อยากลาออกแต่ยังไม่ได้งานใหม่ ทำอย่างไรดี

          ในเมื่อชีวิตการทำงานไม่ได้ลัลลาเหมือนชีวิตสมัยเรียน และในเมื่อจุดสิ้นสุดของการทำงาน ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวเหมือนการเรียนหนังสือ ที่เรามักจะรู้ว่าเราต้องเรียนระดับประถมโดยใช้เวลา 6 ปี มัธยม 6 ปี มหาวิทยาลัย 4 ปี แล้วถือว่าเรียนจบ หากแต่ชีวิตการทำงานในองค์กรหนึ่งนั้น ๆ จะว่าอิสระกว่าตอนเรียนก็ไม่ใช่ จะว่าโดนจองจำประหนึ่งอยู่ในคุกก็ไม่เชิง แต่คุณมีโอกาสเลือกจังหวะการลาออกได้ด้วยตัวคุณเอง แล้วทีนี้ เวลาที่คุณอยากออกจากงานเดิมจนถึงขีดสุดแล้ว แต่ยังไม่มีองค์กรใดรองรับล่ะ จะทำอย่างไรดี?

          เรื่องนี้แก้ไขไม่ยาก เพียงทางออกของปัญหาอาจไม่เป็นที่ถูกใจนัก เพราะเรื่องที่ว่าคุณจะได้รับการตอบรับจากงานใหม่หรือไม่นั้น มันเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุมของคุณ แต่เชื่อสิว่า ทุกปัญหามีทางออก เพียงแค่ปฏิบัติตามดังนี้

1. ทบทวนเหตุผล

          ในบางครั้ง อาการอยากลาออกของเราอาจโดนตัดสินโดยอารมณ์ชั่ววูบ ที่อาจไม่ได้เกิดจากการพิจารณาโดยรอบคอบ ในบางครั้งเหตุผลอาจไม่สมเหตุสมผลมากพอ ลองทบทวนดูใหม่อีกครั้ง อาจจะพบว่าจริง ๆ แล้วเราอาจจะยังไม่ได้อยากลาออกจริง ๆ ก็ได้

2. หาโอกาสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

          สร้างโปรไฟล์กับเวปไซต์หางาน กระจายข่าวฝากเพื่อนที่รู้จักให้ได้รู้ว่า เรามีความต้องการอยากเปลี่ยนงาน เพราะบ่อยครั้งตำแหน่งงานว่าง อาจไม่ถูกประกาศออกสู่สาธารณะ แต่คนในองค์กรนั้น ๆ จะรู้ก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เพื่อนก็ย่อมต้องช่วยเพื่อนก่อนใคร ในปัจจุบันหลายบริษัทมีโปรแกรมแนะนำเพื่อนสมัครงานแล้วจะได้รางวัลต่าง ๆมากมาย เข้าตำรามีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัวเลยนะเนี่ย ที่ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณอยากรู้ข่าวอินไซต์ต่าง ๆ นานา เพื่อนคุณนี่แหละ จะเป็นคนแนะนำได้ดีที่สุด

3. อย่าปากโป้ง

          คำแนะนำนี้ อาจขัดแย้งกับข้อข้างต้นอยู่สักหน่อย เพิ่งจะแนะนำให้ประกาศหางานผ่านทางเพื่อนอยู่หยก ๆ แล้วทำไมถึงมาสำทับอีกรอบว่าอย่าปากโป้งล่ะ? คือเรื่องราวมันเป็นแบบนี้นะคะ ให้คุณหาโอกาสจากเพื่อนสมัยเรียน ญาติพี่น้อง หรือใครก็ได้ที่ไม่รู้จักกับหัวหน้างาน หรือเพื่อนในออฟฟิศคุณแน่ ๆ อย่าไปบอกใครในออฟฟิศว่าจะออก โดยยังไม่มีที่ไป เพราะมันอาจจะย้อนมาทำร้ายโอกาสของตัวคุณเอง เช่น องค์กรที่คุณสังกัดอยู่อาจออกแผนสกัดดาวรุ่งคุณ หรือไม่แน่ หากแต่เดิมเจ้านายอยากโปรโมทคุณ แต่พอรู้ข่าวเข้า อาจจะเปลี่ยนใจทันที เอาให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยแอคชั่นทีเดียวจะชัวร์กว่า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ

4. ปรับแนวคิด

อยากลาออกจากงาน          ในโลกนี้คงไม่มีใครได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามต้องการ ดังนั้นถึงแม้ยังไม่ได้งานใหม่ แต่เราก็ยังต้องตั้งใจทำงานที่ทำอยู่ให้ดีสุดความสามารถเช่นกัน ไม่ใช่คิดตลอดเวลาเหมือนสะกดจิตตัวเองว่า ฉันจะออก ฉันจะออก แล้วหมดกำลังใจในการทำงาน ท้อถอยไปเรื่อย ๆ แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะความคิดแบบนี้จะบั่นทอนคุณไปเรื่อย ๆ แม้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ ก็อาจเผลอ แสดงความรู้สึกด้านลบออกไปแบบไม่รู้ตัว นอกจากจะหางานใหม่ไม่ได้แล้ว งานเดิมก็จะไม่มีพื้นที่เหลือให้คุณด้วย ดังนั้นต้องปรับแนวคิดด้วยว่า เอาล่ะ ถึงฉันยังหางานใหม่ไม่ได้ แต่ฉันก็จะไม่ยอมให้ที่นี่ตราหน้าว่าฉันทำงานไม่ดีเป็นอันขาด และฉันจะต้องได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วย ทัศนคติที่ดี ทำให้เราชนะไปแล้วกว่าครึ่ง ดังนั้น อย่าคิดในแง่ลบนะคะ

5. ทำใจ รอเวลา และโชคชะตาที่เหมาะสม

          คำแนะนำข้อสุดท้ายอาจดูไร้สาระ แต่จะบอกว่า ทุกอย่างในชีวิตต้องอาศัยจังหวะ เวลา และโอกาส ดังนั้น เมื่อจังหวะของคุณยังไม่มาถึงก็จงรอ ใช้เวลาไปกับการพัฒนาตัวเอง เพิ่มคุณค่าให้กับการทำงานของคุณ อยากจะเตือนว่า อย่ารับข้อเสนอของที่ทำงานใหม่แค่เพียงเพราะอยากจะรีบออกจากที่เก่า โดยไม่ผ่านการพิจารณาให้ครบทุกด้าน มิเช่นนั้นคุณจะต้องวนหางานใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และอาจเหนื่อยกว่าเดิม

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลาออกเลยดีไหม ตัดสินใจยังไงดี

สิทธิประกันสังคมสำหรับคนที่ออกจากงาน