เตรียมตัวอย่างไร เมื่อต้องออกจากงาน

          หนึ่งในความโชคร้ายของชีวิตการทำงาน คือ การถูกให้ออกจากงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่เพียงแต่จะทำให้คนทำงานรู้สึกหวั่นไหว แต่ยังมีความรู้สึกกดดันเพิ่มขึ้นด้วย บางคนอาจจะวิตกกังวลว่าต้องทำอย่างไรกับการทำงาน หรือต้องเตรียมตัวหางานอย่างไรต่อไป

          การเตรียมตัวหลังจากถูกให้ออกจากงาน ไม่เพียงแต่จะต้องรับมือกับความกังวลด้วยความสงบ แต่เราอาจต้องเรียกคืนความมั่นใจ และสติกลับมาให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องตกใจนาน เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราต้องจัดการให้เสร็จสิ้น เมื่อต้องก้าวเดินออกจากออฟฟิศ

          อย่ามัวจมอยู่กับความเศร้าหมอง หรือโกรธเคืองหากต้องถูกให้ออกจากงาน ให้เราตั้งสติ แล้วรีบจัดการธุรกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ให้เสร็จสิ้นให้เร็วที่สุด ลองมาดูกันว่าสิ่งที่เราต้องทำ เมื่อต้องออกจากงานนั้น มีอะไรบ้าง แล้วต้องจัดการสิ่งนั้นอย่างไรบ้าง

มองโลกในแง่ดี

          อย่าปล่อยให้ชีวิตหลังออกจากงานเต็มไปด้วยความซึมเศร้า หรือเสียใจกับการตกงาน เพราะนั่นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น อย่าให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทับถมเรา แต่ให้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเป็นบทเรียน และประสบการณ์ที่สำคัญของเราได้ เราควรใช้เวลานี้จัดการกับความคิดของเราไม่ให้โกรธเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วมองว่าชีวิตเรายังมีความก้าวหน้ารอเราอยู่ เพียงแต่อย่าเพิ่งยอมแพ้กับปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้น

จัดการเรื่องประกันสังคม

          สิ่งที่เราต้องจัดการเกี่ยวกับประกันสังคมเมื่อต้องว่างงาน คือ เงินช่วยเหลือกรณีว่างงาน และการรักษาสิทธิการคุ้มครองจากประกันสังคม คนทำงานที่สมทบเงินเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 6 เดือน จะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้น เราต้องตรวจสอบสิทธิว่าเราจะได้รับความช่วยเหลือเพียงใด เพื่อให้เราได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ และสามารถใช้เงินช่วยเหลือดำรงชีวิตได้สักพัก หากเรายังไม่สามารถหางานใหม่ได้ในช่วงเวลานั้น ๆ โดยเราต้องยื่นเรื่องเบิกเงินค่าชดเชยจากสำนักงานประกันสังคม เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการหางาน หรือเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ระหว่างที่กำลังหางานใหม่

วางแผนการใช้เงิน

          ในระหว่างที่เรากำลังว่างงาน และยังไม่สามารถหางานใหม่ได้ ให้เราเตรียมวางแผนการใช้เงิน เพราะในระหว่างนี้เรายังไม่มีรายได้ประจำเหมือนตอนที่ทำงานอยู่ จะใช้จ่ายอะไรก็ให้ระวังให้มากขึ้น เราควรตรวจเช็คการเงินของตัวเองว่ามีหนี้สิน ทรัพย์สิน หรือภาระผูกพันอะไรอยู่บ้างหรือไม่ และมีเงินเก็บส่วนไหนที่เราสามารถนำมาใช้ได้บ้างในช่วงเวลานี้ เราควรจะจัดการการเงินให้มีสภาพคล่องให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือเพียงแค่ทำให้ตัวเองได้รับรู้ว่าสภาพการเงินของเราเป็นเช่นไร เพื่อจะได้รับมือกับค่าใช้จ่ายได้ จากนั้นค่อยปรับลดค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ค่าอาหารราคาแพง ค่าท่องเที่ยว ค่าช้อปปิ้ง ให้ลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลง จนกว่าเราจะมีรายได้ประจำที่มารองรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

มองหางานใหม่

          เมื่อต้องออกจากงาน เราจะมีเวลาว่างมากพอในการจัดการกับเรซูเม่สมัครงานของเรา แต่ไม่ควรเร่งรีบที่จะหางานใหม่จนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เราได้งานที่เราไม่ได้อยากจะทำจริง ๆ อาจจะกลายเป็นว่าทำงานได้ไม่เท่าไรก็ต้องลาออกอีกในที่สุด การหางานใหม่คราวนี้ เราควรใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบมากกว่าเดิม ไม่ควรเร่งรีบจนเกินไป ลองหยิบเรซูเม่สมัครงานอันเก่ามาปรับปรุงใหม่ ให้ดูน่าสนใจและรอบด้านมากกว่าเดิม และปรับให้มีความเป็นปัจจุบันมากที่สุด เพราะบางคนไม่ได้อัพเดทเรซูเม่เลย จะสมัครงานครั้งหนึ่งก็ปรับปรุงครั้งหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเรามีเรามีเวลาว่างในช่วงนี้ ก็เขียนเรูเม่ให้ดีขึ้น แล้วค่อยตัดสินใจสมัครงาน

เตรียมตัวออกจากงาน          อย่าใจร้อนที่จะมองหางานใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการสมัครงานหลังจากออกจากงานเก่า แต่ให้เราใช้เวลากับตัวเองให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ พิจารณาดูว่าเราควรจะไปในทิศทางใดต่อไป เพราะบางคนอาจจะไม่อยากทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศต่อไปอีกแล้ว แต่อยากมีกิจการเป็นของตัวเองมากกว่า แต่สำหรับคนที่อยากจะหางาน ก็ไม่ควรเศร้าโศกจนเกินไป หากเราจะต้องถูกออกจากงาน ให้เราเรียกความเชื่อมั่นกลับมา อย่ายึดติดกับความผิดพลาดในอดีต เพื่อให้เราเดินหน้าทำงานต่อไปได้

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 สัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาลาออกจากงาน

สิทธิประกันสังคมสำหรับคนที่ออกจากงาน