เซลส์ วิศวะ ไอที งานดีไม่หวั่นศก.ติดลบ
job_market_2014

          ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 ถึงปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคเอกชนชะลอการลงทุนแล้วรอดูสถานการณ์แทน ขณะที่การใช้จ่ายจากภาครัฐเข้าสู่ระบบก็ยังติดขัดไม่มีรัฐบาลตัวจริง ลามไปถึงการบริโภคของภาคครัวเรือนที่ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเงินด้วยเช่นกัน

ภายใต้บริบทเหล่านี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพาเหรดปรับลดตัวเลขการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) กันเป็นแถว อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปรับเป้าจีดีพีจาก 4-5% เหลือ 3-4%

ธนาคารแห่งประเทศไทยจาก 3% เหลือ 2.7% สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจาก 4% เหลือ 2.1-3.1% ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเศรษฐกิจจะโต 1.3-2.4% จากเดิมคาดว่าจะโต 3% ขณะที่กูรูเศรษฐกิจอย่าง วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประเมินว่าขยายตัว 0% หรืออาจติดลบด้วยซ้ำ

แนวโน้มชะลอตัวของเศรษฐกิจ ย่อมส่งผลมาถึงตลาดแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากว่ากันตามทฤษฎีแล้วจีดีพีควรโตมากกว่า 3% ถึงจะดูดซับแรงงานเข้าสู่ระบบได้หมด แต่หากโตต่ำกว่า 3% ก็อาจทำให้ตัวเลขการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ไว้ว่า หากสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อต่อไป คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ อัตราการว่างงานอาจ จะเพิ่มขึ้นถึง 1-1.1% (ตัวเลขอัตราการว่างงานจากกระทรวงแรงงานปี 2556 อยู่ที่ 0.73%) ซึ่งแม้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่น่าวิตก แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้กว่า 4 แสนคน ที่อาจตกงานถึง 1-1.5 แสนคน เนื่องจากภาคธุรกิจยังคงชะลอตัวในการขยายกิจการ จึงเป็นผลลูกโซ่ต่อการจ้างงานนั่นเอง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาบริบทปัจจุบัน พบว่าในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใดก็เกิดการชะลอตัวด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะสายงานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม ที่ชะลอการจ้างงานลง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ไทยสูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี แม้ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังไม่มีการเลิกจ้างแต่ อย่างใด เพียงแต่ชะลอการรับพนักงานลง บางแห่งอาจมีการโยกย้ายพนักงานไปทำงานยังสาขาต่างจังหวัด หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เหมาะสม เพื่อพยุงธุรกิจให้ผ่านพ้นในช่วงวิกฤตินี้ และประเมินแนวโน้มสถานการณ์อีกครั้งในช่วงหลังเดือนเม.ย. ว่าจะมีทิศทางอย่างไร

ขณะที่อุตสาหกรรมที่กำลังเกิดใหม่และมาแรงเป็น ที่น่าจับตามองคือทีวีดิจิตอล ที่หลายช่องหลายค่ายต่างประมูลช่องเพื่อสร้างหรือขยายรายการ จนทำให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มการได้งานของนักศึกษาจบใหม่จะไม่ค่อยดีนัก แต่ตลาดงานบางอาชีพยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก และเกิดการแย่งชิงตัวผู้สมัครกันอย่างรุนแรง ได้แก่ อาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายงานไอที งานวิศวกรรมงานวิทยาศาสตร์ งานโรงแรม และสายอาชีวะ เนื่องจากเป็นสายงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ยิ่งใครมีความชำนาญที่มากกว่า ก็ยิ่งไม่มีความเสี่ยงในการตกงานอย่างแน่นอน

จากฐานข้อมูลของ JobsDB พบว่าอาชีพที่มีความต้องการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  1. Sales, Customer service (CS) และ Business Development
  2. Engineering
  3. Information Technology (IT)
  4. Admin และ Human Resource (HR) และ
  5. Marketing และ Public Relations (PR)

นพวรรณ อธิบายว่า ตำแหน่ง Sales, CS และ Business Devpt เป็นตำแหน่งที่ตลาดต้องการมากที่สุด เนื่องจากตำแหน่งนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญจะช่วยให้ธุรกิจขององค์กรต่าง ๆ ขับเคลื่อนและเติบโตตามเป้าหมาย ทั้งยังเป็นตำแหน่งที่มีการหมุนเวียนบุคลากรค่อนข้างสูง จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดจึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดมาโดยตลอด

ขณะที่งาน Engineering และ IT ถือเป็นตำแหน่งงานที่เป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอุตสาหกรรมที่ขาดไม่ได้ เพราะโลกเทคโนโลยีมีความก้าวล้ำอยู่เสมอ ต้องอาศัยผู้ที่มีทักษะความชำนาญเฉพาะด้านมาเป็นผู้ควบคุมดูแล ยิ่งเมื่อใกล้เปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตำแหน่งงานนี้ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เพราะแต่ละองค์กรก็ย่อมต้องการคนที่เก่งและชำนาญการที่สุดไปร่วมงานนั่นเอง

ส่วนงานด้าน Admin / HR, Marketing และ PR เป็นตำแหน่งที่ทุกองค์กรต้องมี เนื่องจากช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กร เรียกได้ว่าเป็นทัพที่ต้องคอยบริหารจัดการองค์กรทั้งเรื่องภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือให้เป็นที่ประจักษ์แก่ภายนอก จึงทำให้ตำแหน่งงานดังกล่าวเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอาชีพที่มีผู้สมัครงานสูงสุด 5 อันดับแรก พบว่ายังมีความไม่สัมพันธ์กับความต้องการของผู้ว่าจ้าง โดยอาชีพที่มีผู้สมัครงานสูงสุดคือ

  1. Accounting
  2. Banking / Finance
  3. admin และ HR
  4. IT และ
  5. Professional Services

นพวรรณ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาตำแหน่งงานที่มีผู้สมัครมากที่สุดกับตำแหน่งที่มีผู้ต้องการ จ้างมากที่สุด มีเพียง 2 ตำแหน่ง คือ Information Technology (IT) และ Admin และ HR ที่ตรงกัน ส่วนอีก 3 สายงาน ยังมีความต้องการไม่สอดคล้องกัน สะท้อนว่าผู้สมัครงาน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่กำลังเลือกคณะวิชาที่จะเรียน หรือที่กำลังจะจบ ควรต้องศึกษาตลาดงานให้ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการว่างงาน หรือภาวะตำแหน่งงานล้นตลาดลงได้

เรื่องอื่น  ๆ ที่น่าสนใจ

ผลสำรวจพบนายจ้างชอบคนบุคลิกภาพดี ไม่เน้นฝีมือ

อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนที่2)