อาชีพยุคดิจิทัล รายได้ดีพร้อมความมั่นคง

ความหมายของอาชีพที่มั่นคงของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งไหน บางคนวัดที่ความสุขในการทำงาน ในขณะที่หลายคนเอาค่าตอบแทนเป็นที่ตั้ง ซึ่ง 5 อาชีพทั้งหมดนี้ ถือได้ว่าครอบคลุมความต้องการพื้นฐานของชีวิต เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงมีสวัสดิการดี เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต และที่สำคัญคือได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม มาดูกันว่าจะมีอาชีพไหนที่ตรงใจคุณบ้าง 

อาชีพดิจิทัล CMS

นักวางแผนการเงิน (Financial Planer/Insuranger)

นักวางแผนการเงิน เป็นอาชีพที่มั่นคงในสายงานการเงิน เพราะมีรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว  มีหน้าที่ให้คำปรึกษาทางการเงินอย่างครบวงจร แนะนำผลิตภัณฑ์การเงินที่เหมาะสม คิดกลยุทธ์ธุรกิจหรือการตลาดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า นักวางแผนการเงินจะต้องสอบผ่าน CFP (Certified Financial Planning) โดยสมาคมนักวางแผนการเงินไทย เพื่อรับรองคุณวุฒิของผู้ประกอบวิชาชีพ นอกจากนี้ยังต้องมีทักษะทางการสื่อสารร่วมด้วย เพราะต้องสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เก็บข้อมูลทางด้านสังคมและการเงิน แล้วนำมาวิเคราะห์สร้างกลยุทธ์การเงินอย่างเหมาะสม สำหรับรายได้หลักของอาชีพนี้มาจากค่าคอมมิชชั่นแนะนำสินค้า ค่าวางแผนคำปรึกษา และส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการแนะนำลูกค้า เท่ากับว่ายิ่งหาลูกค้าได้มากเท่าไหร่ รายได้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น สามารถทำงานในสถาบันการเงิน บริษัทประกัน หรือเลือกทำเป็นอาชีพอิสระก็ได้

อัตราเงินเดือน 30,000 – 100,000 

 

นักวางแผนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล (Digital Strategic Planner)

สื่อออนไลน์ได้กลายเป็นสื่อกระแสหลักที่คนเข้าถึงได้ง่าย แบรนด์และผู้ผลิตสินค้าต่างให้ความเชื่อมั่นว่าการทำการตลาดออนไลน์จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้ในเวลารวดเร็ว ซึ่งการจะวางแผนการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องอาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากอาชีพนักวางแผนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล (Digital Strategic Planner) ที่มีความรู้ครอบคลุมเรื่องกลยุทธ์การตลาด รอบรู้เรื่องสื่อออนไลน์ และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ใช้เครื่องมือในโซเชียลมีเดียได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ วางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักและใช้บริการ อาชีพนักการตลาดออนไลน์จึงเป็นหนึ่งในอาชีพที่มั่นคงในสายงานการตลาด และสามารถเติบโตถึงระดับผู้บริหาร หรือเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับองค์กรได้

อัตราเงินเดือน 20,000 -70,000 บาท

 

จิตแพทย์

สายงานแพทย์ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมีรายได้สูงสมกับวิชาความรู้ และโอกาสตกงานน้อย เพราะการมีสุขภาพดีเป็นปัจจัยที่สำคัญในการใช้ชีวิต คนทั่วไปเลยมักจะยอมจ่ายเงินในการรักษาและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในสาขายอดฮิตของสายงานแพทย์ก็คือจิตแพทย์ เพราะสุขภาพจะแข็งแรงได้ ต้องเริ่มจากการมีสุขภาพจิตที่ดีก่อน หน้าที่หลักของอาชีพนี้คือการให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพจิต และรักษาโรคจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล อารมณ์สองขั้ว รวมถึงโรคทางระบบประสาทอย่างอัลไซเมอร์ ผู้ที่ประกอบอาชีพจิตแพย์ต้องเรียนจบคณะแพทย์ศาสตร์ แล้วศึกษาต่อในสาขาจิตเวชศาสตร์ เมื่อเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพประจำอยู่โรงพยาบาล คลินิก เป็นวิทยาการให้ความรู้ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีแอปพลิเคชั่นที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตมากมาย ธุรกิจสตาร์ทอัพเหล่านี้จึงมองหาจิตแพทย์ที่จะมาให้ความรู้และร่วมพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้วยกัน

อัตราเงินเดือน 50,000 – 300,000 บาท

 

นักกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัด เป็นอีกหนึ่งในอาชีพที่มั่นคงในสายงานแพทย์ เติบโตได้ไกลในหลายธุรกิจ

สามารถทำงานได้หลากหลายทั้งในโรงพยาบาล คลินิก สถานที่กายภาพบำบัด ศูนย์แพทย์ชุมชน สถานีอนามัย สถาบันความงาม หรือที่บ้านของผู้ป่วย นักกายภาพบำบัดมีความเชี่ยวชาญด้านสรีระมนุษย์  มีหน้าที่ตรวจประเมิน วินิจฉัย ให้คำแนะนำ และบำบัดความบกพร่องของร่างกายของผู้ป่วยที่่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติจากโรค อุบัติเหตุ การใช้ขีวิตประจำวัน หรือการเล่นกีฬา โดยใช้วิธีกายภาพบำบัดตามคำสั่งของแพทย์ เช่น การนวด หรือใช้อุปกรณ์ช่วยเสริมให้เหมาะกับร่างกายของผู้ป่วย 

อัตราเงินเดือน 20,000 – 60,000 บาท

 

งาน IT

สายงาน IT ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่มาแรงในยุคดิจิทัล เพราะเป็นอาชีพเฉพาะทางที่มีความรู้ครอบคลุมทั้งคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เพราะแทบจะทุกองค์กรต้องมีการวางระบบ IT ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิแคชั่นต่างๆ ตลอดจนระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้สายงานนี้ได้รับค่าตอบแทนสูง ทั้งนี้สายงาน IT แบ่งออกเป็นหลายอาชีพด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอาชีพที่มั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การเงินและฐานเงินเดือน มีโอกาสเติบโตเป็นผู้บริหารในองค์กรและสามารถออกมาทำธุรกิจเองได้

อัตราเงินเดือน 20,000 – 100,000 บาท

งานไอทีที่ได้รับความนิยม

ดูแลรับผิดชอบแก้ไข ซ่อม เครื่องใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร ดูแล server วางระบบเครือข่ายต่างๆ  ตลอดจนบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดี 

เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี เพื่อพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นให้รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ 

อาชีพ UX และ UI จะทำงานร่วมกันเสมอ โดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือการพัฒนา ออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นให้ดูสวยงาม ใช้งานง่าย แต่ในหน้าที่รับผิดชอบจะต่างกันที่ UX (User Interface) จะมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ถูกใจผู้ใช้งาน เพราะฉะนั้นต้องมีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ และเข้าใจ insight ของผูู้ใช้งานเป็นอย่างดี ส่วน UI (User Interface) มีหน้าที่ออกแบบ จัดวางสี ฟอนต์ของเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ให้ดูสวยงาม จึงจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องดีไซน์ 

 

จะสังเกตได้ว่าทั้ง 5 อาชีพนี้ เป็นสายงานเฉพาะทางที่หุ่นยนต์ทำแทนได้ยาก แนวโน้มที่จะตกงานจึงมีน้อย ทั้งนี้ก่อนจะตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพไหน ควรพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการ ทักษะพื้นฐาน และต้องมีใจรักด้วย ลองถามตัวเองว่าเราสามารถทำอาชีพนี้ได้นานแค่ไหน มีความสุขกับงานที่ทำหรือไม่ ขอให้ทุกคนค้นหาอาชีพที่ใช่และมั่นคงได้เร็ววัน

#คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้
#jobsDB
ลงทะเบียนเพื่อสมัครงาน