เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ดีกว่าเดิม

          ตั้งแต่เรียนจบและทำงานมาหลายปี มักจะได้ยินข่าวเพื่อนรุ่นเดียวกันเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น บางคนในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปีก็เปลี่ยนงานไปไม่ต่ำกว่า 4-5 ที่ เปลี่ยนอย่างไรก็ไม่ลงตัวและไม่พอใจเสียที บางคนแม้จะเปลี่ยนไปหลายงาน ผลสุดท้ายก็กลับไปอยู่กับบริษัทแรกที่เข้าทำงานเสียอย่างนั้น จริงอยู่ว่าการเลือกที่ทำงานบางครั้งคล้ายกับการเสี่ยงดวง เราไม่มีทางรู้ว่าบริษัทนั้นจะเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้เข้าไปร่วมงานจริง ๆ แต่การเปลี่ยนงานจนนับไม่ถ้วนนั้น นอกจากจะส่งผลต่อประวัติการทำงานของคุณโดยตรงแล้ว ยังทำให้คุณเสียโอกาสก้าวหน้าในที่ทำงานไปได้พอสมควร การเปลี่ยนงานนั้นจึงไม่ควรตั้งอยู่บนเหตุผลของอารมณ์อย่างเช่นคำว่า “เบื่อ” หรือ “ไม่พอใจ” เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเพื่อให้เราไม่หลงทางเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก เรามาดูกันดีกว่าว่าจะเปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ได้ดีกว่าเดิม

เป้าหมายของคุณคืออะไร

          ถ้าคุณไม่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานไปอีกสักกี่ที่คุณก็จะไม่มีวันพอใจ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองก่อนคือ คุณทำงานไปเพื่ออะไร คำตอบของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บางคนทำงานเพื่อพัฒนาตนเอง บางคนทำงานเพื่อใช้หนี้ บางคนทำงานเพื่อหน้าตาในสังคม ไม่ว่าคำตอบของคุณจะเป็นอะไร ขอให้คุณค้นหามันให้เจอเสียก่อน จงซื่อสัตย์กับตัวเอง การทำงานเพื่อเงินก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร บางครั้งความจำเป็นในชีวิตก็ทำให้ทางเลือกของเรามีไม่มากเท่าของคนอื่น

เปลี่ยนงานเพื่ออะไร

          หลังจากพบเป้าหมายแล้ว ลองย้อนกลับดูงานปัจจุบันที่ทำอยู่ก่อนว่าตอบโจทย์ที่คุณตั้งขึ้นมาได้หรือไม่ หากแท้จริงแล้วงานในปัจจุบันก็มอบในสิ่งที่คุณต้องการได้ แต่คุณแค่เกิดความเบื่อหน่าย ไม่พอใจ ให้ลองมองลึกลงไปอีกว่า เบื่อเรื่องอะไร จะแก้ไขได้หรือไม่ ถ้ายังพอมีทางแก้ คุณควรจะลองปรับปรุงจุดนั้นเสียก่อน แต่หากพิจารณาดีแล้วและมั่นใจว่าบริษัทที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่คำตอบของชีวิต ก็ถึงเวลาปัดฝุ่นเรซูเม่ เริ่มหางานใหม่กันได้

ศึกษาข้อมูลของบริษัทใหม่ให้ดี

          บางครั้งความเบื่อหน่ายอาจทำให้หลาย ๆ คนรีบร้อนตัดสินใจหางานใหม่เพียงเพื่ออยากจะออกไปให้พ้น ๆจากที่เดิมเสียที การทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการหนีปัญหาเพื่อไปเจอปัญหาใหม่ คุณควรใช้เวลาให้เต็มที่มองหาบริษัทเป้าหมายสัก 2 ถึง 3 แห่งเป็นอย่างน้อยเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในด้านต่าง ๆ โดยรวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้รอบด้าน ดูทั้งตัวงาน วัฒนธรรมองค์กร เงินเดือน สวัสดิการต่าง ๆ และให้คะแนนไปตรงด้านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด เช่น หากคุณเน้นพัฒนาความรู้ของตัวเอง เงินเดือนอาจไม่สำคัญเท่าเนื้องาน หรือคุณอาจอยากได้งานที่สามารถทำให้คุณให้เวลากับครอบครัวได้มากขึ้นก็ต้องมองข้ามบริษัทที่อาจจะเงินดีแต่งานโหดออกไป ข้อมูลเหล่านี้ถ้าสามารถได้มาจากคนในบริษัทเองจะดีที่สุด พยายามรักษาสายสัมพันธ์และติดตามข่าวสารของเพื่อนร่วมรุ่นเอาไว้บ้าง บางครั้งคุณอาจจะได้ข้อมูลวงในดีๆอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

งานเดิมอย่าให้เสีย

เปลี่ยนงานใหม่ให้ดีกว่าเดิม          เมื่อคิดจะลาออก บางคนอาจละเลยงานปัจจุบันมุ่งแต่จะไปที่ใหม่ อย่าลืมว่าคุณควรทำตัวเป็นมืออาชีพเสมอ ต่อให้คุณจะลาออกก็ต้องทำหน้าที่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุดก่อนจากไปเพื่อสร้างประวัติการทำงานที่ดีให้ตัวเอง ถ้าคุณสร้างชื่อเสียไว้ที่บริษัทเดิมซะเต็มที่ โอกาสจะได้งานใหม่ที่ดีขึ้นอาจจะริบหรี่ลงไปอีกไม่น้อย สมัยนี้ข้อมูลข่าวสารวิ่งไปไวกว่าที่คุณคิดนัก

          ถ้าคุณเป็นคนมีความสามารถ การเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะเปลี่ยนงานให้ดีและเหมาะสมกับความต้องการที่แท้จริงของตัวคุณต่างหากที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกครั้งที่เปลี่ยนงานคุณต้องเริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์ใหม่ ต้องปรับตัวใหม่  และบางครั้งมันอาจหมายถึงคุณกำลังเสียเวลาและโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปทีละน้อยจากการที่เริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวและหาข้อมูลก่อนตัดสินใจจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะหนีเสือปะจระเข้จนต้องเกิดอาการหนีไปเรื่อย ๆ ไม่เจอตัวจริงเสียที

          เปลี่ยนงานใหม่ครั้งนี้ต้องให้ได้ดีกว่าที่เดิมนะคะ

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เปลี่ยนงานใหม่เรียกเงินเดือนอย่างไรให้แฮปปี้

คนทำงานมีความสุขมากขึ้นหลังจากเปลี่ยนงาน