เขียนเรซูเม่ให้โดดเด้งเตะตาผู้ประกอบการ

เขียนเรซูเม่ให้โดดเด่น

          องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของการสมัครงานคือ ประวัติการทำงาน หรือที่พวกเรารู้จักกันในนาม เรซูเม่ (resume̒) หรือ CV ถือเป็นหน้าด่าน เป็นหน้าเป็นตาของตัวเราที่จะไปเสนอให้ว่าที่นายจ้างเห็นก่อนเจอเราตัวจริง ประวัติการทำงานจึงเปรียบเสมือนตัวแทนที่จะนำเสนอเรื่องราวของเราให้โลกรู้ คิดดูว่าภายใน 1 วัน ฝ่ายบุคคลอาจได้รับเรซูเม่เป็นหลายร้อย หลายสิบฉบับ คุณจึงต้องสร้างแรงจูงใจพิเศษที่จะดึงดูดให้เรซูเม่ของคุณได้รับการเลือกให้ได้ ถ้าคุณอยากได้งาน มาดูกันดีกว่าว่าจะเขียนเรซูเม่ ให้กระแทกใจฝ่ายบุคคลและว่าที่เจ้านายใหม่ของคุณนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง 

คุณจะสมัครงานอะไร?

          แต่ละงาน แต่ละอาชีพต้องการคนทำงานที่มีคาแร็กเตอร์ที่ต่างกัน ถ้าคุณสมัครในตำแหน่งงานออฟฟิศทั่วไป คุณอาจจะเลือกใช้การเขียนเรซูเม่แบบธรรมดา ไม่หวือหวามาก แต่ถ้าคุณต้องการสมัครในตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สูง เช่น สายงานครีเอทีฟ งานกราฟฟิค งานออกแบบ คุณอาจต้องครีเอทเรซูเม่ให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อโชว์ไอเดียของคุณ แต่ถ้าคุณสมัครงานในตำแหน่งการเงิน เรซูเม่แบบมีลวดลายมากมายอาจลดทอนความน่าเชื่อถือของคุณ ดังนั้น ตำแหน่งงานก็มีความสัมพันธ์กับรูปแบบของเรซูเม่

รูปถ่ายสมัครงาน และภาษา

          ทุกประวัติการทำงานควรมีรูปถ่าย และแน่นอนว่าไม่ใช่ใช้รูปถ่ายอะไรก็ได้ ควรเป็นรูปถ่ายที่ค่อนข้างเป็นทางการ แต่ดูดี ฉากหลังสีพื้น ถ่ายในชุดที่ดูเป็น professional หรืออารมณ์ business attire ไม่ควรเป็นรูปชุดครุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณจบการศึกษามานานมากแล้ว และแน่นอนไม่ควรใช้รูปเซลฟี่ (selfie) แอคติ้งหน้าตาเหมือนถ่ายเล่นกับเพื่อน เพราะนี่คือการสมัครงานนะจ๊ะ ไม่ใช่รูป profile ใน social media นอกจากนี้ภาษาก็สำคัญ ถ้าคุณจะสมัครงานในองค์กรใหญ่ หรือบริษัทต่างชาติ ควรใช้เรซูเม่ภาษาอังกฤษนะคะ และที่สำคัญ ไม่ว่าจะให้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ควรจะเป็นภาษาทางการ ที่ถูกหลักไวยากรณ์ และสะกดอย่างถูกต้องด้วย การสะกดผิด ๆ ถูก ๆ ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงเป็นอย่างมาก อย่าลืมตรวจทานก่อนส่งทุกครั้ง

อัพเดทให้เหมาะสมกับสถานการณ์

          อย่าลืมอัพเดทเรซูเม่ด้วยทุกครั้งที่มีการสมัครงานใหม่ เพราะแต่ละวัน แต่ละเดือนที่ผ่านไป ประสบการณ์และความรู้ของคุณก็เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา จะปล่อยให้เรซูเม่เก่าแก่ พูดถึงแต่ประวัติสมัยเรียนของคุณคงจะไม่ไหว เคยทำอะไรมา มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร เขียนไปให้หมด แต่ต้องเรียงลำดับความคิดให้ดี ๆ เขียนให้ครบ แต่กระชับได้ใจความ ไม่ใช่ยืดเยื้อ เยอะแยะ อย่างชนิดที่อ่านแล้วจนจบ ก็ยังไม่รู้ว่าจะสื่ออะไร

มีจุดเน้น จุดขาย

          เมื่อเรามีเขียนประวัติของเราออกมาแล้วในดราฟแรก ก็ควรมานั่งอ่านทบทวนดูว่า สำหรับงานที่เราจะสมัครในครั้งนี้ นายจ้างเน้นทักษะด้านไหนเป็นพิเศษ และถ้าบังเอิญเป็นทักษะที่เรามี ก็อย่าลืม bold ตัวหนังสือให้เป็นตัวหนา หรือใช้ฟ้อนท์อักษรที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย เพื่อสร้างให้เป็นจุดเด่นของประวัติเรา อย่างน้อยเมื่อฝ่ายบุคคล กวาดสายตามามองปุ๊ป ก็จะได้รู้ปั๊ปเลยว่าเรามีจุดแข็งอะไรเป็นพิเศษ ถ้าเราไม่มีเน้นตรงไหนเป็นพิเศษเลย บางทีคนได้รับเรซูเม่ไป อาจจะอ่านไม่ถึงที่ ๆ เราตั้งใจอยากให้เค้าอ่านก็เป็นได้ ทำให้เสียโอกาสไปโดยใช่เหตุ

ต้องเป็นความจริง

          ขอย้ำจากใจเลยว่า สิ่งที่ปรากฏในเรซูเม่ของคุณต้องเป็นความจริงเท่านั้น อย่าเขียนอะไรที่ไม่เป็นความจริงลงไปเด็ดขาด แม้ว่าคุณอาจได้รับเลือกให้เข้าไปทำการสัมภาษณ์ แต่พอโดนคำถามยิงใส่ คุณจะตอบไม่ได้แน่นอน คนโกหก แต่งเรื่อง มักจะงงเรื่องราวของตัวเองเสมอ แล้วพอโดนจับได้ ภาพลักษณ์คุณจะเสียหายเป็นอย่างมาก นอกจากจะไม่ผ่านการสัมภาษณ์ให้เข้าไปทำงานในองค์กรนั้นแล้ว อาจจะติดแบล็กลิสต์ ขึ้นบัญชีดำ ห้ามกลับไปสมัครงานที่นั่นอีกหลายปีด้วย ไม่คุ้มเลยใช่มั้ยคะแบบนี้ ทางที่ดีอย่าบิดเบือนความจริงเลยจะดีกว่า

          เพียงเท่านี้คุณก็ได้เรซูเม่ที่โดดเด้ง เตะตาผู้ประกอบการอย่าแน่นอน แต่ในโลกดิจิตอลตอนนี้ เรซูเม่ได้พัฒนา และปรากฏในหลายรูปแบบมากขึ้น การฝากโปรไฟล์ก็เป็นหนึ่งในรูปแบบของเรซูเม่ที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในการหางานที่ใช่ และมีความสุขในชีวิตการทำงานเฉกเช่นเดียวกัน

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคการเขียน Resume ภาษาอังกฤษให้ได้งาน

นายจ้างอยากเห็นอะไรในเรซูเม่ของเรา