คิดก่อนโพสต์โซเชียลฯ ระวังกระทบงาน

โพสต์โซเชียลกระทบงาน

          หลาย ๆ คนคิดว่า Social Network ช่องทางต่าง ๆ นั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เราจะทำอย่างไรกับมันก็ได้ แต่หันมาลองคิดอีกทีดีกว่านะคะ ที่ว่าส่วนตัว มันส่วนตัวจริง ๆ หรือส่วนตัวแบบสาธารณะกันแน่ เพราะไม่ว่าคุณจะโพสต์ หรือแชร์อะไรลงไปก็ตาม คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครับ เพื่อน ๆ หรือคนทั่วไปในโซเชียลฯ ก็เห็นกันหมดค่ะ

แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า “ส่วนตัว” ได้จริง ๆ หรอคะ? ฉะนั้นคงต้องระวังกันหน่อยแล้วค่ะ เพราะมีหลายกรณีมันถึงกับทำให้คุณตกงานได้เลยนะคะ โดยเรื่องที่ควรระวังให้มาก ๆ มี ดังนี้ค่ะ

บ่นเรื่องที่ทำงาน

          ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน ความไม่พอใจในระบบการทำงาน เบื่อเจ้านาย ลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ และโดยเฉพาะเรื่องเงินเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ปิดเป็นความลับเฉพาะคุณ กับบริษัท เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ระหว่างที่ทำงาน และตัวคุณเอง อีกทั้งเคยมีกรณีในต่างประเทศด้วย เมื่อชายคนหนึ่งโพสต์เกี่ยวกับเงินเดือนของเขาว่ามันน้อยเกินไป และถึงแม้จะลบข้อความนี้ออกไปแล้วในภายหลัง แต่ทางบริษัทก็ยังไล่เขาออก ในข้อหาให้ร้ายบริษัท

Check in ที่ทำงานพร้อมระบายความในใจ

          ควรระวังการระบายทุกความรู้สึกลงในโลกอินเตอร์เน็ตเพราะมันแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะความรู้สึกในแง่ลบ มีหญิงสาวคนหนึ่งในไทย check in ในโซเชียลฯ เป็นที่ทำงานของเธอ พร้อมกับระบายว่าช่างเป็นวันที่น่าเบื่อจริง ๆ หลังจากนั้น 2 วัน ผู้จัดการฝ่ายภูมิภาคเอเชียของบริษัทถึงขนาดบินจากฮ่องกงมาไทย เพื่อเซ็นใบเชิญออกจากงานให้กับเธอ ถ้าไม่อยากรับเกียรตินี้ ขอให้ระวังด้วยนะคะ

ความสูญเสียเป็นเรื่องเศร้า ไม่ใช่มุขตลก

          เพราะการนำเรื่องการเสียชีวิต หรือการสูญเสียต่าง ๆ มาเป็นเรื่องตลกนั้นเป็นการไม่ให้เกียรติผู้สูญเสียและญาติของพวกเขา โดยมีดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันคนหนึ่ง นำเหตุการณ์สึนามิปี 2011 ในประเทศญี่ปุ่นมาเล่นตลกผ่านโซเชียลฯ และจากนั้นเขาก็ถูกปลดออกจากงานต่าง ๆ ที่เขาทำอยู่ เพราะความสูญเสียเป็นเรื่องที่ส่งผลถึงจิตใจ ดังนั้นไม่ควรหยิบเรื่องราวเหล่านี้มาเล่นตลก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีประสงค์ร้ายก็ตาม

ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น

          ระวังการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อน ในเชิงดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น อาทิ เชื้อชาติ สีผิว ฯ ยกตัวอย่างหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศแถบแอฟริกา แล้วเธอก็ได้โพสต์ข้อความไม่ควรที่เกี่ยวกับสีผิว และการติดเชื้อเอดส์ และทิ้งท้ายด้วยข้อความว่าเป็นเรื่องล้อเล่นในโซเชียลฯ ส่วนตัวของเธอ และถูกแพร่กระจายไปทั่วโลก หลังจากที่เธอถึงแอฟริกาได้ไม่นาน เธอก็ถูกปลดออกจากงานทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามุขนั้นมันไม่ตลก และคนอีกครึ่งโลกที่ไม่ได้ขำไปกับมัน

โพสต์พฤติกรรมน่ารังเกียจ

          ไม่มีองค์กรไหนต้องพนักงานที่มีพฤติกรรมเป็นที่น่ารังเกียจอยู่ในองค์กร เพราะพฤติกรรมเหล่านั้นจะทำลายภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และไม่สามารถดึงกลับมาดีดังเดิมได้ในเวลาอันสั้น ดังกรณีของชายคนหนึ่งที่ได้โพสต์ภาพเขาปัสสาวะลงอาหารผ่านโซเชียลฯ ของเขา และแน่นอนว่าภาพอันแสนสะอิดสะเอียนนั้นได้รับการต่อต้านจากกระแสสังคมอย่างรุนแรง โดยถึงแม้เขาพยายามจะอ้างว่าไม่ได้เอาอาหารจานนั้นไปเสิร์ฟก็ตาม เขาก็ถูกไล่ออกในเวลาต่อมาอยู่ดี

โกหก และลืม

          กรณีนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้โกหกที่ทำงานแบบแนบเนียน เพียงแต่เพื่อความสบายใจของทั้ง 2 ฝ่ายนั้น สิ่งที่ได้เห็นทั้งในโลกแห่งความจริง และโลกโซเชียลฯ ก็ควรจะสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่บอกที่ทำงานว่าป่วย นอนอยู่บ้าน หรือโรงพยาบาล แต่รูปในโซเชียลฯ ทั้งแดนซ์ ทั้งดื่ม อย่างเมามันอยู่ริมทะเล กลับมาจากป่วยการเมืองแล้ว อาจได้พักยาวก็เป็นได้

          Social Network เป็นสื่อที่มีประโยชน์ ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และรวดเร็วมาก ซึ่งในความรวดเร็วของมันนั้นอาจทำให้เจ้าของพื้นที่สื่อโซเชียลฯ นั้น อาจจะไม่ทันยั้งคิด หรือไตร่ตรองก่อนที่จะโพสต์อะไรลงไป เพราะสิ่งที่โพสต์ลงไปนั้นจะอยู่ในโลกโซเชียลนั้นไปนานแสนนาน ทางที่ดีนั้น เราควรใช้สื่อเหล่านี้ในทางสร้างสรรค์ และช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องงานในยุคดิจิทัลนี้จะดีกว่า

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

4 วิธีบริหารภาพลักษณ์บนสื่อออนไลน์

ทำไมบริษัทถึงบล็อกโซเชียลมีเดียในที่ทำงาน