สมัครงานไปเป็นสิบเป็นร้อยที่ ทำไมไม่มีที่ไหนเรียกสัมภาษณ์งาน

สมัครงานไปแล้วเงียบ

          เป็นกันมั้ย ที่ส่งใบสมัครงานไปตั้งหลายที่แล้ว แต่ก็เงียบ ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาซักที บางคนเลยคิดว่า ส่งใบสมัครงานแบบหว่าน ๆ ไปก็แล้วกัน มันต้องได้ซักที่แหละ การทำแบบนี้อาจจะได้งาน แต่งานที่ได้ก็อาจจะไม่ใช่งานที่คุณต้องการที่แท้ทรูก็เป็นได้ จำนวนใบสมัครงานที่คุณหว่านไป ไม่สำคัญเท่ากับงานและองค์กรที่สมัครไปนั้นเหมาะสมกับตัวคุณ

          คนหางานจะชอบคิดว่า ต้องสมัครงานที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยทำมาก่อน แต่การทำแบบนี้ จะเป็นการจำกัดโอกาสและทางเลือกของตัวเองให้แคบลง หากคุณเป็นคนที่ทำแบบนี้อยู่ jobsDB แนะนำให้คุณลองเปลี่ยนกลวิธีในการหางานดูค่ะ เพราะตำแหน่งงานที่เหมาะกับคุณ ไม่จำเป็นต้องกำกัดอยู่แค่สายงานหรือธุรกิจที่คุณเคยทำมา เราได้รวบรวมวิธีการหางานที่เหมาะกับตัวคุณ จากการเลือกประกาศงานที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าคุณควรเลือกงานอย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณให้คุ้มค่ากับเวลาและพลังงานที่เสียไป

1. ความคาดหวังในสายอาชีพ

          คุณจำเป็นต้องมีเป้าหมายและความคาดหวังในสายอาชีพที่ชัดเจน การที่คุณรู้ว่าคุณต้องการอะไรและการที่คุณรู้ว่าจะเดินไปทางไหนเพื่อให้ประสบความสำเร็จในสายงาน จะช่วยให้คุณพุ่งตรงไปที่ลักษณะของงานและบริษัทที่เสนอโอกาสเหล่านี้ให้คุณได้ทันทีโดยไม่เป็นการเสียเวลาโยนหินถามทาง

          ประกาศงานหลาย ๆ ที่มักไม่บอกคุณถึงวิธีการบริหารงานหรือคุณค่าขององค์กร เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเช็คเวปไซต์ของบริษัท อ่านบล็อกต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี) ลองพิมพ์ชื่อบริษัทในกูเกิ้ลและดูว่ามีอะไรที่ขึ้นมาบ้าง คอยสอดส่องหาโพสท์ที่เกี่ยวกับรีวิวทั้งแง่บวกและลบที่มีต่อบริษัท หาข้อมูลจากวงในถ้าเป็นไปได้ อย่าลืมว่าข้อมูลจากทุกทางช่วยคุณได้

2. ทักษะและประสบการณ์

          ในขณะที่ทักษะและประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับอาชีพเฉพาะทางบางประเภท เช่น ไอที แพทย์ หรือวิศวกร ทักษะและประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดได้ก็มีคุณค่าสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ใช่วิชาชีพเฉพาะทาง (ซึ่งเป็นงานส่วนใหญ่ในท้องตลาด) เช่นกัน ทักษะและประสบการณ์เฉพาะทางสามารถเรียนรู้ ปลูกฝังและถ่ายทอดได้ผ่านทางจรรยาบรรณและบุคลิกภาพของผู้ประกอบวิชาชีพนั้น ๆ กลับเป็นทักษะและประสบการณ์ทั่วไปต่างหากที่ทำให้โลกมีความแตกต่าง และยากกว่าที่จะหาให้ตรงใจและเข้ากันได้ระหว่างองค์กรกับผู้สมัครงาน

          ประเด็นสำคัญที่เราต้องการจะบอกคือ อย่าเพิ่งท้อแท้ และอย่ายึดติดจนเกินไป ถ้าคุณมีประสบการณ์การทำงาน หรือคุณสมบัติไม่ตรงตามที่องค์กรระบุไว้ในประกาศงาน หากคุณมีประสบการณ์ในการติดต่อกับลูกค้าไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม นั่นก็ถือได้ว่าคุณผ่านการจัดการกับลูกค้ามาบ้าง ลองโฟกัสไปที่ภาพรวมใหญ่มากกว่าจะเจาะจงไปที่รายละเอียดยิบย่อยดูบ้างก็ได้ค่ะ

3. ความรับผิดชอบในหน้าที่ระหว่างวัน

          ดูว่างานในประกาศงานนั้น ๆ เป็นงานที่รอต้อนรับคุณอยู่ด้วยความท้าทายหรือเป็นงานที่อาจจะแอบน่าเบื่อด้วยภารกิจระหว่างวัน ถ้างานนั้นไม่ทำให้คุณตื่นเต้นหรือสร้างแรงบันดาลใจใด ๆ ให้กับคุณ คุณควรเอาเวลาและพลังงานของคุณไปหางานอื่นที่ทำให้คุณรู้สึกดังกล่าว การได้ทำงานที่คุณรู้สึกสนุกไปกับมันไม่เพียงแต่จะทำให้ผลงานของมันออกมาดีที่เท่านั้น (ซึ่งแน่นอนว่าย่อมดีกับองค์กรด้วย) มันยังทำให้คุณได้มีโอกาสสร้างเป้าหมายใหม่และช่วยให้คุณเติบโตอย่างมืออาชีพอีกด้วย

4. วัฒนธรรมองค์กร

          การวัดว่าองค์กรที่ประกาศงานมีวิธีการทำงานและการให้คุณค่าของบุคลากรมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เข้ากับคุณได้หรือไม่เป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีครอบครัวและมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู คุณคงไม่อยากทำงานในบริษัทที่คาดหวังให้คุณอยู่ดึกและทำงานในช่วงสุดสัปดาห์ได้ตลอด อย่างไรก็ตามในประกาศงานมักไม่บอกคุณถึงวัฒนธรรมองค์กร จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องทำการค้นคว้าเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัครงานไป

          หากมีปัญหาเรื่องการหางาน หรือการสมัครงานลอง Add Friend แล้วแชทมาคุยกับเราได้เลย ที่นี่ เพิ่มเพื่อน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เรียนไม่เก่ง เกรดไม่ดี แต่หางานดี ๆ ได้เหมือนกัน

คุณโดดเด่นพอที่จะได้งานหรือเปล่า