โครงการ “ช้อปดีมีคืน” ข้อควรรู้เพื่อลดหย่อนภาษีสูงสุด

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint
           ในที่สุดก็มาถึงไตรมาสสุดท้ายของปีกันแล้ว ช่วงสิ้นปีแบบนี้รัฐบาลก็ได้ออกโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ที่เป็นมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2563 สูงสุด 30,000 บาท มาให้กับเหล่านักช้อปมนุษย์เงินเดือนได้จับจ่ายเพื่อเพิ่มความสุข พร้อม ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปีไปในคราวเดียว มาเช็คสิทธิ์กันว่า ใครจะได้รับสิทธิ์นี้บ้าง และซื้ออะไรบ้างถึงจะได้ลดหย่อนภาษีกัน

โครงการ “ช้อปดีมีคืน” ข้อควรรู้เพื่อลดหย่อนภาษีสูงสุด

เช็คสิทธิ์ก่อนช้อป

ผู้ที่จะสามารถใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ได้จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดาที่เสียภาษีเงินได้บุคคล ดังนั้น ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคล เข้าร่วมไม่ได้นะจ๊ะ
  2. ต้องไม่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งออกมาก่อนหน้านี้แล้ว
  3. ต้องไม่ใช่ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน

           หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเผลอไปกดลงทะเบียนสิทธิ์์ “คนละครึ่ง” ที่ออกมาก็หน้านี้ล่ะ จะทำยังไงดี อยากเข้าร่วมโครงการ “ช้อปดีมีคืน” มากกว่า ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพียงแค่คุณ ไม่ใช่สิทธิ์์ “คนละครึ่ง” ภายใน 14 วัน สิทธิ์์คนละครึ่งของคุณก็จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ แล้วคุณค่อยกลับมาใช้สิทธิ์ “ช้อปดีมีคืน” ได้เลย

ซื้ออะไรได้บ้าง? สินค้าและบริการที่สามารถนำมาเข้าร่วมโครงการลดหย่อนภาษีนี้ได้ คือ

  1. สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบ VAT คือ ต้องมี VAT ในใบเสร็จ
  2. สินค้า OTOP ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว ส่วนนี้สอบถามทางร้านค้า OTOP ที่คนจะซื้อได้เลย
  3. หนังสือที่เป็นเล่ม ๆ พิมพ์เป็นกระดาษ หรือหนังสือ ebook
  4. ทองรูปพรรณ โดยจะใช้สิทธิ์ได้แค่ ค่ากำเหน็ดเท่านั้น

สินค้าและบริการที่ไม่ร่วมในโครงการนี้ คือ

  1. สุรา เบียร์ และไวน์
  2. ยาสูบ
  3. น้ำมันและก๊าซสาหรับเติมยานพาหนะ
  4. ค่าบริการรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
  5. หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทั้งแบบรูปเล่มและแบบอิเลคทรอนิคส์
  6. ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  7. ค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม
  8. ทองคำแท่ง

           โดยการใช้สิทธิ์ สามารถใช้ได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งยอดใช้สิทธิ์จะต้องเป็นยอดที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT แล้ว คุณสามารถซื้อสินค้าและบริการราคาไม่ถึง 30,000 บาท แต่รวมใบเสร็จในครบ 30,000 บาทก็ได้ หรือจะซื้อสินค้าครั้งเดียวราคา 30,000 บาทเลยก็ได้ หรือคุณจะซื้อสินค้าและบริการราคามากกว่า 30,000 บาทก็ได้ แต่จะสามารถใช้สิทธิ์ได้แค่ 30,000 บาทเท่านั้นที่จะเอามาคำนวณลดหย่อนภาษี

หลักฐานที่ใช้ในการลดหย่อนภาษี

ข้อนี้สำคัญมาก คุณจะต้องมีหลักฐานเพื่อแสดงตอนยื่นภาษีของปี 2563 ซึ่งก็คือ

  1. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (ทั้งแบบกระดาษและแบบ e-Tax Invoice) ที่ระบุข้อมูลผู้ขาย ร้านหรือชื่อบริษัทพร้อมเลขผู้เสียภาษี และมีข้อมูลผู้ซื้อที่ต้องการไปทำเรื่องลดหย่อน รวมถึงวันที่ รายการของที่ซื้อ และจำนวนเงินที่ใช้ไปด้วย
  2. ใบเสร็จรับเงิน (ทั้งแบบกระดาษ และแบบ e-Receipt) ในกรณีที่ซื้อ หนังสือหรือ ebook และสินค้า OTOP จากร้าที่ลงทะเบียนแล้ว โดยจะต้องมีข้อมูลผู้ขาย ชื่อร้านหรือชื่อบริษัทพร้อมเลขผู้เสียภาษี และมีข้อมูลผู้ซื้อที่ต้องการไปทำเรื่องลดหย่อน รวมถึงวันที่ รายการของที่ซื้อ และจำนวนเงินที่ใช้ไปด้วย

           พูดง่าย ๆ ก็คือ พอซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ต้องการขอใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีเพื่อทำเรื่องลดหย่อย เราก็สามารถยื่นบัตรประชาชนให้ทางร้านได้เลย หรือถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัย อาจจะทำการ์ดเล็ก ๆ ที่ระบุข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามบัตรประชาชน แล้วยื่นการ์ดนี้ให้กับทางร้านไปทำเรื่องก็ได้ ที่สำคัญเมื่อได้ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีกลับมาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งด้วยนะคะ

เช็คสิทธิ์คืนภาษีจากเงินได้สุทธิต่อปี

รายได้สุทธิ (บาทต่อปี) ฐานภาษีเงินได้ (%) เงินภาษีคืนสูงสุด (บาท)
0 – 150,000 ยกเว้นภาษี ไม่ได้สิทธิ์์คืนภาษี
150,001-300,000 5 1,500
300,001-500,000 10 3,000
500,001-750,000 15 4,500
750,001-1,000,000 20 6,000
1,000,001-2,000,000 25 7,500
2,000,001-5,000,000 30 9,000
5,000,001 ขึ้นไป 35 10,500

          โครงการ “ช้อปดีมีคืน” กำหนดระยะเวลาให้ช้อปได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 นี้เท่านั้น ถ้าซื้อสินค้าในช่วงเวลาเลยจากกำหนด จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ โดยสามารถทำเรื่องยื่นลดหย่อนภาษีได้ตอนที่ยื่นภาษีประจำปี 2563 ในกรมสรรพากรในช่วงต้นปี 2564 ทั้งนี้ก็ลองคำนวณกันดูว่า รายได้ของเราจะได้รับการคืนภาษีเท่าไหร่ คุ้มกับการเข้าร่วมโครงการนี้มั้ย หรือจะไปใช้สิทธิ์ “คนละครึ่ง” จะคุ้มกับเรากว่า

          สำหรับใครที่กำลังมองหาเงินได้จากงาน ทั้งงานประจำและงานไม่ประจำ เพื่อเข้าร่วมโครงการลดหย่อนภาษีที่รัฐบาลมีออกมาเรื่อย ๆ แล้ว มาหางานกันได้เลยที่แอปพลิเคชั่น jobsDB แอปหางานง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

jobsDB Mobile App

คว้างานที่ใช่ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

บทความยอดนิยม
           ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเหมือนวันแรกของการก้าวเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างแท้จริง เพราะจะต้องเปลี่ยนจากช...
วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนี้ ส่งผลต่อคนทำงานและผู้สมัครงานที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและการทำงาน ไม่...
           ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติ ที่คุณจะไม่สามารถเดาใจของฝ่ายบุคคลที่สัมภาษณ์งานออก เพราะถือเป็นหน้าที่สำคัญของ H...
           อาการ Burnout หรือภาวะหมดไฟในการทำงานนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บริษัทควรสร้างบรรยากาศการทำงานและให้การสนับ...
           ต้องยอมรับว่าเกือบปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้และพบกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ได้ค้นพบ...

คำค้นหายอดนิยม

Scroll to Top