดตทุกครั้งที่ออนไลน์ เพราะไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน
  6. อย่าดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแวร์ สกรีนเซฟเวอร์ เกม และโปรแกรมประเภท.exe หรือ.com เพราะพีซีของคุณอาจได้ไวรัสแถมมาด้วย แต่หากต้องการดาวน์โหลดจริงๆ ก็ให้สร้างโฟลเดอร์เฉพาะไว้ต่างหาก และอย่าลืมสแกนหาไวรัสก่อนเปิดใช้งาน
  7. อย่าบูตพีซีด้วย flash drive เพราะเป็นพาหะสำคัญในการแพร่ระบาดของไวรัส เมื่อใช้งานเสร็จ ให้ดึง flash drive ออกทุกครั้ง อย่าเผลอคาไว้ในเครื่องโดยเด็ดขาด
  8. ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ห้ามใช้ flash drive ร่วมกัน อย่ายืม flash drive คนอื่น และอย่าให้ใครยืม flash drive ของคุณด้วย คุณอาจเขียนชื่อของคุณติดบน flash drive ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสับสน
  9. ก่อนใช้งาน flash drive จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องสแกนไวรัสทุกครั้ง โดยเฉพาะหากคุณต้องใช้ flash drive ในการนำข้อมูลจากพีซีเครื่องหนึ่งมาใส่ในอีกเครื่องหนึ่ง
  10. ใช้ความรู้สึกส่วนตัวช่วยตัดสินใจ เช่น หากไม่แน่ใจว่าไฟล์แนบท้ายปลอดภัยหรือเปล่า ควรลบทิ้งไปเลย ยิ่งมาจากแหล่งที่ไม่คุ้นเคยก็อย่าดาวน์โหลดโดยเด็ดขาด

          เพียงคุณไม่ประมาทก็สามารถป้องกันไวรัสตัวร้ายได้ คุณจะได้ไม่ต้องหัวเสียกับการที่ข้อมูลถูกทำลาย หรือต้องคอยลุ้นระทึกว่าจะกู้ไฟล์งานกลับมาได้หรือไม่ …กันไว้ดีกว่าแก้…วลีนี้ยังคงใช้ได้ดีเสมอ

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ