12 เคล็ดลับการปฏิบัติตัว เมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

ธรรมชาติของมนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องอยากประสบความสำเร็จในสายอาชีพของตัวเองกันทั้งนั้น ซึ่งทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เช่น จากระดับพนักงานทั่วไป ก้าวสู่ระดับของหัวหน้าในเลเวลต่างๆ เมื่อได้รับการตำแหน่งแล้ว แน่นอนว่าหลายคนต้องรู้สึกตื่นเต้นหรือทำตัวไม่ถูกกันแน่ๆ เพราะความรับผิดชอบก็จะมีมากขึ้น ทั้งในเรื่องของงาน การจัดการ และเรื่องของลูกน้อง ที่ต้องดูแลเพิ่มเติม แต่บอกเลยว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้เรามีทริคๆ มาฝากกัน สำหรับคนที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า

ได้เลื่อนตำแหน่ง
ได้เลื่อนตำแหน่ง

จะปฏิบัติอย่างไร เมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง

 

1. กล้าที่จะออกจากกรอบ

 

อันดับแรกเลยคือคุณต้องพร้อมที่จะเดินออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง เพราะการเลื่อนตำแหน่งจากระดับพนักงานทั่วไปขึ้นสู่การเป็นหัวหน้านั้น มีความแตกต่างและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นพอสมควร หากยังยึดติดอยู่กับอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆ หรือไม่กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่เตรียมถาโถมเข้ามา รับรองว่าการเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ไม่สวยหรูแน่นอน

 

ดังนั้นจงอย่ากลัวกับเส้นทางใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะความกลัวอาจเป็นการฉุดรั้งความก้าวหน้าในสายอาชีพของคุณ ทำให้พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่อย่างน่าเสียดาย ฉะนั้นแล้วต้องสู้ให้ถึงที่สุด เมื่อโอกาสเข้ามาอยู่ในมือแล้ว

 

2. เชื่อมั่นในตัวเอง

 

การที่จะก้าวออกจากกรอบเดิมๆ ของตัวเองได้ นั่นคือคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และมองเห็นคุณค่าในตัวคุณเอง อย่าประเมินคุณค่าของตัวเองต่ำไป หรือคิดว่าตัวเองมีความสามารถไม่พอเท่ากับหัวหน้างานแผนกอื่นๆ ที่มีประสบการณ์มากกว่าคุณ ให้คิดเสียว่าการที่ผู้ใหญ่เสมอการเลื่อนตำแหน่งนั้น เท่ากับว่าเขาเห็นความสามารถของคุณ จึงมั่นใจที่เสนอโอกาสนี้ แล้วใยเล่าคุณถึงจะไม่เชื่อมั่นในตัวเองบ้าง

 

หากเวลามีว่างลองนั่งทบทวนดูข้อดีและข้อเสียของตัวเอง ในส่วนของข้อดี ให้นำออกมาใช้และปรับเข้ากับการทำงานของตำแหน่งใหม่ให้เหมาะสม ส่วนข้อเสียที่มี ให้ลองหาทางปรับและขจัดออกไปให้เร็วที่สุด

 

นอกจากนี้ยังควรนึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาที่คุณเคยทำได้ เพื่อนำจุดนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการรับตำแหน่งใหม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่คุณเคยประความสำเร็จในอดีต ที่จะกลายมาเป็นแรงผลักดันให้คุณก้าวต่อไปในปัจจุบัน 

 

3. หยุดความเครียด อย่ากดดันตัวเอง

 

เมื่อความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้นจากเดิมเป็น 2 เท่า เราเชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่เครียด ดังนั้นเมื่อเครียดแล้วจงอย่าจมอยู่กับความเครียดนั้นนานเกินไป แล้วให้รีบปรับทัศนคติของตัวเอง พยายามคิดเสียว่า ตำแหน่งใหม่ที่คุณได้รับนั้น เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พิสูจน์ฝีมือและพัฒนาตัวเองไปอีกระดับ คิดให้เป็นเรื่องท้าทาย แต่ต้องอย่ากดดันตัวเอง ว่ามันจะต้องสำเร็จนะ เพราะบางครั้งความสำเร็จในเส้นทางใหม่ อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ลองมองการเดินทางครั้งใหม่นี้ ให้เป็นเกม เมื่อล้มเหลวก็สามารถก็ปุ่มเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แล้วคุณจะรู้สึกสนุกกับมันมากขึ้น จนกลายเป็นสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาได้เอง

 

4. หัดเป็นคนคิดบวก

 

อย่างที่บอกไปว่าพอได้เลื่อนตำแหน่ง ความรับผิดชอบก็ต้องตามมาด้วยแน่นอน ดังนั้นการหัดเป็นคนคิดบวกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคุณต้องทำงานหนักขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าประชุมกับผู้บริหาร ตรวจทานงานให้ถูกต้องไม่มีข้อผิดพลาด แถมยังต้องมอบหมายงานและดูแลลูกน้องอีกต่างหาก รับรองว่าความเหนื่อยต้องถามหาแน่นอน

 

เมื่อหาทางหยุดความเครียดจากข้อด้านบนแล้ว จงตามมาด้วยการเป็นคนคิดบวก เพราะถ้าวันๆ คุณเอาแต่บ่นกับงานที่หนักขึ้น คุณก็พาลเอาเรื่องเหล่านี้มาคิดให้จุกจิกสมองตลอดเวลา เผลอๆ เก็บเอาเรื่องเหล่านี้ไปคิดต่อที่บ้านอีกต่างหาก บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ พาลจะให้สุขภาพจิตเสีย แถมยังส่งผลต่อสุขภาพกายในระหว่างยาวอีกด้วย ดังนั้นท่องไว้เสมอว่า “คิดบวก” แล้วความสุขจะตามมาเอง

 

5. หาทางซื้อใจคน

 

เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า นอกจากงานและความรับผิดชอบจะเยอะขึ้นแล้ว คุณจะต้องพบปะหรือทำความรู้จักคนเยอะขึ้นด้วยนั่นเอง เพราะบางทีคุณอาจต้องเป็นตัวแทนทีมของคุณในการไปรายงานผลงานให้แก่แผนกอื่นๆ ได้ทราบ หรือเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหาร ดังนั้นจึงควรหาทางเรียนรู้นิสัยของบุคคลใหม่ๆ ที่คุณต้องร่วมงานด้วย สังเกตว่าเขามีลักษณะเป็นอย่างไร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ควรหลีกเลี่ยงจุดไหน เพื่อที่จะได้ให้การประสานงานระหว่างแผนกของคุณราบรื่น อีกทั้งยังเป็นการช่วยปกป้องทีมของคุณด้วย หากเกิดปัญหาขึ้น

 

เมื่อซื้อใจคนนอกแผนกไปแล้ว ก็อย่าลืมซื้อใจคนในทีมตัวเองด้วย เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณได้ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า ก็ย่อมต้องมีลูกหน้าที่คุณต้องดูแล เริ่มต้นด้วยการใส่ใจพวกเขาในเรื่องงาน มอบหมายงานให้ในปริมาณที่เหมาะสม ผสานกับการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในเรื่องส่วนตัว เพื่อคลายความเครียดและสร้างบรรยากาศที่ดีในทีม ถ้าคุณซื้อใจลูกน้องได้ ทุกคนก็จะมีความสุขและสามัคคีกัน ความแข็งแกร่งของทีมคุณก็คงหนีไปไหนไม่ไกล

 

6. มีความสามารถหลายด้าน

 

การทำหน้าที่บริหารต้องอาศัยความสามารถรอบด้าน ทั้งในเรื่องของทักษะเฉพาะในสายงานนั้นๆ ที่ยืนพื้นมาเป็นหลัก ตามมาด้วยอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญก็คือการบริหารคน เพราะอย่าลืมว่าคุณต้องดูแลลูกน้องในทีมด้วย แล้วแต่ละคนย่อมมีพื้นฐานนิสัยไม่เหมือน อาจจะมีคนดื้อไปบ้าง คุณจึงเรียนรู้การบริหารคนให้ดี ต้องมีความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจในเรื่องต่างๆ พอสมควร

 

7. เพิ่มพูนทักษะ

 

เมื่อมีทักษะในสายงานของตนเองกับความสามารถในการบริหารคนแล้ว การเป็นหัวหน้าที่ดีก็ต้องรู้จักที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม เพราะเมื่อคุณต้องเข้าประชุมกับฝ่ายบริหารหรือไปพบปะลูกค้า อาจเจอคำถามที่ยากขึ้น หากคุณขาดทักษะใหม่ๆ ไป ก็อาจทำให้ต้องเผชิญปัญหาที่คุณไม่อยากเจอในที่ประชุมได้

 

อีกทั้งถ้าคุณใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกน้องคุณด้วย ว่าคุณเป็นที่ความสามารถจริงๆ และเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำทีม สามารถพาทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จได้

 

8. หาโอกาสแสดงฝีมือ

 

เมื่อลองทำตามข้อต่างๆ ที่เราแนะนำ ผสานกับการเทคคอร์สเพิ่มเติมเพื่อเสริมความมั่นใจแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงๆ เสียที ด้วยการลงมือทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งใจที่สุด พยายามตรวจทานทุกอย่างไม่ให้มีข้อผิดพลาด เมื่อคนอื่นๆ ก็เห็นผลงานของทีมคุณ พวกเขาก็จะได้รับรู้ว่าคุณมีความสามารถในการเป็นผู้นำจริงๆ อีกทั้งผู้บริหารหรือคนที่ปรับตำแหน่ง ก็จะได้เห็นว่าเขาเลือกคนไม่ผิด ที่ยิบยื่นโอกาสสำคัญนี้ให้

 

นอกจากนี้แล้วหากเกิดปัญหาใดๆ ควรเต็มใจที่ยื่นมีเข้าช่วยเหลือ หรือหากโชคร้ายมีข้อผิดพลาดขึ้นจริงๆ ก็ควรยอมรับ และเสนอแนะแนวทางแก้ไข พร้อมบอกกล่าวไปว่าจะพยายามไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก รวมไปถึงการเสนอตัวรับโปรเจคต์พิเศษต่างๆ ของบริษัทที่คุณสามารถทำได้ด้วยเช่นกัน จุดนี้ก็จะยิ่งกลายเป็นคะแนนบวกให้คนในบริษัทเห็นความพยายามของคุณมากขึ้นไปอีก

 

9. วางแผนให้เป็น

 

การเป็นผู้บริหารที่ดีควรมาคู่กับการวางแผนที่เป็นระบบ ดังนั้นคุณจึงควรศึกษาเรื่องการวางแผนงานต่างๆ ด้วย เพราะให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไปตามเป้าหมายของทั้งตัวคุณเอง และเป็นไปตามแผนของบริษัท หากคุณไม่เรียนรู้การวางแผน อาจทำให้ขั้นตอนบางอย่างติดขัดและเกิดข้อผิดพลาดได้

 

10. เรียนรู้วิธีสั่งการ

 

การรับหน้าที่สำคัญในการเป็นหัวหน้าทีม ต้องเป็นคนที่เด็ดขาดและกล้าสั่งการ เริ่มต้นด้วยการสั่งงานลูกน้องของตัวเอง โดยดูความสามารถและทักษะของพวกเขาเป็นหลัก ว่าใครเหมาะสมกับงานแบบไหน หากเกิดข้อผิดพลาด ควรสอนและให้คำแนะนำพวกเขาด้วยความจริงใจ ส่วนลูกน้องคนไหนที่ประพฤติไม่เหมาะสม คุณก็ควรกล้าที่จะเตือนพวกเขาและเด็ดขาดในการตัดสินใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ลูกน้องเกลียดหรือไม่ชอบคุณ แต่ทุกอย่างควรคุยด้วยเหตุผลและน้ำเสียงที่นุ่มนวล แล้วคนฟังก็พร้อมที่จะปฏิบัติคำแนะนำ แถมยังเต็มใจที่ให้ความร่วมมือมากขึ้นอีกด้วย

 

11. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแผนก

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้า แน่นอนว่าก็ต้องเป็นตัวแทนของทีมในการพบปะหรือเจรจากับต่างแผนกอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในกับทุกๆ แผนก อย่าพยายามมีปัญหาหรือสร้างศัตรูในบริษัท มิฉะนั้นการทำงานหรือขอความช่วยเหลือจากแผนกอื่นจะต้องยากเป็นสองเท่า อาจนำพาไปสู่การนินทาในออฟฟิศได้ว่าทีมคุณเป็นทีมที่ทำงานด้วยยากมาก

 

ดังนั้นจึงควรที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้กับทุกๆ คน ทั้งนี้ก็เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพไปสู่เป้าหมายหลักที่ทางองค์กรตั้งไว้

 

12. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล

 

สุดท้ายเมื่อบริหารงานในปัจจุบันทุกอย่างจนลงตัวแล้ว ก็ได้เวลาคิดถึงเรื่องอนาคตกันบ้าง การเป็นผู้นำที่ดีจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล วางแผนล่วงหน้าถึงอนาคตของทีมว่าจะไปต่อในทิศทาง และคุณจะนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร ถ้าคุณมีความมั่นใจในจุดนี้และสามารถวางแผนในอนาคตให้ทีมได้ ลูกน้องและบริษัทก็จะเชื่อมันในตัวคุณเองเช่นกัน ว่าพวกเขาสามารถฝากอนาคตไว้กับคุณได้

 

สรุปวิธีปฏิบัติตัว เมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง

 

การได้เลื่อนตำแหน่งนั้นถือเป็นโอกาสที่สำคัญในชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นคนที่ได้โอกาสนี้ ควรภูมิใจที่หลายๆ ฝ่ายมองเห็นความสามารถของเรา ดังนั้นจึงควรมีความมั่นใจในก้าวใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่ากังวลหรือเครียดจนเกินไป ให้ขึ้นเสียว่านี่คือช่องทางในการพัฒนาตัวเอง แล้วลองนำวิธีต่างๆ ที่เราแนะนำไปปรับใช้กัน รับรองว่าเส้นทางการเป็นหัวหน้าของคุณต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่ง

อยากเลื่อนตำแหน่งไปเป็น Manager ต้องมีความสามารถอย่างไร

5 เทคนิคทำงานอย่างไรให้ได้เลื่อนตำแหน่ง

บทความยอดนิยม
An essay is usually, in essence, a composed piece...
ถ้าใครได้มีโอกาสอ่านหรือฟังข่าวเศรษฐกิจหรือได้ฟังผ่าน ๆ จากการพูดคุยในวงสนทนากับเพื่อนหรือสไลด์ข่าวผ่าน ๆ ในโซเชียลมีเดี...
หลังจากเดือนก่อนหน้าว่าด้วยบทความขั้นตอนการยื่นประกันสังคมสำหรับผู้ว่างงานกันไปแล้ว คราวนี้ JobsDB ขอปรับมุมมอง เปลี่ยนม...

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
Scroll to Top