ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนเปลี่ยนงานใหม่

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายคน ต้องเคยประสบปัญหาเบื่อที่ทำงานเก่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องคน หรือเรื่องจิปาถะต่างๆ ที่พาลให้เกิดอาการเบื่อ อยากส่งเรซูเม่ไปบริษัทใหม่รัวๆ แต่เราก็เชื่อว่ามีอีกคนหลายคนเหมือนกันที่ยังลังเลว่า ออกจากออฟฟิศเก่าไป แล้วออฟฟิศใหม่จะดีจริงไหม หรือจะหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่านะ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีถามใจตัวเองกันให้แน่ชัด ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน ว่าแท้ที่จริงแล้ว ตัวเราเองควรเปลี่ยนงานจริงไหม

ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนเปลี่ยนงาน
ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนเปลี่ยนงาน

เปิดสถิติการเปลี่ยนงาน

 

โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนงานส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี เพราะมีบางคนบอกว่า ถ้าทำงานที่เดิมๆ ไปนานกว่านี้ อาจรู้สึกหมดไฟในการทำงาน เบื่องาน และมีความสุขในการทำงานน้อยลง แต่ถ้าออกจากงานเดิมเร็วกว่านี้ ก็กลัวว่าประสบการณ์การทำงานจะยังไม่มากพอในการไปสมัครงานที่ใหม่

 

หากวัดจากสถิติการลาออกกลับพบว่า 50% เป็นเด็กจบใหม่หรือเพิ่งเริ่มต้นชีวิตมนุษย์เงินเดือนในปีแรก เนื่องจากเด็กจบใหม่อาจจะยังไม่ประสบการณ์แก่กล้าพอในโลกของการทำงาน และเมื่อต้องเจอปัญหาอันหลากหลายที่ไม่เหมือนกับชีวิตในวัยเรียน ก็อาจเกิด Culture Shock และว่าการย้ายที่ทำงานน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

แต่สุดท้ายแล้ว มักมีหลายคนบ่นว่าไม่น่าลาออกจากที่เก่าเลย เพราะพอมาอยู่ที่ใหม่ ก็เจอปัญหาเดิมๆ ไม่ต่างกัน หรือบางทีอาจแย่กว่าด้วยซ้ำ ครั้นจะกลับไปที่เก่าก็ลำบากใจ

 

มุมมองต่อคนที่เปลี่ยนงานบ่อย

 

การเปลี่ยนงานบ่อย บางทีก็อาจะถูกมองได้หลายแง่ทั้งดีและไม่ดี ทั้งในสายตาของฝ่ายบุคคล เพื่อนร่วมงาน หรือบริษัทต่างๆ โดย 3 เหตุผลหลักๆ ที่คนส่วนใหญ่มีต่อผู้ที่ชอบเปลี่ยนงาน ได้แก่

 

– ขาดความอดทน บางทีคนที่ย้ายงานบ่อย มักถูกมองเห็นว่าเป็นคนที่ไม่มีความอดทน พอทำที่เดิมได้ไม่นาน ก็อยากย้ายไปอยู่ที่ใหม่ เพราะอยากทำงานสบายๆ จึงต้องหางานที่ตรงกับความต้องการของตัวเองไปเรื่อยๆ

 

– มีความสามารถ แต่บางครั้งคนที่เปลี่ยนงานบ่อย อาจถูกมองในแง่ดีได้เช่นกันว่า เป็นคนที่ความสามารถเต็มเปี่ยม บริษัททั้งหลายต่างก็อยากชิงตัวไปร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะไปไหน ก้ได้รับการ Say Yes ไปทุกครั้ง

 

– ทำงานไม่เก่ง หรือบางทีคนที่หางานใหม่เก่ง ก็ไม่ได้แปลว่ามีความสามารถเสมอไป เพราะคนอาจมองได้ว่า การที่เปลี่ยนงานเป็นเพราะความสามารถไม่เพียงพอ เลยต้องพยายามขวนขวายย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ

 

ถามตัวเองให้แน่ใจ ก่อนเปลี่ยนงาน

 

ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

ปัญหาหลักที่คนมักจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการลาออกจากงานเก่า คือทนไม่ไหวแล้ว และอยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด จนบางคนไม่รอให้ได้งานใหม่ด้วยซ้ำ แต่จริงๆ เราควรรวบรวมสติและคิดให้ถี่ถ้วนก่อนลาออกจากงาน เพราะในบางครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้น อาจมีเพียงนิดเดียว แต่เราอาจคิดมากเกินไป จนกลายเป็นปัญหาใหญ่โต ซึ่งถ้าหากเราคิดไม่ถี่ถ้วน อาจต้องเสียใจภายหลัง

 

ในขณะที่คนบางคน ที่มีความอดทนต่อปัญหามากกว่า โดยที่ไม่ยอมเปลี่ยนง่ายๆ เพราะเชื่อว่า ถ้าเรารับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาได้ เราก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาอีกนานับประการที่จะเข้ามาอีก และทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ออฟฟิศไหนก็ตาม

 

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถหางานใหม่ แต่ลองปรึกษาคนรอบข้างอีกสักนิด ว่าบริษัทใหม่ที่จะไปเป็นอย่างไรบ้าง ดีหรือแย่แค่ไหน

 

ย้ายแล้วงาน จะมีอะไรดีขึ้นบ้าง

 

ในการพิจารณาบริษัทใหม่ อาจไม่ใช่เรื่องของสภาพแวดล้อมหรือเนื้องาน แต่อาจรวมไปถึงผลตอบแทนหรือสวัสดิการต่างๆ ด้วย โดยเราควรลองดูว่าที่ทำงานใหม่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นมากแค่ไหน คุ้มค่ากับความเสี่ยงในการย้ายงานหรือไม่ เพราะอย่าลืมถ้าย้ายงานใหม่ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทดลองงาน 3-4 เดือน ซึ่งไม่แย่ว่าเราอาจจะไม่ผ่านการทดลองงานก็เป็นได้

 

แต่จริงๆ แล้วการเปลี่ยนงานก็มีทั้งผลดีและผลเสีย โดยผลดี คือ ได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย ส่วนผลเสียก็คือ ขาดความชำนาญงาน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบระหว่างคนที่ทำงานที่เดิมนานๆ กับคนที่เปลี่ยนงานบ่อยๆ ความชำนาญในการทำงาน ก็จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

 

เราเสียดายอะไร ในที่ทำงานเดิมบ้าง

 

ก่อนจะเปลี่ยนงาน ลองมองหาข้อดีของบริษัทเดิมดูก่อน เพราะเราเชื่อว่า แม้ปัญหาที่เจอจะหนักหน่วงเพียงไหน แต่อย่างน้อยทุกที่ก็ต้องมีข้อดีของตัวเอง เพราะฉะนั้นลองเอาข้อมูลตรงนี้มาชั่งน้ำหนักดูว่า ข้อดีที่บริษัทเดิมมี พอจะทำให้เราเปลี่ยนใจไม่ย้ายงานได้บ้างไหม

 

เรารู้จักที่ทำงานใหม่ดีพอแล้วหรือยัง

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำคือ เราควรศึกษาข้อมูลของบริษัทใหม่ให้ดีก่อน เพราะหากเรามีข้อมูลไม่มากพอ อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ เช่น ที่ทำงานอยู่ไกลกว่าเดิม มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น สวัสดิการน้อยลง ฯลฯ โดยเราต้องข้อมูลเหล่านี้ ไปคำนวณกับรายรับรายจ่ายของเราให้ดี เพราะถึงแม้เราจะได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ก็อาจจะไม่คุ้มก็เป็นได้

 

เช็คลิสต์วิธีประเมินงานใหม่ ก่อนตัดสินใจย้ายงาน

 

เมื่อถามใจตัวเองได้ ลองทำลิสต์คร่าวๆ ขึ้นมาอีกสักนิด ว่ามีสิ่งไหนที่เราควรต้องเช็คก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะได้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ผิดพลาดและสมบูรณ์แบบที่สุด

 

เช็คข้อมูลบริษัทใหม่

 

อันดับแรกเลยคือเราควรเช็คข้อมูลของบริษัทใหม่ที่เราจะไปเสียก่อน ว่ามีวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง และมีความมั่นคงแค่ไหน แล้วยิ่งถ้าเป็นอุตสาหกรรมสายเดียวกันกับบริษัทปัจจุบันที่เราทำอยู่ ลองสืบหาข้อมูลจากคอนเนคชันหรือเพื่อนๆ ของเราดู อาจจะได้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจที่จะย้ายงาน หากยังไม่ได้ข้อมูลที่ดีพอของบริษัทใหม่ เพราะหากย้ายไปแล้ว ไม่มีอะไรที่ดีขึ้น ก็อาจจะเสียใจภายหลังได้

 

เช็ครายละเอียดตำแหน่งใหม่

 

หากตำแหน่งที่ย้ายไป เป็นตำแหน่งเดิม ก็ควรเช็คดูว่าทำไมบริษัทใหม่ถึงเปิดรับตำแหน่งนี้ ทำไมคนเก่าถึงลาออก หรือหากเป็นตำแหน่งใหม่ที่บริษัทนั้นกำลังขยายทีม ก็ลองดูว่าตำแหน่งทำงานด้านไหนบ้าง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมนั้นๆ แค่ไหน

 

เช็คข้อมูลเจ้านายใหม่

 

อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่หลายคนต้องจำใจเปลี่ยนงานก็คือ “เจ้านาย” ก่อนจะย้ายไปที่ใหม่ ลองสืบๆ ดูสักนิดว่า ว่าที่เจ้านายใหม่เป็นอย่างไร เข้ากับเราได้แค่ไหน มีวิธีการทำงานอย่างไร เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะเชื่อว่าเจ้านายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง และมีส่วนทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรได้นานมากขึ้น

 

เช็คฐานเงินเดือนใหม่

 

แน่นอนการว่าการย้ายที่ทำงาน หลายคนก็หวังว่าจะเป็นอัปเงินเดือนอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยลองเช็คข้อมูลเงินเดือนของบริษัทใหม่ดูสักนิดว่า ดีพอหรือเหมาะสมกับเนื้องานที่เราต้องทำไหม เพราะบางที่ให้เงินเดือนเยอะก็จริง แต่ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนบางทีอาจเยอะเกินไปจนไม่สัมพันธ์กับฐานเงินเดือน

 

เช็คสวัสดิการบริษัทใหม่

 

เรื่องปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน หลายคนทนปัญหาที่เก่าไม่ไหว จนอยากจะรีบย้ายงาน แต่สวัสดิการของบริษัทเก่านั้น ก็ดีเหลือเกิน จนทำให้ชีวิตเราดีขึ้นตามไปด้วย ก็ควรลองเอาเหตุผลนี้มาชั่งน้ำหนักในการย้ายงานดูด้วย เพราะหากย้ายไปบริษัทใหม่ ที่เราสามารถกำจัดปัญหาหรือเรื่องปวดหัวไปได้ แต่สวัสดิการที่มีให้น้อยนิดเสียเหลือเกิน ก็อาจทำให้การย้ายงานครั้งนี้ มีจุดบอดขึ้นได้เช่นกัน

 

เช็คค่าใช้จ่าย ที่ต้องย้ายงาน

 

ว่าด้วยเรื่องปากท้องกันไปแล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องคำนึง เพราะหากบริษัทเก่าอยู่ใกล้ที่พักของเราและไม่ต้องเสียค่าเดินทางเยอะ ก็อาจจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง แต่หากบริษัทอยู่ไกลเสียเหลือเกิน จนถึงขั้นถึงต้องย้ายที่พักใหม่ การได้เงินเดือนที่เยอะขึ้น ก็ดูจะไม่คุ้มสักเท่าไรนัก

 

สรุปการถามตัวเองให้แน่ใจก่อนเปลี่ยนงาน

 

การย้ายงานถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรสำหรับมนุษย์เงินเดือน เราไม่ควรด่วนใจร้อนและตัดสินใจปุบปับ เพียงเพราะเจอปัญหาที่ทนไม่ไหวจากที่ทำงานเก่า แต่ควรคิดให้ถี่ถ้วนแบบสุดๆ ก่อนจะย้ายงาน เพราะเราเชื่อว่าทุกที่ทำงานย่อมมีปัญหาแทบทั้งสิ้น ดังนั้นควรนำปัจจัยหลายๆ อย่างมาประกอบการตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อให้ก้าวใหม่ของการทำงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ AndroidJobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

การก้าวกระโดด : เคล็ดลับการเปลี่ยนงานใหม่ให้ประสบความสำเร็จ

เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ดีกว่าเดิม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
Scroll to Top