วิธีจัดการคน ขโมยชื่อโดเมน ให้อยู่หมัด

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

           จะทำอย่างไร ถ้าวันหนึ่งเว็บไซต์ของคุณที่กำลังเฟื่องฟู สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กลับถูกเจ้าหัวขโมย ขโมยชื่อโดเมน ไป กลายเป็นเว็บที่มีคอนเทนต์ล่อแหลมอนาจาร ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทีนี้จะทำอย่างไรดีถึงจะได้เว็บไซต์แสนรักกลับคืนมา จะหันหน้าไปพึ่งใครที่สามารถให้คำปรึกษาเรื่องนี้ได้ว่า ควรจะไถ่คืนมา หรือว่าจะแจ้งความดำเนินคดี หรือว่า..ควรจะตัดใจ

 ขโมยชื่อโดเมน

          คนไทยไม่ชอบขั้นตอนยุ่งยาก จึงคิดเสียว่าช่างมัน และไม่ยอมไปแจ้งความ แต่กลับยอมปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ถึงแม้คุณจะคิดว่าสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ แต่การเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างเว็บและทำคอนเทนต์ให้ติดตลาดดังเดิม ดังนั้นคุณต้องอย่ายอมพ่ายแพ้ง่ายๆ ต้องทวงคืนเว็บไซต์ของคุณกลับมาให้ได้ อย่างเช่นเว็บไซต์ Bcom.net ซึ่งถูก ขโมยชื่อโดเมน และสามารถทวงคืนกลับมาได้ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าไถ่ให้โจรไซเบอร์แม้แต่บาทเดียว

          ถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณให้เริ่มวิธีการทวงคืนโดเมนตามขั้นตอนต่อไปนี้

           1. ติดต่อกับผู้ให้บริการโดเมนที่คุณใช้บริการอยู่ เพื่อแจ้งว่าคุณถูกขโมยชื่อโดเมน และขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบความมีเสถียรภาพทางระบบอินเทอร์เน็ตโลก หรือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers (ICANN) ซึ่งมีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการแจกจ่ายชื่อโดเมนและ IP Address เพื่อขอชื่อโดเมนคืน รวมทั้งให้ช่วยติดต่อไปยังผู้ให้บริการจดชื่อโดเมนที่เว็บไซต์ของคุณถูกโอนย้ายไป

           2. เตรียมเอกสารหลักฐานความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนของคุณ คุณจำเป็นต้องค้นหาหลักฐานต่าง ๆ มายืนยันสิทธิ์การเป็นเจ้าของโดเมนด้วย เพื่อให้ทาง ICANN แน่ใจว่าไม่ใช่การหลอกลวง หรือแจ้งความเท็จ ซึ่งหากคุณไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดมายืนยันว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ ก็จะค่อนข้างยากที่จะได้เว็บไซต์คืน ดังนั้นควรรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด อาทิเช่น หลักฐานยืนยันการจดทะเบียนชื่อโดเมน หลักฐานการชำระเงินค่าจดทะเบียนชื่อโดเมน รวมทั้งข้อมูลการตรวจสอบชื่อโดเมนจากระบบค้นหาชื่อโดเมน (Whois) ซึ่งจะใช้ในการตรวจสอบได้ว่าชื่อโดเมนนี้ใครเป็นเจ้าของ เช่นจาก Checkdomain.com เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังต้องเตรียมหลักฐานในการถูกขโมยชื่อโดเมนไว้ด้วย เช่น อีเมลแจ้งการโอนย้ายข้อมูล หรือข้อมูลการติดต่อกับหัวขโมย หากมีการติดต่อมาเพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่ชื่อโดเมนของคุณ

           3. ขอหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติง เมื่อรวบรวมหลักฐานต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณต้องไปขอหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติง เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนอีกครั้งหนึ่ง ทราบหรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้มีกฏหมายค้มครองกรณีชื่อโดเมนถูกขโมย หรือกรณีที่เว็บไซต์ถูกทำให้เสียหายโดยที่เจ้าของชื่อโดเมนไม่ยินยอมด้วย ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

           4. ส่งเอกสารไปยัง ICANN เพื่อขอหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของชื่อโดเมน นอกจากหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติงแล้ว คุณยังต้องมีหนังสือรับรองจาก ICANN แนบเรื่องได้ด้วย จึงต้องทำการขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนที่คุณใช้บริการ เพื่อให้ช่วยส่งเอกสารหลักฐานของคุณไปที่ ICANN และคุณก็รอการตรวจสอบจาก ICANN

           5. ส่งเอกสารทั้งหมดไปยังผู้ที่ให้บริการจดทะเบียนโดเมนที่หัวขโมยโอนย้ายชื่อโดเมนของคุณไป ขั้นตอนสุดท้ายนี้ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่คุณเตรียมมา หากคุณเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน คุณก็จะประสบความสำเร็จในการทวงชื่อโดเมนแสนรักแสนหวงกลับมาครอบครองได้อีกครั้ง

          จากนั้นก็คงต้องเหนื่อยกับการกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียไปมากอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่ายอมให้เจ้าหัวขโมยแผงฤทธิ์อย่างสบายใจอยู่ฝ่ายเดียวใช่ไหมคะ

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

jobsDB Mobile App

คว้างานที่ใช่ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

 

Phishing attack warning ฉุกคิดสักนิด ก่อนเป็นเหยื่อ

จบสายไอที ทำงานอะไรในธุรกิจ E-commerce ได้บ้าง

บทความยอดนิยม
           ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเหมือนวันแรกของการก้าวเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างแท้จริง เพราะจะต้องเปลี่ยนจากช...
วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนี้ ส่งผลต่อคนทำงานและผู้สมัครงานที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและการทำงาน ไม่...
           Comfort Zone หรือที่เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พื้นที่ปลอดภัย” ในแง่ของการทำงาน......
           สำหรับพนักงานออฟฟิศที่ทุ่มเทตั้งใจทำงาน จนสามารถคิดไอเดียที่ดีหรือสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้กับองค์กร แต่อยู่ ๆ...

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
No data was found
Scroll to Top