แนวโน้มของระบบจัดข้อมูลการตลาดปี 2012

          ปีนี้มีการพยากรณ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ ที่ใช้คำว่า Big Data Crisis ซึ่งยังอาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับนักบริหารการตลาดและผู้บริโภคเอง

ระบบจัดข้อมูลการตลาด          คำว่า Big Data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หมายความถึงเซตของข้อมูลที่ใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะใช้เครื่องมือการบริหารที่ทำงานด้วยมือคนแบบที่เคยเป็นมา

          จากการศึกษาและประมวลผลแนวโน้มทางการตลาดโลกปี 2012 ระบบจัดข้อมูลการตลาด ที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลของ IDC พบว่า 5 อันดับแรกมี Big Data ครองอันดับ 1

          อันดับ 1 แนวโน้มของ Big Data เป็นปัญหาทางการที่นักการตลาดสะสมฐานข้อมูลลูกค้าทุก ๆ นาที เพราะเชื่อกันว่า หากเก็บข้อมูลลูกค้าไม่ทันจะทำให้ตนสูญเสียโอกาสทางการตลาด และนักการตลาดที่ดีจะต้องใช้ Big Data เป็นระบบจัดข้อมูลการตลาด เพื่อเก็บสะสมฐานข้อมูลลูกค้า อยู่ตลอดเวลา

          IDC ระบุในการสำรวจว่า สารสนเทศดิจิตอลเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุก 2 ปี โดยข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ โดยเอาทุกจังหวะชีวิตของลูกค้ามาแสวงหาช่องทางการตลาด และ IDC ยังวิเคราะห์ว่า ปัญหาทางการตลาดที่มาจากความต้องการใช้ Big Data ในการจัดระบบข้อมูลทางการตลาดยังไม่สิ้นสุด แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

          อันดับ 2 ระบบการเก็บข้อมูลทางการตลาดอัตโนมัติ หรือ Marketing Automation หรือ Marketing Data Mart เป็นระบบงานที่นักขายโปรแกรมซอฟต์แวร์ในตลาดพากันนำเสนอให้กับนักการตลาดในช่วงเวลาที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปี 2012 นี้

          ระบบจัดข้อมูลการตลาดที่ว่านี้ มุ่งที่จะตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้าทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media นำมารวบรวมและจัดเก็บอัตโนมัติ และทำให้นักการตลาดสบายใจว่าได้ข้อมูลทางการตลาดผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่นับวันจะสำคัญและใหญ่มากขึ้น ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ หรือช่วยเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันทางธุรกิจโดยตรงและโดยอ้อมด้วยซ้ำ

          อันดับ 3 ระบบบริหารลูกค้าอัจฉริยะ หรือ Customer Intelligence ซึ่งเปลี่ยนจากการเน้นการวิเคราะห์ทางการตลาดมาเป็นการแสดงฐานข้อมูลในรูปของกราฟิกที่เรียกว่า Dashboard ที่แสดงรายงานผลของการจัดแคมเปญพิเศษ หรือระดับของพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแทน

          ระบบจัดข้อมูลการตลาด อย่างระบบบริหารลูกค้าอัจฉริยะนี้ จะเป็นระบบที่คอยเตือน คอยแจ้งข้อมูล คอยทำหน้าที่ผู้ช่วยทางการตลาดหรือเลขานุการของนักบริหารการตลาด เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ในแต่ละวันของนักบริหารการตลาด รวมทั้งแยกแยะกลุ่มลูกค้า จัดเก็บแฟ้มข้อมูลลูกค้าใหม่ และแสดงโอกาสในการขายสินค้าที่มากขึ้น แทนที่จะใช้สมองของคนมาคิดอ่าน ระบบจะช่วยคิดให้แทนทั้งการตลาดแบบ B2B และ B2C ที่อาจจะมีวงจรการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน

          อันดับที่ 4 วงจรชีวิตของลูกค้าเป้าหมาย การดำเนินชีวิตของผู้คนดูเหมือนจะเปลี่ยนไปหลังจากมีเซลโฟนและแอปในเซลโฟนที่โผล่เข้าไปในชีวิต ทำให้เกิดการปฏิวัติในด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่กลายเป็นตลอดเวลาแบบ 24×7 ไม่มีเวลาพักไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่

          ลูกค้าที่มีมือถือติดตัวตลอดเวลา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าของนักบริหารการตลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต เพราะสามารถบริหารการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          อันดับ 5 การตลาดหลายช่องทางแบบถูกกาลเทศะ โดยมีช่องทางการทำรายได้ใหม่ผ่านทางตลาดในสื่อสังคมออนไลน์หรือการตลาดเสมือนจริง ด้วยรายได้ที่เป็นเงินจริง ๆ ผลักดันให้งานการตลาดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาและโปรไฟล์การจดจำได้ของลูกค้า ที่พร้อมจะซื้อสินค้าเมื่อเวลา สถานที่ สถานการณ์เหมาะสม

          ดังนั้น ในปี 2012 นี้ นักบริหารการตลาดจำเป็นต้องทำให้ระบบงานที่สนับสนุนงานการตลาดครบวงจรตั้งแต่การเข้าถึง การขาย การตลาด และการแวะเยี่ยมเยียนซ้ำภายหลัง จึงต้องใช้ระบบจัดข้อมูลการตลาดที่เหมาะสม

ที่มา : Wiseknow.com

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การตลาดแบบ N=1

การตลาดแบบยั่งยืนสไตล์ญี่ปุ่น

การหาช่องทางการตลาดสำหรับ SME