เรียนอาชีวะ ดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

           ปัจจุบัน “อาชีวศึกษา” หรือการ เรียนอาชีวะ กลายเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนตลาดแรงงานมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ตามสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจแล้ว ยังช่วยสร้างบุคลากรเฉพาะทางในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ตลาดแรงงานขาดแคลนหรือกำลังต้องการกำลังคนได้อีกด้วย

           สำหรับผู้ปกครองหรือผู้เรียนที่สนใจ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการ เรียนอาชีวะ ว่าคืออะไร มีการเรียนการสอนแบบไหน แตกต่างจากสายสามัญอย่างไร มีกี่หลักสูตร และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานจริงหรือไม่ มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันได้เลย

เรียนอาชีวะ

อาชีวศึกษาคืออะไร เรียนอะไรบ้าง

           อาชีวศึกษา คือกระบวนการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในสายวิชาชีพที่จำเป็นต่อตลาดแรงงาน เช่น อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว และการบริการ ผู้เรียนจะเติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีฝีมือ มีคุณภาพตามมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสากล จนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ตรงตามสาขาที่เรียน อีกทั้งยังสามารถพัฒนาฝีมือและความรู้ต่อยอดไปในระดับสูง เพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ต้องการได้อีกด้วย

           การเรียนระดับอาชีวะ เป็นการศึกษาระดับมัธยมปลาย เมื่อเรียนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนประเภทสามัญศึกษา หรืออาชีวศึกษา การพิจารณาว่าจะศึกษาต่อสายสามัญหรือสายวิชาชีพ ควรมาจากความสนใจ ความถนัด และความชอบ 

 

ความแตกต่างระหว่าง สามัญศึกษา (สายสามัญ) กับ อาชีวศึกษา (สายวิชาชีพ)

           ถึงแม้จะเป็นการศึกษาระดับมัธยมปลายเหมือนกัน แต่ทั้งสองสายมีเป้าหมาย รูปแบบการจัดการเรียนการสอน หลักสูตร และเทคนิคที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

           การเรียนสายสามัญ เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ โดยมุ่งเน้นจัดการเรียนการสอนใน 8 กลุ่มสาระหลัก และกลุ่มสาระเพิ่มเติม คือ 

  • กลุ่มสาระหลัก ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และการงานพื้นฐานอาชีพ
  • กลุ่มสาระเพิ่มเติม รายวิชาตามแต่ละสถานศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ฯลฯ

           โดยทั่วไป แต่ละสถาบันจะแบ่งสายการเรียนสามัญย่อยลงไปอีกตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน อาทิ สายวิทย์-คณิต สายศิลป์-คำนวณ สายศิลป์-ภาษา และสายศิลป์-สังคม เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการเรียนการสอนที่เน้นภาคทฤษฎีมากกว่าภาคปฏิบัติ เพื่อปูความรู้พื้นฐานที่หลากหลาย นำไปสู่การเลือกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในคณะและสาขาที่สนใจต่อในอนาคต

           การเรียนสายอาชีพ เป็นการเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. เพื่อศึกษาและต่อยอดความรู้ในสายอาชีพอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมุ้งเน้นการจัดการเรียนการสอนเป็นหมวดวิชาทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพ และหมวดอื่น ๆ ตามแต่ละสถาบัน คือ

  • หมวดวิชาทักษะชีวิต กลุ่มวิชาภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และสุขศึกษาและพลศึกษา
  • ทักษะวิชาชีพ กลุ่มทักษะวิชาชีพพื้นฐาน กลุ่มทักษะวิชาชีพเฉพาะ กลุ่มทักษะวิชาเลือก ฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ และโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ

           หลังจากจบการศึกษาระดับ ปวช. แล้ว ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส.  (หลักสูตร 2 ปี) หรือจะศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย

           การเรียนสายอาชีพจะมุ่งเน้นไปที่ภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะที่ได้จากการเรียนรู้มาประกอบอาชีพได้จริงในอนาคต

 

หลักสูตรอาชีวศึกษา

           หลักสูตรการเรียนอาชีวะ ประกอบด้วย 3 หลักสูตรหลัก ดังนี้

  1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 3 ปีการศึกษา โดยรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า
  2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี เป็นการศึกษาสำหรับผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ในประเภทวิชาและสาขาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด ส่วนผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า และผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ต่างประเภทวิชาและสาขาวิชาที่กำหนด ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปีการศึกษา
  3. หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาที่ตรงกับสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษา ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปีการศึกษา

 

สาขาวิชาของอาชีวศึกษา

           กลุ่มสาขาวิชานี้ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วยสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ดังนี้ 

  1. อุตสาหกรรม

           ในสาขาวิชานี้จะประกอบไปด้วยวิชาเครื่องกล เครื่องมือกลและซ่อมบำรุง งานโลหะ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การก่อสร้าง การพิมพ์ แว่นตาและเลนส์ การต่อเรือ ช่างโทรคมนาคม อุตสาหกรรมยาง เมคคาทรอนิกส์ เทคนิคคอมพิวเตอร์ ฟอกหนัง ช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ช่างเขียนแบบเครื่องกล และเครื่องกลเกษตร เป็นต้น

 

  1. พาณิชยกรรม (ระดับ ปวช.) หรือบริหารธุรกิจ (ระดับ ปวส.)

           ประกอบไปด้วยวิชาการบัญชี การตลาด เลขานุการ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ธุรกิจสถานพยาบาล การประชาสัมพันธ์ ภาษาต่างประเทศ โลจิสติกส์ การจัดการสำนักงาน การจัดการด้านความปลอดภัย ธุจกิจค้าปลีก และธุรกิจบริการ เป็นต้น

 

  1. ศิลปกรรม

           ประกอบด้วย วิจิตรศิลป์ การออกแบบ เครื่องประดับอัญมณี ช่างทองหลวง เครื่องหนัง ศิลปะหัตถกรรม เครื่องเคลือบดินเผา การถ่ายภาพ เทคโนโลยีศิลปกรรม การพิมพ์สกรีน คอมพิวเตอร์กราฟิก ศิลปหัตถกรรมเครื่องโลหะ การออกแบบนิเทศศิลป์ เซรามิก และดนตรีสากล เป็นต้น

 

  1. คหกรรม

           ประกอบด้วย ผ้าและเครื่องแต่งกาย แฟชั่นและสิ่งทอ อาหารและโภชนาการ คหกรรมศาสตร์ และการเสริมสวย เป็นต้น

 

  1. เกษตรกรรม

           ประกอบไปด้วย เกษตรศาสตร์ พืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ช่างเกษตร และเกษตรทั่วไป เป็นต้น

 

  1. ประมง

           ประกอบด้วย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูปสัตว์น้ำ และวิชาประมงทะเล เป็นต้น

 

  1. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

           ประกอบด้วย การโรงแรม การท่องเที่ยว เป็นต้น

 

  1. อุตสาหกรรมสิ่งทอ

           ประกอบด้วย เทคโนโลยีสิ่งทอ เคมีสิ่งทอ เทคโนโลยีเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

 

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

           ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีระบบเสียง คอมพิวเตอร์โปรแกรมเมอร์ เป็นต้น

 

  1. อุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรี

           ประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมบันเทิง การดนตรี และการสร้างเครื่องดนตรีไทย เป็นต้น

 

  1. พาณิชยนาวี

           ประกอบด้วย การเดินเรือ ช่างกลเรือ เป็นต้น

 

ข้อได้เปรียบของการเรียนอาชีวะ

  1. มีความรู้เฉพาะด้านตามที่ตลาดแรงงานต้องการ

           อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการศึกษาแบบอาชีวศึกษามุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนแบบเฉพาะด้าน ผู้เรียนจะได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพตามสาขาที่เลือก เมื่อเรียนจบชั้น ปวช. ก็สามารถออกไปประกอบอาชีพได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องเรียนต่อ ปวส. หรือมหาวิทยาลัย แต่หากสนใจอยากฝึกทักษะเพิ่มก็สามารถเรียนต่อในชั้น ปวส. เพื่อหาความรู้ต่อยอดควบคู่ไปกับการทำงานในสายที่ตนเองจบมาได้

 

  1. มี Career Path ที่ชัดเจน

           บางสายอาชีพหรือบางตำแหน่งงานขาดแคลนช่างฝีมือหรือบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะในสายอาชีพนั้น ๆ เช่น ช่างหล่อ ช่างเทคนิค ช่างทอ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ฯลฯ หลายคนแม้เรียนจบปริญญาที่ตรงสาย แต่ก็ยังขาดประสบการณ์ การเรียนสายอาชีพที่มีทักษะเฉพาะสาขานั้น ๆ โดยตรงจึงเป็นข้อได้เปรียบ

 

  1. มีประสบการณ์การทำงาน

           เนื่องจากการเรียนอาชีวะเป็นความร่วมมือกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการในการให้ความรู้ ฝึกฝน และกระตุ้นให้ผู้เรียนลงมือทำจริง ผู้เรียนจึงมีโอกาสได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ได้ทดลองใช้อุปกรณ์จริง และได้ลงมือปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์จริงอีกด้วย

 

  1. เลือกเรียนได้ตามความถนัด

           เนื่องจากอาชีวศึกษามีสาขาเปิดให้เรียนได้มากมาย ทั้งคหกรรม ศิลปกรรม พาณิชยกรรม ฯลฯ ผู้เรียนสามารถเลือกสาขาที่จะเรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของตนเอง

 

  1. มีรายได้เสริมระหว่างเรียน

           เพราะการเรียนอาชีวะมีชั่วโมงเรียนที่น้อยกว่า ทำให้ผู้เรียนสามารถนำเวลาว่างนั้นไปทำ Part Time หรือหารายได้เสริมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคต่าง ๆ ที่เรียนรู้มาไปต่อยอดในการทำ Part Time ได้อีกด้วย

 

  1. เลือกเรียนต่อ ปวส. หรือ ปริญญาตรี ก็ได้

           เมื่อเรียนจบหลักสูตร ปวช. แล้ว ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนต่อ ปวส. เพื่อพัฒนาฝีมือและทักษะในสายอาชีพนั้น ๆ ให้มีความเชี่ยวชาญขึ้น หรือจะไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในคณะที่สนใจก็ได้เช่นกัน เพราะในปัจจุบันมีหลายสถาบันการศึกษาที่เปิดรับวุฒิ ปวช. มาศึกษาต่อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น

 

จบอาชีวศึกษา ประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

           แน่นอนว่าการศึกษาสายอาชีพหรืออาชีวศึกษา มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพที่เฉพาะเจาะจงและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ดังนั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาออกมาจึงมีแนวทางในการประกอบอาชีพที่แน่นอน ยิ่งผู้เรียนมีความสนใจใฝ่รู้ ความชื่นชอบ และความถนัด ก็ยิ่งสามารถต่อยอดทักษะของตนเองไปยังระดับสูงได้ไม่ยาก 

           สำหรับผู้เรียนที่กังวลว่าจบอาชีวะมาแล้วสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง มาดูตัวอย่างอาชีพในแต่ละสาขาวิชากันว่าแตกแขนงออกไปได้มากมายเพียงใด

  • อุตสาหกรรม รับราชการ ช่างเทคนิค ช่างซ่อม พนักงานขับรถ โรงงานอุตสาหกรรม  โรงงานปิโตรเลียมเคมี ช่างขึ้นรูปชิ้นส่วน ช่วงควบคุมการผลิตชิ้นส่วน ช่างแม่พิมพ์โลหะ ช่างเขียนแบบ ช่างเชื่อมท่ออุตสาหกรรม ประกอบธุรกิจส่วนตัว ผู้ช่วยนักวิจัย ผู้ควบคุมสื่อสารสนเทศ วิศวกร ผู้ช่วยสถาปนิก นายช่างเทคนิค ประกอบอาชีพอิสระ ฯลฯ
  • พาณิชยกรรม นักบัญชี นักการตลาด ค้าขาย พนักงานขาย เจ้าของธุรกิจ ประกอบอาชีพอิสระ เลขานุการ ธุรการ รับพิมพ์เอกสาร รับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ประชาสัมพันธ์ นักวิจัย ผู้ช่วยดูแลระบบ แอดมิน พนักงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ พนักงานภาษี นายธนาคาร พนักงานจัดการโลจิสติกส์ ฯลฯ
  • เกษตรกรรม เจ้าของฟาร์ม เจ้าของสวน นักแต่งสวน นักเพาะพันธุ์พืช นักเพาะพันธุ์สัตว์ เจ้าของธุรกิจ SME โรงงานอุตสาหกรรมการแปรรูปเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตร เจ้าหน้าที่ดูแลฟาร์ม เจ้าหน้าที่จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร นักวิจัย ฯลฯ
  • ศิลปกรรม นักข่าว ช่างภาพ นักออกแบบฉาก ช่างไฟ ช่างแต่งหน้า ธุรกิจอัดล้าง ช่างตกแต่งภาพ ช่างตัดต่อวิดีโอ นักออกแบบโฆษณา ช่างปัก ช่างทอ ช่างตัดชุด นัดวาดภาพประกอบ ช่างปั้น ช่างหล่อ ช่างเคลือบ นักออกแบบเซรามิก กราฟิกดีไซน์ นักออกแบบเว็บไซต์ ช่างดูแลคอมพิวเตอร์ อาจารย์ ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของธุรกิจ ฯลฯ

           สังเกตได้ว่า แต่ละสาขาที่เรียนแตกยอดเป็นสายอาชีพได้มากมาย ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับที่เรียนมา และอาชีพใกล้เคียงที่นำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความถนัดของผู้เรียนว่าจะเลือกทางเดินในชีวิตไปในทิศทางใด ตลาดแรงงานต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพมาทำงานมากขึ้นทุกวัน หากผู้เรียนหมั่นฝึกฝนพัฒนาฝีมือและทักษะอยู่เสมอ ย่อมเป็นที่ต้อนรับในตลาดแรงงานแน่นอน

 

           จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการ เรียนอาชีวะ นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการศึกษาที่ช่วยสร้างคน สร้างงาน และสร้างกำลังสำคัญที่จะเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะการเรียนอาชีวะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากผู้มีประสบการณ์ตรง ได้ทดลองทำจริง และได้ฝึกทักษะฝีมือจนมีความเชี่ยวชาญ เมื่อเรียนจบออกมาจึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก หมดกังวลว่าเรียนจบแล้วจะตกงานหรือไม่มีตำแหน่งรองรับไปได้เลย

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

จบสายอาชีพ ต่อคณะอะไรได้บ้าง เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกเรียนต่อ

ถอดบทเรียนภาพยนตร์ 4 Kings นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน

นักเรียนอาชีวศึกษา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เรียนจบแล้ว ทำงานอะไรได้บ้าง

ส่องไอเดียสร้างเรซูเม่เด็ดสำหรับเด็ก อาชีวศึกษา

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานระดับเทคนิค (จป.เทคนิค) ต้องจบอะไร เตรียมตัวอยางไรก่อนสมัครงาน
บทความยอดนิยม

9 เทรนด์การทำงานในอนาคตสำหรับปี 2023เรียนอาชีวะ ดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน

นอกจากภาษีที่ผู้มีรายได้ตามเกณฑ์จะต้องถูกหักทุกเดือนแล้ว เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมก็เป็นอีกหนึ่งรายจ่ายที่ชาวออฟฟิศห...
งานอดิเรกเป็นการสร้าง Work-life balance ที่ดีทางหนึ่ง เมื่อเราใช้เวลาว่างกับสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นถักโครเชต์ ทำงานศิลปะ...
พนักงานยุคใหม่ที่มีคุณลักษณะแบบผู้ประกอบการ หรือ Intrapreneur คือพนักงานที่ทุ่มเททำงาน มีทักษะและความสามารถ มีจิตวิญญาณแ...

คำค้นหายอดนิยม

Scroll to Top