11 สิ่งที่ต้องทำ สำหรับเด็กจบใหม่ที่กำลังหางาน

เด็กจบใหม่ต้องวางแผนหางาน

          ขอแสดงความยินดีด้วย กับน้อง ๆ ที่สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการ ถึงเวลาหางานแรกกันแล้วนะคะ ซึ่งเป็นเวลาที่ดี ที่น้อง ๆ จะเปิดประตูสู่โลกแห่งโอกาส เริ่มต้นงานแรกที่ดี งานแรกที่ใช่ เพราะมีโอกาสที่ดีมากมายรอน้อง ๆ เด็กจบใหม่อยู่ ถ้าอยากได้งานแรกที่ใช่ อย่าเพิ่งรีบร้อนตั้งหน้าตั้งตาหางาน กันแบบไม่ลืมหูลืมตาค่ะ แนะนำให้น้อง ๆ ใช้เวลาในการวางแผนการหางานกันก่อน โดยเริ่มจากทำเช็คลิสต์สำหรับการหางานขึ้นมา ถ้าน้อง ๆ ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร jobsDB มีมาแนะนำ และนี่คือ 11 สิ่งที่ต้องทำ สำหรับเด็กจบใหม่ที่กำลังหางาน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้วางแผนและจัดการกับการสมัครงานแรกได้อย่างเป็นระบบ

1. เขียนเรซูเม่

          เรซูเม่ คือ ประวัติส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ผู้ประกอบการรู้จักเรา ฉะนั้น ต้องเขียนเรซูเม่ให้เตะตา และดึงดูดใจผู้ประกอบการให้ได้ ให้ใส่ทักษะและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะสมัครลงไป และถ้ามีใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ, รางวัล หรือใบคะแนนสอบวัดระดับต่าง ๆ ก็สามารถใส่ลงไปในเรซูเม่ได้ด้วย

2. สร้างโปรไฟล์กับเว็บไซต์หางานคุณภาพ

          สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB เพื่อเพิ่มโอกาสให้น้อง ๆ ได้พบกับผู้ประกอบการชั้นนำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งอัปโหลดเรซูเม่ที่ไฟล์ไม่ใหญ่จนเกินไป หลังจากนั้นให้จัดการกับพวกโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่มีให้เรียบร้อย อาจจะลบหรือซ่อนโพสต่าง ๆ ที่อาจจะมีผลกระทบกับการรับเข้าทำงานออกไปก่อน

3. รวบรวมตัวอย่างผลงาน

          ถ้าสายงานที่น้อง ๆ จะสมัครนั้น จำเป็นต้องมีผลงานไปแสดงด้วย เช่น มีผลงานเขียน, ผลงานทำเว็บไซต์, ผลงานออกแบบ หรือผลงานถ่ายรูป/ ถ่ายวิดีโอ ให้รวบรวมไว้ด้วยกัน อาจจะอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์หรือหาวิธีที่จะสามารถส่งให้ผู้ประกอบการดูได้อย่างสะดวก และไม่ยุ่งยากในการเปิดไฟล์

4. ระบุบุคคลอ้างอิง

          เตรียมลิสต์รายชื่อบุคคลอ้างอิงไว้อย่างน้อย 3 คน แล้วเลือกคนที่รู้จักตัวน้องมากที่สุด เขียนลงไปในเรซูเม่ เพราะถ้าผู้ประกอบการสนใจตัวน้อง และเพื่อให้มั่นใจในตัวน้องมากขึ้น ผู้ประกอบการจะติดต่อบุคคลอ้างอิงที่ระบุไว้ในเรซูเม่ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวน้อง ดังนั้น ควรแจ้งให้บุคคลอ้างอิงรู้ตัวด้วย เพื่อเตรียมตัวตั้งรับการติดต่อจากผู้ประกอบการ

5. ลิสต์บริษัทที่ต้องการร่วมงาน

          ลิสต์รายชื่อบริษัทที่น้อง ๆ อยากสมัครงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นจากความชอบส่วนตัว, จากการที่มีเพื่อน รุ่นพี่ หรือคนรู้จักแนะนำ, จากบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ควรลิสต์รายชื่อบริษัทนั้น ๆ ไว้ก่อน แล้วมาค้นหาข้อมูลของแต่ละบริษัท ว่าตำแหน่งใดบ้างที่แต่ละบริษัทต้องการ เพื่อทำเรซูเม่ให้เหมาะกับการสมัครงานตำแหน่งนั้น ทำแบบนี้ จะได้ไม่สับสนว่าบริษัทไหนสมัครงานไปแล้ว หรือยังไม่สมัคร การสมัครงานจะเป็นระบบมากขึ้น

6. ติดต่อคนที่รู้จัก

          อาจจะเป็นพี่ที่เคยฝึกงานด้วย, รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย, เพื่อนที่ได้งานแล้ว, หรืออาจจะเป็นญาติ พี่น้อง คนรู้จัก ที่สามารถแนะนำงานให้กับเราได้ นี่จะเป็นอีกทางที่ทำให้เราได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะสมัครงานได้ลึก และจริงมากขึ้น เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าตัวเราจะเข้ากับการทำงานขององค์กรนั้น ๆ ได้หรือไม่

7. คำนวนค่าใช้จ่ายระหว่างที่ยังหางาน

          ในระหว่างที่กำลังหางานประจำอยู่ น้อง ๆ ต้องมีค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องคำนึงถึงตรงนี้ด้วย ว่าจะมีเงินพอที่จะใช้จ่ายในระหว่างที่ยังหางานอยู่แค่ไหน ระหว่างนี้อาจจะหางานพาร์ทไทม์ทำควบคู่ไปก่อน เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ก็ได้

8. เพิ่มทักษะที่สามารถนำมาใช้กับการทำงาน

          ระหว่างที่ยังหางานอยู่ หรือรอการติดต่อเพื่อสัมภาษณ์งาน น้อง ๆ อาจจะไปหาครอสเรียนเพิ่มเติมทักษะ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง และเตรียมรับมือกับการทำงานที่ท้าทาย ที่น้องกำลังจะเจอข้างหน้า

9. ซ้อมตอบคำถามสัมภาษณ์งาน

          สำหรับน้องที่ได้รับการติดต่อให้ไปสัมภาษณ์งานแล้ว ควรเตรียมตัวเก็งคำตอบสัมภาษณ์งาน เหมือนเก็งข้อสอบ เตรียมคำตอบสำหรับคำถามสัมภาษณ์งานที่ผู้ประกอบการอาจจะถาม เพื่อวันที่ไปสัมภาษณ์งานจริงจะได้ไม่รู้สึกตื่นเต้น หรือประหม่า น้อง ๆ อาจจะจำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์งานกับเพื่อนสนิท หรือพี่น้องก็ได้ เพื่อที่จะได้ให้คนที่น้องซ้อมด้วย แนะนำสิ่งที่ต้องปรับปรุง ซ้อมให้คล่อง วันสัมภาษณ์งานจริงจะได้ราบรื่นค่ะ

10. เตรียมตัวไปสัมภาษณ์งาน

          นอกจากเตรียมตัวเรื่องคำถามที่จะเจอในวันสัมภาษณ์งานแล้ว อย่าลืมตั้งเตือนวัน และเวลาที่จะไปสัมภาษณ์งานด้วย เตรียมชุดสัมภาษณ์งานที่เหมาะสมไว้ให้พร้อม แนะนำว่าอย่าใส่รองเท้าคู่ใหม่ไปสัมภาษณ์งาน เพราะร้องเท้าคู่ใหม่อาจจะกัดเท้า และทำให้บุคลิกภาพไม่ดีได้ ส่วนเรื่องการเดินทาง ต้องวางแผนการเดินทางก่อนวันไปสัมภาษณ์งานด้วย เพราะเราอาจจะไม่ชินทาง ไม่รู้สภาพการจราจรแถวนั้น ความซับซ้อนของตึกที่เราจะไปสัมภาษณ์งาน ดังนั้น วันไปสัมภาษณ์งานควรเผื่อเวลาการเดินทางไว้ด้วย

11. ตั้งเป้าหมายระยะเวลาที่จะได้งาน

          ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่าจะต้องหางานให้ได้ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น ภายใน 1 เดือน, ภายใน 3 เดือน หรือภายในครึ่งปี เพื่อเป็นการตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง ไม่ให้ตัวเองเผลอเที่ยวเล่น หลังเรียนจบจนลืมหางานทำ หากถึงระยะเวลาที่ตั้งไว้แล้ว ยังไม่ได้งาน จะได้หาวิธีกันต่อไปว่าทำไมเราถึงยังไม่ได้งาน เราบกพร่องตรงไหน ทักษะ ประสบการณ์ หรือเป็นเพราะเรซูเม่ยังไม่ดึงดูดใจผู้ประกอบการ จะได้หาทางแก้ได้ถูกจุด

          การหางานแรกเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานจริง หวังว่าเช็คลิสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ในการหางาน เพราะงานที่ใช่ เริ่มได้ตั้งแต่งานแรก แค่น้อง ๆ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB ก็สามารถเพิ่มโอกาสให้พบกับผู้ประกอบการชั้นนำได้ง่ายขึ้นแล้ว

#icanbebetter

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วางแผนที่ชีวิต ตั้งแต่งานแรก

8 วิธีเลือกงานแรกที่ใช่