ทำความรู้จักดัชนีราคาหุ้น

          “ดัชนี” เป็นตัววัดที่เกิดจากการคำนวณทางสถิติ เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ต้องการวัด เป็นเครื่องมือในการบ่งชี้สถานการณ์ต่างๆ ที่สนใจ ในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ก็จะมีดัชนีที่ใช้ชี้วัดภาวะและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่แตกต่างกันไป เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม สำหรับดัชนีที่ใช้ในตลาดเงินหรือตลาดทุน ก็คือ “ดัชนีราคาหุ้น”

          การคำนวณดัชนีนั้นมีวิธีการคำนวณที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม แนวคิดหลักในการคำนวณก็คือ แสดงถึงการเปลี่ยนค่าไปของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับค่าของสิ่งนั้นในวันฐาน

ดัชนี…เครื่องมือวัดผลการลงทุนและสร้างนวัตกรรมทางการเงิน

          ดัชนีในตลาดการเงิน นอกจากเป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์แล้ว ยังมีความหมายถึงการเป็นตัวแทนของกลุ่มสินทรัพย์ (portfolio) ที่ประกอบดัชนีนั้นๆ ด้วย

          เมื่อกล่าวถึงดัชนีในตลาดการเงิน เราสามารถระบุถึงประโยชน์ของดัชนีได้อย่างน้อย 2 ประการ

          ประการแรกคือ เพื่อใช้เป็นตัววัดทางสถิติ เพื่อการวัดผล สำหรับใช้ในการเปรียบเทียบและการวิเคราะห์ เรียกว่าเป็น Benchmark index ยกตัวอย่างเช่น Standard & Poor’s 500 และ SET Index เป็นต้น

          ประการที่สอง เป็นประโยชน์ในด้านนวัตกรรมทางการเงิน เป็นการใช้ดัชนีเพื่อการอ้างอิงในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เรียกว่าเป็น tradable index ยกตัวอย่างเช่น SET50 Index ซึ่งปัจจุบันเป็น Underlying Index ของ TDEX, SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ทำให้ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากดัชนีในการกระจายการลงทุนและสร้างกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างหลากหลาย

ดัชนีที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

    • ดัชนีราคาหุ้นเข้าใจง่าย (easy to understand) โครงสร้างของดัชนีมีความชัดเจนและเป็นที่รับรู้ได้โดยทั่วไป
    • คาดการณ์ล่วงหน้าง่าย (easy to anticipate) ชัดเจน ทราบเหตุผลในการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างชัดเจน
    • เป็นอิสระ (independent) ไม่เอนเอียงก่อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเฉพาะ มีคณะกรรมการผู้ดูแลดัชนีที่เชื่อถือได้
    • เป็นตัวแทนที่ดี (representative) มีความแม่นยำ สะท้อนการเคลื่อนไหวของ underlying stocks ได้ดี
    • เสมอต้นเสมอปลาย (consistent) ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ข้อมูลเดียวกัน จะได้ค่าของดชนีที่เหมือนกัน

          นอกจากนั้น สำหรับดัชนีที่ใช้เพื่อการอ้างอิงในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วยคือ เป็นตัวแทนที่ดีของตลาดในวงกว้าง เป็นที่ยอมรับและต้องการของตลาด องค์ประกอบของดัชนีมีสภาพคล่องสูง มีต้นทุนที่ต่ำ ในการสร้างกลยุทธ์การซื้อขายหรือในการสร้างพอร์ทการลงทุนเพื่อเลียนแบบผลตอบแทนของดัชนีนั้น

          ดังนั้น ในการคำนวณดัชนีที่ใช้เพื่อการอ้างอิงในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินนั้น จึงมักจะกำหนดให้หุ้นที่จะนำเข้ามารวมในการคำนวณนั้น ต้องผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง และเกณฑ์ Free-float ก่อน

 

ที่มา : วารสารตลาดหลักทรัพย์ ปีที่ 11 ฉบับที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551