4 อาการที่ต้องบอกลางานเก่าในไม่ช้า

บอกลางานเก่า

          มันก็จะเบื่อ ๆ เนือย ๆ ซึม ๆ หน่อย ไฟในการทำงานก็กร่อย ๆ ลงไปทุกวัน เป็นอาการของคนทำงานที่กำลังก้าวเข้าสู่จุดอิ่มตัวในการทำงานแล้วอย่างแน่แท้ ใจหนึ่งก็อยากลาออกจากงาน ไปแสวงหาสิ่งใหม่ให้ชีวิต อีกใจก็ยังลังเลเสียดายงานเก่าที่ทำมาจนอยู่ตัว ออกไปก็ไม่รู้จะหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า jobsDB ชวนคนทำงานมาสำรวจตัวเอง ว่ากำลังเข้าข่าย อาการที่ส่งสัญญาณว่าคุณอาจต้องบอกลางานเก่าในไม่ช้า มีอะไรบ้างมาแชร์กันเลยดีกว่า

1. ไม่มีแรงบันดาลใจ ไร้ความสุข

          หากคุณตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกกลัวการไปทำงาน วันจันทร์ทีไรก็ Monday Sick ตลอด รู้สึกสิ้นหวัง หดหู่ หมดกำลังใจในการทำงาน ไม่รู้สึกมีส่วนร่วมกับทีมงาน ไม่อินกับวัฒนธรรมองค์กรอีกต่อไป ทุกครั้งที่มาทำงานก็แค่ทำ ๆ งานไป เพื่อให้ถึงเวลาเลิกงาน ไม่อยากริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ขาดความกระตือรือร้น หมดพลัง ไม่มีไฟ ลุกลามไปถึงการใช้ชีวิตนอกเวลางาน รู้สึกไม่มีความสุขในชีวิตเท่าที่ควร หากยังไม่สามารถดึงสติ ปรับทัศนคติของตัวเองให้กลับมามีแรงฮึดสู้ต่อไปได้ ก็ควรเริ่มมองหางานใหม่ได้ทันที

2. หมดความท้าทาย ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพิ่ม

          เคยไหมที่เบื่อกับอะไรเดิม ๆ ซ้ำซากทุกวัน ชีวิตก็เหมือนอยู่ไปวัน ๆ ไม่มีจุดหมาย หากงานที่คุณทำอยู่ ไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้นท้าทาย ไม่เร้าใจให้อยากมาทำงานทุกวัน มองไปอนาคตข้างหน้าก็ไม่เห็นโอกาสก้าวหน้าแม้แต่น้อย หรือดูทีท่าว่าต่อให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้เงินเดือนสูงขึ้น ก็ไม่มีอะไรดึงดูดใจได้อีกต่อไป อาจถึงเวลาต้องกลับมาถามใจว่าใช่หรือไม่ ควรไปต่อกับงานนี้หรือเปล่า ขอแนะนำว่า ถ้าคุณเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน ควรมองหางานพิเศษเสริมสร้างประสบการณ์ พัฒนาทักษะไปพลาง ๆ สะสมชั่วโมงบินก่อนมองหางานใหม่ แต่หากทำงานมานานเต็มทีแล้ว กราฟความก้าวหน้ายังนิ่ง ๆ ทรงตัว ไม่มีการพัฒนา ไม่มีอะไรให้ค้นหาอีกต่อไป คงต้องถึงเวลาเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและปิดกั้นโอกาสก้าวหน้าของตัวเอง

3. สุขภาพย่ำแย่ Work-Life ไม่ Balance

          ความเครียดสะสมจากการทำงาน หรือการให้เวลาทำงานมากกว่าการดูแลตัวเอง ย่อมไม่เป็นผลดีต่อคนทำงานในทุกด้าน ในเมื่อร่างกายเราไม่ได้ทำจากเหล็กไหล ใช้งานไปไม่ทะนุถนอม ไม่นานสุขภาพก็ต้องเสื่อมถอยเป็นธรรมดา เป็นบ่อเกิดของโรคภัยต่าง ๆ ตามมานับไม่ถ้วน หากเบา ๆ ก็ออฟฟิศซินโดรม โรคกระเพาะอาหาร โรคนอนไม่หลับ ฯลฯ แต่ถ้าหนัก ๆ อย่าง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ฯลฯ ย่อมไม่ดีเป็นแน่แท้ ทำงานจนป่วย มีเงินแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้อย่างแน่นอน นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว หากงานที่ทำดึงเวลาในชีวิตไปเกือบทั้งหมด จนไม่เหลือเวลาให้ชีวิตด้านอื่น ๆ ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนข้างกาย ครอบครัว เพื่อนฝูง ชีวิตก็พังได้อีกเช่นกัน จะมีประโยชน์อะไรหากก้าวสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่คนรอบข้างกลับไม่เหลือใครให้ชื่นชมยินดีความสำเร็จร่วมกับเราในวันนั้น จำไว้ว่างานที่ดีต้องไม่บั่นทอนทั้งสุขภาพกายและใจ อีกทั้งยังต้องดำเนินชีวิตไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล

4. งานเดิน แต่เงินเดิม

          ทำงานมาหลายปี ปริมาณงานมากขึ้นทุกที แบกความรับผิดชอบไว้เต็มบ่า แต่น่าเศร้าที่รายได้ยังเท่าเดิม หรือกระเตื้องขึ้นจากตอน start เริ่มเข้าทำงานเพียงเล็กน้อย นานวันไปก็ยิ่งท้อถอย ทั้งเหนื่อย ทั้งหมดกำลังใจ หากเริ่มรู้สึกว่าเจ้านายกำลังเอาเปรียบคุณมากเกินไป ต้องลองเข้าไปคุยให้เจ้านายพิจารณาเพิ่มเงินเดือนดูบ้าง หากองค์กรมองเห็นคุณค่าคนทำงานก็ย่อมรับฟังและรับไว้พิจารณา แต่ถ้า feedback กลับมามีแต่โดนปฏิเสธ คงต้องมองหาสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิตกันแล้วล่ะ

          เพราะชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น อย่าอดทนกับสิ่งที่ไม่ใช่ให้เสียเวลาอันมีค่า และบั่นทอนความสุขในชีวิตให้หมดลงไป หากมีสัญญาณบ่งบอกว่าต้องโบกมืออำลางานเก่าในไม่ช้า และผ่านการพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าอยู่หรือไปอะไรใช่มากกว่า หากคำตอบคือต้องไปดีกว่า ก็วางแผนหางานใหม่ให้ดี มี jobsDB เป็นผู้ช่วยในการหางาน ไม่หยุดไล่ตามความฝัน แล้วคว้าโอกาสที่ใช่และเหมาะกับตัวเรา ชีวิตเรา … เราเลือกได้ด้วยตัวเอง

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แค่นั่งทำงานเฉย ๆ ก็เหนื่อยได้ มารีเฟรชร่างกายให้สดชื่นพร้อมทำงานกันเถอะ

6 คำถามที่ต้องตอบก่อนเปลี่ยนงาน