การเพิ่มความละเอียดของภาพ : Resizing vs. Resampling

          หนึ่งในคำถามที่ถูกถามมากที่ สุดในเรื่องของการทำกราฟิกดีไซน์นั้นก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มขนาดของรูปภาพได้โดยที่ภาพไม่เบลอและขอบของภาพไม่ ขาดหาย กราฟิกมือใหม่มักจะตกอกตกใจเมื่อทำการ resize รูปภาพแล้วพบกว่าคุณภาพของภาพนั้นลดลงตามไปด้วย

          ในขณะที่คนที่มีประสบการณ์ในการทำกราฟิกมายาวนานจะรู้สึกคุ้นเคยกับปัญหาดัง กล่าวเป็นอย่างดี สาเหตุของการที่รูปภาพมีคุณภาพต่ำลงเป็นเพราะชนิดของรูปภาพนั้นถูกจำกัดโดย resolution (ความละเอียด) ที่ตั้งเอาไว้

          เมื่อคุณพยายามที่จะ resize รูปภาพประเภทนี้ ทางเลือกมีอยู่ 2 ทาง คือการเพิ่มขนาดพิกเซลแต่ละจุดของภาพ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือทำให้ภาพแตก ไม่คมชัดดังเดิม หรืออีกทางหนึ่ง คุณก็จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพิกเซลเข้าไปในรูปภาพเพื่อให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้น

          ก่อนนี้ยังไม่มีตัวเลือกมากนักในการเพิ่มความละเอียดให้กับรูปภาพนอกจากวิธีการ resampling แต่ในปัจจุบันคุณอาจใช้วิธีสแกนรูปภาพให้มีความละเอียดสูงขึ้นได้ หรือหากคุณมีสตางค์มากหน่อยคุณอาจลงทุนซื้อกล้องที่สามารถตั้งค่าความ ละเอียดได้สูงขึ้น แต่ทว่าบางครั้งคุณก็ไม่มีทางเลือก ก็ต้องจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์ในการแก้ไขภาพเหล่านี้ ซึ่งต่อไปจะขอกล่าวถึงวิธีการเพื่อเพิ่มความสะดวกในการแก้ไขภาพให้ทราบดัง นี้

Resizing vs. Resampling

          ซอฟต์แวร์โดยส่วนใหญ่จะมีคำสั่งสำหรับการ Resizing กับ Resampling โดยการ Resizing จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงขนาดของการพิมพ์โดยไม่เปลี่ยนแปลงขนาดพิกเซล ทั้งหมด เมื่อความละเอียดของภาพเพิ่มขึ้น ทำให้ขนาดของภาพที่จะพิมพ์นั้นมีขนาดเล็กลง แต่ภาพที่ได้ออกมาจะไม่สูญเสียคุณภาพความคมชัด

          ส่วนการปรับภาพโดยวิธีการ Resampling นั้นจะเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงขนาดของพิกเซล และจะสูญเสียคุณภาพของภาพเหล่านั้นไป เนื่องจากการ Resampling นั้นเป็นกระบวนการในการคำนวณในลักษณะของการแก้ไขเพื่อเพิ่มขนาดของภาพ (Interpolation) โดยกระบวนการดังกล่าวจะเป็นการประมาณขนาดของพิกเซล โดยซอฟต์แวร์จะสร้างพิกเซลขึ้นมาใหม่ ดังนั้นวิธีการนี้จะเป็นการทำให้ภาพเบลอ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของภาพ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเส้นตรงและจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีในภาพ

Common Interpolation Methods

          ซอฟต์แวร์ที่ปรับปรุงภาพเหล่านี้มักจะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยในเรื่องของวิธีการ Interpolate สำหรับการคำนวณพิกเซลใหม่เมื่อมีการ Upsampling และวิธีการที่แตกต่างกันนั้นจะมีอยู่ 3 วิธีที่ใช้ใน Photoshop (แต่ถ้าคุณไม่ได้ใช้ Photoshop อาจจะแตกต่างจาก 3 วิธีการนี้ก็ได้) ดังนี้

  • วิธีเพิ่มความละเอียดของภาพBicubic เป็นวิธีการที่ทำช้าที่สุด แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  • Bilinear เป็นวิธีการที่เร็วกว่า Bicubic แต่คุณภาพจะแย่กว่า และทั้งสองวิธีการจะทำให้ภาพเบลอทั้งคู่ โดยเฉพาะเมื่อทำการ Upsampling
  • Nearest Neighbor จะไม่ถูกใช้ในการ Interpolate แต่จะนำค่าของพิกเซลข้างเคียงมาเพิ่มให้กับพิกเซลเก่า โดยไม่มีการประมาณ โดยวิธีการนี้จะทำให้ภาพอาจจะเสียหายหรือภาพจะเป็นอาจจะถูกตัดเป็นขั้น ๆ (stair-step effect)

          ขอเพิ่มเติมว่ายังมีวิธีการอีกมากมายที่ใช้ในการ Interpolate และในแต่ละซอฟต์แวร์ก็อาจจะใช้วิธีการที่ซ้ำ ๆ กันก็เป็นได้ แต่โดยมากพบว่า Photoshop มักจะให้ภาพที่มีคุณภาพอันเกิดจากการ Interpolate ด้วยวิธีการ Bicubic ได้ดีกว่าซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ