เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

          “อายุ 30 แล้วเปลี่ยนงานใหม่ได้ไหม” หรือ “อายุเท่าไหร่จึงจะต้องเปลี่ยนงานใหม่” คำถามเหล่านี้อาจจะผุดขึ้นในใจของใครหลายคน เมื่ออยู่ในช่วงวัยดังกล่าว คนทำงานหลายคนเริ่มมองหาความก้าวหน้า และความมีเสถียรภาพในการทำงานให้กับตนเอง บางคนเลือกที่จะหางานใหม่ เพื่อให้ได้ตำแหน่งงานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น หรือเปลี่ยนไปสู่งานที่มีความท้าทายมากขึ้น

          แต่จะมีสักกี่คนที่เปลี่ยนงานใหม่แล้วได้งานที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในการทำงาน ต้องอาศัยปัจจัยใดบ้าง จึงจะทำให้การเปลี่ยนงานนำเราไปสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ เมื่อเราคิดที่จะก้าวไปข้างหน้าแล้ว เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพราะเมื่อก้าวไปข้างหน้าแล้ว เราจะถอยหลังกลับมาได้ยาก หรืออาจจะกลับมาไม่ได้เลย ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงาน

เปลี่ยนงานใหม่เมื่อถึงเวลา

          เราอาจจะต้องคิดให้รอบด้านมากขึ้น เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนงานใหม่ หรือคิดที่จะเปลี่ยนงานใหม่ หากตัดสินใจเร็วเกินไป เราก็อาจจะยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะประสบการณ์ หรือความสามารถในการทำงานที่ยังน้อยเกินไป แต่หากตัดสินใจช้าไป เราก็อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ เพราะตำแหน่งงานดี ๆ ที่ถูกใจอาจจะถูกคนอื่นแย่งไปหมด เวลาใดที่เราควรเปลี่ยน อาจจะไม่มีใครบอกเราได้นอกจากตัวเรา ให้ดูจากบริบทแวดล้อมรอบตัวเราเป็นหลัก เช่น จุดอิ่มตัวในการทำงาน เราต้องดูว่าเราสามารถก้าวหน้าต่อไปในสายงานของเราอีกหรือไม่ หากเรามาถึงที่สุด เราก็อาจจะต้องบอกตัวเองว่าให้ลองหาอะไรที่ท้าทาย และสามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจจะรู้สึกเบื่องานที่ทำก็เป็นได้ เมื่อคิดจะเปลี่ยนงานใหม่ให้ดูว่าอายุงาน และอายุตัวเราเองพร้อมแล้วหรือไม่ที่จะเปลี่ยนงานใหม่ สำหรับบางคนเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง ก็อาจจะบอกตัวเองได้แล้วว่าเราอยากเปลี่ยนแปลงงานไปในทิศทางไหน และมีความรับผิดชอบระดับใด

เชี่ยวชาญงานแล้วค่อยเปลี่ยนงานใหม่

          เมื่อคิดจะเปลี่ยนงาน เราต้องมั่นใจว่าเราเข้าใจในงานที่เราทำอย่างทะลุปรุโปร่ง และเชี่ยวชาญเป็นอย่างดีเสียก่อน ไม่ใช่รู้เพียงผิวเผินก็คิดจะเปลี่ยนงานใหม่เสียแล้ว การเปลี่ยนงานใหม่ของคนที่มีความเชี่ยวชาญสูง หรือทำงานมาในระดับหนึ่งแล้วนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อ ยังไม่มีการเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น บางครั้งหลายคนมองดูเพื่อนในรุ่นเดียวกันแล้ว เห็นว่าเพื่อนบางคนเป็นถึงผู้จัดการ อาจจะต้องเพิ่มอัตราเร่งในการทำงานให้กับตนเอง คนทำงานจะรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องขยับขยาย หรือย้ายไปสู่องค์กรใหม่ เพื่อทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น มีความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น หากบริษัทที่ทำงานอยู่ไม่สามารถเสนอตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับความสามารถได้ แต่ความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น อาจจะไม่ได้มาพร้อมกับอายุงานเสมอไป เพราะบางคนทำงานเก่งโดยไม่ต้องอาศัยระยะเวลาในการทำงานที่ยาวนาน ดังนั้น เมื่อคิดจะเปลี่ยนงานใหม่ เราต้องแน่ใจว่าเราเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มากพอ เราจึงจะเติบโตในหน้าที่การงานและประสบความสำเร็จในตำแหน่งงานใหม่

ประเมินตนเองก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนงานใหม่

เปลี่ยนงานใหม่          ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานใหม่ทุกครั้ง ให้ลองสำรวจและประเมินตัวเองดูก่อนว่าเราพร้อมมากแค่ไหน อย่าเปลี่ยนงานด้วยความรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเป็นตัวเร่งเร้า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจยังไม่พร้อมที่จะมองหางานใหม่ บางคนรู้สึกกดดันกับการเติบโตในหน้าที่การงาน เช่น เพื่อนในรุ่นเดียวกันได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นถึงระดับผู้จัดการ หรือผู้บริหารระดับสูงกันจนหมดแล้ว แต่เรายังเป็นเพียงพนักงานธรรมดา ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอาจจะเกิดขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าหากพิจารณาให้รอบคอบ เราจะรู้ว่าตำแหน่งงานอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่เนื้อหาของงานต่างหากที่สำคัญ มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ว่างานของเราสำคัญขนาดไหน อย่าเพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนงานทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม เราต้องมั่นใจว่างานที่เราทำอยู่นั้น เราทำได้ดีขนาดไหน แล้วค่อยเปลี่ยนงานไปสู่ตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น จึงจะทำให้การเปลี่ยนงานใหม่ประสบความสำเร็จมากขึ้น

          ในการเปลี่ยนงานใหม่ทุกอย่าง เราต้องเข้าใจตนเองและเป้าหมายในการทำงานก่อนเป็นอย่างแรก ไม่เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เราทำลงไปจะไม่มีความหมายและคุณค่าเลยแม้แต่น้อย หากเราคิดที่จะเปลี่ยนงานให้พิจารณาบริบทโดยรอบให้ถี่ถ้วนเสียก่อน อย่าเปลี่ยนงานเพราะถูกกดดันจากบางสิ่ง แต่ให้คิดว่าเราเปลี่ยนงานเพราะอยากเติบโตขึ้น หรืออยากพัฒนาศักยภาพด้านใดด้านหนึ่งให้เด่นชัดขึ้น

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ข้อควรระวังก่อนคิดเปลี่ยนสายงาน

ผลเสียของการเปลี่ยนงานบ่อย