เรียนจบมานานแล้ว แต่ยังหางานไม่ได้ทำยังไงดี

          หลายคนบ่นโอดครวญว่าทำไมงานถึงได้หายากเสียเหลือเกิน บางคนส่งเรซูเม่จนไม่รู้จะส่งไปสมัครงานที่ไหนแล้ว ก็ยังไม่ได้งานสักทีเจอแบบนี้ทำอย่างไรดี

ลองปรับจากตัวเองก่อน

1. ก่อนอื่นต้องดูด้วยว่าน้อง ๆ มีความมุ่งมั่นมากแค่ไหน

          สำหรับน้อง ๆ จบใหม่แน่นอนหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานอะไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะเหมาะสมกับทุก ๆ งานเสมอไป ทำให้น้อง ๆ หลายคนส่งจดหมายสมัครงานไปอย่างนั้นแหล่ะ โดยคิดว่ารายละเอียดตำแหน่งงานนั้น ตำแหน่งงานนี้ที่สมัครไป น่าจะสามารถทำได้ กะว่าเอาให้มีงานทำไปก่อน นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้อง ๆ ไม่ได้งานทำสักที ลองหันมาปรับตัวเองให้มีความมุ่งมั่นในการหางานมากขึ้นกว่านี้ดูค่ะ เริ่มจากการค้นหาตัวเองให้เจอว่างานที่เหมาะกับเราเป็นงานแบบไหนกันแน่ อาจเริ่มจากหางานในสายงานที่น้อง ๆ เรียนมา เพราะน้องจะมีโอกาสได้งานทำมากกว่าไปสมัครงานในสายงานอื่น หรืออาจะเริ่มจากการสมัครงานตามความชอบ และความสนใจของน้องเอง เช่น หากน้องที่มีความสนใจเรื่องแฟชั่น แต่ไม่ได้เรียนจบมาในสายงานนี้ น้องก็มีโอกาสสมัครงานในสายงานนี้ได้ เพียงแต่น้องต้องทำให้องค์กรที่ไปสมัครงานนั้น มั่นใจให้ได้ว่าเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และสามารถทำงานตำแหน่งที่สมัครได้จริง

2.  น้อง ๆ มีข้อจำกัดในการทำงานมากเกินไปหรือเปล่า

          น้องนักศึกษาจบใหม่บางคนต้องการที่จะทำงานวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น. อยู่ในเขตที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ บริษัททำงานในวันเสาร์ด้วยและมีการปรับเวลาทำงานส่วนใหญ่เป็น 9.00 – 18.00 น. การที่เราสร้างข้อจำกัดในการทำงานนั้น จะเป็นตัวลดทอนโอกาสในการทำงานมากขึ้นไปอีก แนะนำว่างานแรก ๆ ควรเลือกตามความสนใจของน้องจะดีที่สุด ในเรื่องของเวลา สถานที่ทำงานนั้นบอกได้เลยว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับนักศึกษาจบใหม่แน่นอน

3.  อย่าลืมปรับปรุงตัวเอง

          ลองสอบถามความคิดเห็นจากรุ่นพี่ หรือคนรู้จักในการสัมภาษณ์งานดู เพราะน้อง ๆ หลายคนนอกจากไม่มีประสบการณ์การทำงานแล้ว ยังไม่ผ่านในรอบสัมภาษณ์อีกด้วย ซึ่งในการสัมภาษณ์เข้าทำงานนั้น บุคลิกเป็นสิ่งที่สำคัญ ฉะนั้นลองสอบถามจากคนรอบข้างดูว่าคุณมีอะไรต้องปรับปรุงหรือไม่ เช่น บุคลิกคุณเป็นอย่างไร ถ้าน้องเป็นคนขี้อายเวลาคุยกับใครไม่กล้าสบตา ก็ลองหัดสบตาคนอื่นเป็นระยะ ๆ ดูบ้าง ถ้าน้องเป็นคนแต่งตัวไม่เก่ง ลองปรึกษาเพื่อนหรือคนรอบข้างให้ช่วยแต่งตัวเวลาไปสมัครงาน แล้วให้ยึดสไตล์นั้นเป็นหลักในการไปสัมภาษณ์งานที่อื่น ๆ หรือถ้าเป็นคนพูดเร็วจนคนอื่นฟังไม่ทันก็ปรับการพูดให้ช้าลง พูดให้กระชับชัดเจนมากขึ้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้น้อง ๆ ผ่านหรือไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์ได้ค่ะ อย่าท้อเพราะทุกอย่างเราฝึกฝนกันได้

ลองปรับเนื้องานดูใหม่

          1.  ขอฝึกงานดูก่อน วิธีนี้แนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานค่ะ เพราะนอกจากการฝึกงานจะช่วยให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้การทำงานจริงแล้ว ยังช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นด้วยว่าตัวเองชอบงานนี้จริง ๆ หรือไม่

          2.  จากเดิมที่เคยมองแต่งานประจำลองมองดูงานที่เป็นสัญญาจ้างดู ยิ่งสำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเรียนจบถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีไม่น้อยในการหาประสบการณ์การทำงาน จากประสบการณ์เราพบว่าหลาย ๆ บริษัทยินดีปรับพนักงานสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำ เพราะทำงานดีมีผลงานที่เข้าตา หลาย ๆ บริษัทใช้บริการพนักงานสัญญาจ้างสำหรับการทำงานหนึ่งโปรเจ็กต์ และเมื่อบริษัทต้องการพนักงานเพิ่ม ฝ่ายบุคคลจะเริ่มติดต่อพนักงานสัญญาจ้างที่เคยร่วมงานกัน เพื่อยื่นข้อเสนอในการเป็นพนักงานประจำก็มีค่ะ

แต่ถ้าลองทุกวิถีทางแล้วยังไม่เข้าตาบริษัทไหนเลยให้ลองติดต่อถามฝ่ายบุคคลโดยตรงเลย

หางานไม่ได้ทำไงดี          บางคนคุณสมบัติอาจจะไม่เข้าตา แต่เมื่อได้พูดคุยลองดูทัศนคติแล้วน่าจะไปด้วยกันได้ ฝ่ายบุคคลอาจจะเรียกเข้ามาสัมภาษณ์ (กรณีที่ตำแหน่งนั้นยังว่างอยู่) หรือบางคนคุณสมบัติไม่ตรง แต่ได้โทรไปสอบถามกับฝ่ายบุคคลแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่อยากเข้าทำงานในตำแหน่งที่สมัครจริง ๆ ฝ่ายบุคคลอาจจะเรียกเข้ามาสัมภาษณ์ด้วยเช่นกันค่ะ

          หากน้องเป็นคนหนึ่งที่โดนเรียกสัมภาษณ์งานหลายที่แล้ว แต่สัมภาษณ์งานแล้วเงียบหาย หรือไม่ได้รับการตอบรับเข้าทำงานก็อย่าท้อใจไปค่ะ ลองหาจุดบกพร่องของตัวเองแล้วแก้ไขจุดนั้นเสีย เราเชื่อแน่ ๆ ว่าหากแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไรเสีย ต้องมีตำแหน่งงานที่ใช่ผ่านเข้ามาหาน้อง ๆ แน่นอนค่ะ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณเลือกงานมากเกินไปหรือเปล่า

ธุรกิจต้องการบัณฑิตที่มีคุณสมบัติอย่างไร

ทำไมต้องสมัครงานผ่านระบบจ๊อบส์ดีบี