คนชอบแก้ตัว อาจเสียโอกาสการทำงานโดยไม่รู้ตัว

          เคยรู้สึกไหมว่าเพื่อนของเราคนนี้ อะไร ๆ ก็ดี แต่เสียอย่างเดียวคือ ชอบแก้ตัว เอาตัวรอดเก่ง แต่ไม่ใช่ในทางที่ดีเท่าไรนัก เขามักจะหาทางเอาตัวเองให้รอดจากปัญหา โดยโยนความรับผิดชอบไว้ข้างหลัง หรือถ้าเป็นไปได้ ก็ให้คนอื่นมารับผิดชอบแทน เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้ว เพื่อนของเราคนนี้ยังจะมีส่วนที่ดีอยู่หรือไม่ แน่นอนว่าเขายังคงมีส่วนที่ดีอยู่ แต่ส่วนที่ไม่ดีของเขาทำลายความน่าเชื่อถือของเขาไปจนหมด

          คนที่ชอบแก้ตัว คือคนที่ชอบโยนความผิดให้คนอื่น ปฏิเสธทุกอย่างที่อาจจะเป็นความผิดของตัวเอง เราจะพบคนประเภทนี้ในทุก ๆ ที่ ไม่เว้นแม้แต่ในที่ทำงาน เขาสามารถหาเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอ ไม่ค่อยจะยอมรับความจริง เพราะคิดว่าหากเขายอมรับความจริงแล้วเขาจะรู้สึกเสียหน้า กลัวว่าคนอื่นจะรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง แต่ลืมไปว่าตัวเองกำลังจะเป็นที่เบื่อหน่ายของคนอื่น

          นิสัยชอบแก้ตัว ไม่เพียงแต่จะทำให้ต้องเสียเพื่อนไปเท่านั้น แต่คนทำงานที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียงานไปโดยไม่รู้ตัว หากยังไม่ปรับเปลี่ยนนิสัยให้ดีขึ้น หลายคนอาจจะสงสัยว่า คนที่ชอบแก้ตัวจะมีโอกาสสูญเสียการทำงานโดยไม่รู้ตัว หากเขายังคงมีลักษณะนิสัย ดังต่อไปนี้

ปัดความรับผิดชอบ

          เมื่อคนชอบแก้ตัวได้รับมอบหมายให้ทำงานบางอย่าง แล้วเกิดความรับผิดพลาด เขามักจะปัดความรับผิดชอบให้คนอื่นรับผิดแทน โดยเขาจะไม่เริ่มต้นด้วยคำว่าขอโทษ แต่เป็นคำกล่าวอ้างอย่างอื่นที่ปฏิเสธความรับผิดชอบออกจากตัวเขา หากเป็นลูกน้องก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงาน และหากเป็นเจ้านาย ลูกน้องก็จะขาดศรัทธา และไม่ชอบหน้าในที่สุด ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้

ไม่ยอมรับความจริง

          คนที่ชอบแก้ตัว มักจะมีข้ออ้างอยู่เสมอเมื่อเกิดความผิดพลาดในการทำงาน ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของเขา ส่วนหนึ่งมาจากการไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เขากลัวว่าหากเขายอมรับความจริงที่เกิดขึ้น จะทำให้เขาได้รับความอับอาย ไม่ได้รับการยอมรับ แต่เขาอาจจะลืมไปว่าการไม่ยอมรับความจริง จะทำให้เขาสูญเสียความมั่นคงในการทำงาน เพราะหากยังไม่กล้าที่จะพูดความจริง แล้วเขาจะทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้อย่างไร

ไม่กล้ารับคำวิจารณ์

          คนทำงานที่ไม่กล้ารับฟังคำวิจารณ์ จะมีความกลัวอยู่ลึก ๆ ภายในใจว่าคำวิจารณ์เหล่านั้น จะทำให้ตัวเองต้องสูญเสียความเชื่อมั่น เมื่อได้ยินเสียงติเตียนจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็จะคิดหาข้อแก้ต่างให้กับตัวเองอย่างรวดเร็ว คิดเพียงว่าคิดหรือพูดอะไรก็ได้ เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความกังวลใจดังกล่าว บางคนเลือกที่จะพูดเพียงว่าไม่ใช่ความผิดของเขา เขาเพียงแค่ทำตามคนอื่นบอก ความผิดที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มาจากเขาคนเดียว

ผิดแบบมีคนอื่นร่วมด้วย

          แม้ว่าจะยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเอง ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงาน แต่ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ทำผิด แต่มีคนอื่น ๆ ร่วมด้วย การยอมรับความผิด โดยถือเป็นความรับผิดชอบของทีมถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ได้มาจากการดึงคนอื่นเข้ามาร่วมด้วย โดยที่ไม่ได้รับรู้หรือเกี่ยวข้องด้วยจริง ๆ คนที่ชอบแก้ตัวมักจะพูดว่าเขาทำผิด เพราะเขาทำตามคนนั้นคนนี้ หากเขาทำผิดคนเหล่านั้นก็ต้องผิดด้วย การกล่าวเช่นนี้ นอกจากจะไม่ได้รับความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมงานแล้ว เจ้านายก็จะขาดความเชื่อมั่นด้วย

เสียโอกาสการทำงาน          คนทำงานที่มีนิสัยชอบแก้ตัว ควรรีบเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเร็ว ไม่ใช่นั้นแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่มีใครคบหา แต่เพื่อนร่วมงานก็จะขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ เจ้านายไม่เมตตา จนในที่สุดก็จะมีปัญหาในการทำงาน และต้องลาออกจากงานในที่สุด เพราะไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่อยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไร หากเราเลือกที่จะให้คนอื่นรับผิดแทนเรา แล้วเอาตัวเราเองรอด ด้วยข้ออ้างต่าง ๆ นานา ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการทำงานของเราอย่างแน่นอน

ภาพประกอบโดย stockimages เว็บไซต์ freedigitalphotos.net

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อุปนิสัย 7 ประการสำหรับผู้มีประสิทธิภาพ

วิธีปรับทัศนคติให้คิดบวกก่อนเริ่มเบื่องาน