6 เคล็ดลับฝึกงานให้มัดใจพี่ ๆ และหัวหน้าได้ไม่ยาก

เคล็ดลับฝึกงานให้มัดใจ

          นักศึกษาหลายคนอาจจะหวั่นใจ กลัวการฝึกงาน หรือคิดว่าการฝึกงานเป็นเรื่องยาก ไม่ว่างานที่ได้รับระหว่างการฝึกงานจะเป็นงานเล็ก ๆ อย่างการจัดเรียงเอกสาร ชงกาแฟ หรืองานใหญ่ ๆ อย่างการมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหาร ขอให้มั่นใจว่าคุณสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการฝึกงานเหล่านี้ได้ เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จจากการฝึกงาน jobsDB มีเคล็ดลับในการใช้โอกาสทองนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อมัดใจพี่ ๆ และหัวหน้าที่ร่วมงาน ณ ตอนฝึกงาน มาฝากค่ะ

1. ทำการฝึกงานให้เหมือนเป็นการทำงานจริง ๆ

          ถ้าคุณอยากให้คนมองว่าคุณเป็นคนจริงจังกับการทำงาน คุณต้องใช้โอกาสในการฝึกงานนี้อย่างจริงจังและจริงใจ อย่าลืมว่างานที่คุณทำ (แม้จะเป็นการฝึกงาน) จะส่งผลกระทบต่อองค์กร คุณควรแสดงให้นายจ้างเห็นถึงความกระตือรือร้นและแรงจูงใจในการทำงานเพื่อพวกเขา การมาทำงานตรงเวลา (หรือเช้ากว่านั้น) มาถึงที่ประชุมก่อนการประชุมจะเริ่ม และทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จตามกำหนด รวมไปถึงแต่งกายมาทำงานให้สุภาพเหมาะสมถูกกาลเทศะอีกด้วย ถ้าคุณแต่งตัวตามสบายเหมือนเวลาไปเที่ยว นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ให้เกียรติที่ฝึกงานของคุณ สะท้อนว่าคุณไม่จริงจังกับงานนี้ นอกจากนี้คุณควร “เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม” สังเกตว่าพนักงานคนอื่น ๆ มีพฤติกรรมต่อกันอย่างไร และพยายามปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรให้ได้ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้อาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่ถ้าคุณทำได้ จะช่วยให้คุณดูโดดเด่นจากเด็กฝึกงานคนอื่น ๆ  ได้

2. ทำงานทุกอย่างให้เต็มร้อยหรือมากกว่าร้อย

          ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จโดยไม่บ่น เมื่อทำเสร็จแล้ว ของานเพิ่มโดยที่นายจ้างไม่ต้องร้องขอ และทำทุกงานอย่างเต็มที่ให้ได้คุณภาพที่ดี ฟังขั้นตอนการทำงานอย่างตั้งใจและอย่ากลัวที่จะถามหากมีข้อสงสัย ทำงานด้วยความปราณีตอย่างละเอียดรอบคอบ แสดงให้หัวหน้าเห็นว่าคุณใส่ใจในทุกรายละเอียดโดยการทำตามขั้นตอนอย่างครบถ้วนและคำนึงถึงคุณภาพของผลงาน ทำงานในช่วงการฝึกงานให้ได้เต็มร้อยหรือมากกว่าร้อยแต่ไม่น้อยกว่านั้น ไม่ว่างานที่ได้รับจะเป็นงานที่ดูธรรมดาหรืองานที่แปลกแหวกแนว คุณควรทำงานนั้น ๆ ด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ ถึงแม้คุณจะเป็นแค่เด็กฝึกงาน แต่งานของคุณแม้จะเล็กน้อยเพียงใดก็อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรโดยรวมได้ ฉะนั้นจงทำมันออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. รับฟังความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกงานของคุณ

          ใส่ใจและรับฟังในความคิดเห็นของหัวหน้าที่มีต่อการฝึกงานของคุณ หากหัวหน้าไม่ให้ฟีดแบ็คกับคุณ ลองเข้าไปถามหัวหน้าโดยตรง การถามหัวหน้าว่าคิดอย่างไรต่อการฝึกงานของคุณ มีอะไรที่ยังต้องปรับปรุงนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะวัตถุประสงค์ในการฝึกงานคือการเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การถามถึงฟีดแบ็คจากหัวหน้าไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณนำไปใช้ปรับปรุงในงานเท่านั้น ยังสะท้อนให้เห็นว่าคุณมีความใส่ใจและกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก มันยังสามารถช่วยให้คุณตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ และพยายามปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านั้นก่อนที่ระยะเวลาการฝึกงานของคุณจะหมดลง

4. ไม่เล่นโซเชียลมีเดียทั้งหลาย เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ระหว่างฝึกงาน

          อย่าใช้โซเชียลมีเดียหรือแชทไลน์กับเพื่อนในระหว่างการทำงาน ไม่ควรเล่นมือถือระหว่างทำงานนอกเสียจากว่างานของคุณต้องเกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียเหล่านี้ ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง คุณไปฝึกงานเพื่อไปเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ ฉะนั้นใช้ทุกเวลานาทีให้มีค่าและทุ่มเทเวลากับการทำสิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาทักษะของคุณ ถ้าคุณทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคุณไม่มีอะไรต้องทำอีก คุณควรไปของานเพิ่ม หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กร หรือสายงานที่ทำอยู่ การเข้าไปนั่งไถมือถือ เช็คฟีดในเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ระหว่างรอการมอบหมายงานเพื่อฆ่าเวลาเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่คุณควรทำหากคุณไม่อยากได้งานนี้ เพราะคงไม่มีผู้ประกอบการคนใดอยากจ้างให้คุณมานั่งเล่นมือถือที่ที่ทำงานแน่ ๆ อย่าลืมนะคะว่าแอคเคานท์โซเชียลมีเดียของคุณมันไม่หายไปไหน คุณจะเช็คอัพเดทเมื่อไหร่ก็ได้ แต่โอกาสที่จะได้เรียนรู้และเติบโตในการฝึกงานเป็นโอกาสทองที่ผ่านแล้วผ่านเลย ขณะที่คุณแอบโพสท์สเตตัสเพื่ออัพเดทบนโลกโซเชียลระหว่างที่คุณทำงานอยู่ โอกาสในการได้งานในโลกแห่งความเป็นจริงของคุณก็อาจจะหลุดลอยไป

5. คบเพื่อนใหม่และหมั่นติดต่อกับเพื่อนที่ทำงานอยู่เสมอ

          เพราะการฝึกงานก็เหมือนกับการทดลองทำงานจริง ๆ ฉะนั้นคุณควรจะใช้เวลาในการทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าของคุณ เริ่มต้นสร้างไมตรีด้วยการแนะนำตัวเองและยิ้มแย้มสร้างความเป็นมิตรกับทุกคน ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของกิจการ พยายามผูกมิตรและทำความรู้จักว่าแต่ละคนทำหน้าที่อะไร และสานต่อไมตรีนี้แม้ว่าการฝึกงานจะจบลงไปแล้วไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือออฟไลน์ หมั่นติดต่อกับเพื่อนร่วมงานที่พบขณะฝึกงานอยู่เสมอ เพราะหากคุณได้รับการว่าจ้างให้ทำงานต่อเมื่อเรียนจบแล้ว คุณจะมีคอนเนคชั่นและพร้อมเริ่มทำงานตั้งแต่วันแรกได้ทันที แต่หากคุณไม่ได้รับพิจารณาให้ทำงานที่องค์กรที่ฝึกงาน เพื่อนที่คุณได้จากตอนฝึกงานอาจช่วยให้คุณได้งานที่อื่น ช่วยอัพเดทข่าวคราวต่าง ๆ ในสายงาน หรือเป็นคอนเนคชั่นที่ดีให้กับคุณสำหรับงานอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

6. พูดคำขอบคุณให้ติดปาก

          ก่อนการฝึกงานจะจบลง อย่าลืมขอบคุณทุกคนที่คุณเคยร่วมงานด้วย และคนที่คอยให้ความช่วยเหลือคุณตลอดระยะเวลาการฝึกงาน คนมักจะประทับใจกับความซาบซึ้งในบุญคุณของคนอื่น ๆ ดังนั้นอย่าอายที่จะแสดงความขอบคุณจากใจจริงออกไป ทำให้พวกเขารู้ว่าคุณซาบซึ้งเพียงใดกับโอกาสที่คุณได้เรียนรู้และประสบการณ์อันมีค่าที่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขา ความมีมารยาทและความรู้สึกที่ดี ๆ เหล่านี้จะเป็นเสน่ห์ที่ติดตัวคุณไปและทำให้คุณเป็นที่รักของคนที่ได้พบเห็นในอนาคต

          การฝึกงานเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ชีวิตวัยเรียนจะจบลง และก้าวเข้าไปสู่โลกของการทำงาน การฝึกงานเป็นงานหนัก และการทำแค่งานที่คุณได้รับมอบหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเป็นที่จดจำ คุณต้องเพิ่มความกระตือรือร้น และให้ใจและทำงานออกมาให้เกินร้อย และใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด อย่าลืมนำเคล็ดลับ 6 ข้อนี้ไปใช้ในการฝึกงานให้การฝึกงานนั้นประสบความสำเร็จนะคะ ไม่แน่ผลงานในตอนฝึกงานอาจจะเข้าตากรรมการ จนทำให้คุณได้ทำงานต่อที่นี้ก็ได้นะคะ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ประสบการณ์ฝึกงานก่อนเรียนจบนั้นสำคัญไฉน

จบมหาวิทยาลัยไหน หรือเกรดเฉลี่ยสูงก็ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ฝึกงาน