การเสียภาษีของรางวัลที่ควรรู้

          ใกล้เข้าโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับเทศกาลฟุตบอลยูโร หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 คอบอลพันธุ์แท้ คงเอาใจลุ้นทีมในฝันให้ได้แชมป์ในปีนี้อย่างใจจดใจจ่อ แต่ในรอบที่ผ่านๆ มานั้น ค่อนข้างจะพลิกโผ ทีมที่เป็นตัวเต็งกลับหลุดร่วงตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังไม่หมดเวลาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค ลุ้นผลบอลที่มีของรางวัลล่อใจที่ใครก็อยากได้มาครอบครอง ทั้งบ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ ทองคำแท่ง และอื่นๆ ใครกันนะ จะเป็นผู้โชคดีในครั้งนี้

          ขอแสดงความยินล่วงหน้ากับผู้โชคดีทุกท่าน แต่ขออย่าได้ลืมนึกถึงประเด็นทางภาษีด้วยเพราะทั้งผู้รับรางวัลและผู้จ่ายรางวัลต้องเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางภาษีหลายประเด็นดังนี้ี้

  • รางวัลที่เป็นสินค้า เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น เป็นสินค้าที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม การซื้อหามาใช้ในการจับสลากชิงโชค ถือว่านำมาใช้ในการประกอบกิจการ ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อรถยนต์ หรือสิ่งของ อย่างอื่นมีสิทธินำมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และเมื่อได้แจกรางวัลให้แก่ผู้โชคดี ถือเป็นการขาย ต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย และต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลด้วย
  • ทองคำแท่ง เป็นสินค้าที่ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะมีลักษณะเช่นเดียวกับเงินสด เมื่อซื้อหามาเพื่อแจกจ่ายเป็นรางวัล จึงไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าทองคำแท่ง หรือเงินสดนั้น
  • เสียภาษีของรางวัลบ้านพร้อมที่ดินเป็นสินค้าที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อมีการจดทะเบียนโอนบ้านพร้อมที่ดินดังกล่าว พร้อมทั้งคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าบ้านและที่ดินนั้น

          ไม่ได้อิจฉาท่านที่รับรางวัลชิงโชคดังกล่าว หรืออยากจะซ้ำเติมใคร แต่ต้องการจะบอกเพื่อเป็นความรู้ ให้ท่านตระเตรียมใจเพื่อรองรับการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปจนถึงการเสียภาษีเงินได้ ที่ต้องนำรางวัลที่ได้รับไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ภายในเดือน มี.ค. 52 ด้วย