8 วิธีรับมือกับการเมืองในออฟฟิศ

          ปัญหาการเมืองในออฟฟิศ เป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิคของมนุษย์ออฟฟิศ ไม่ว่าจะอยู่องค์กรเล็ก หรือใหญ่ องค์กรไทย หรือต่างชาติ ก็ล้วนแล้วแต่มีโอกาสที่จะเผชิญ และผจญ(ภัย) กับการเมืองทั้งสิ้น บ้างก็สู้รบปรบมือรอดไปได้ บ้างก็ก้มหน้าเงียบไปไม่ปริปากบ่น บ้างก็ยอมแพ้ถึงขั้นลาออกกันไป วันนี้เรามี 8 วิธีรับมือปัญหาการเมืองในออฟฟิศแบบ “รู้อยู่” มาแชร์กันค่ะ

รับมือการเมืองในออฟฟิศ

1. รู้เรา

          สิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะไปใส่ใจใคร ๆ ก็คือตัวเราเองนี่แหละ เช็คให้ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มเข้าทำงานว่า หน้าที่ความรับผิดชอบของเราคืออะไร ต้องรายงานขึ้นตรงกับนายคนไหน นัยว่าเช็คหน้าที่ และกองกำลังของตัวเองให้แม่นมั่นกันก่อน เผื่อว่าเวลาที่เรามีปัญหาระหว่างการทำงานเกิดขึ้น เราจะได้รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งทางไหนได้บ้าง

2. รู้เขา

          ต้องหมั่นสังเกต นิสัยใจคอของผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานเอาไว้บ้าง เพื่อจะได้รู้ว่า เราควรเข้าหาใคร อย่างไร ให้มีปัญหาในการทำงานน้อยที่สุด คนแต่ละคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนอาจชอบให้ตามงาน บางคนไม่ชอบ บางคนอาจชอบสั่ง แต่บางคนชอบให้เราเสนอความเห็น ฯลฯ อย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ในออฟฟิศนะคะ เชื่อเถอะว่า มันมีประโยชน์ต่อการทำงานของคุณแน่ๆ

3. ไตร่ตรองก่อนแสดงความรู้สึก

          ออฟฟิศไม่ใช่โรงละคร (ถึงแม้บางครั้งความดราม่าจะไม่แพ้กันก็เถอะ) อย่าไปแสดงออกอะไรเยอะแยะ ก่อนที่คุณจะแสดงความรู้สึกอะไรออกไปนั้น ควรทบทวนในใจก่อนว่า ทำไปแล้วจะมีผลได้ หรือเสียมากกว่ากัน การแสดงออกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดอย่างเดียว แต่รวมถึงการแสดงออกทางสีหน้า และกิริยาอื่น ๆ ด้วย อย่าทำงานด้วยอารมณ์นะคะ บางทีแสดงออกมากไป อาจไปเข้าทางของใครที่รอดูอยู่ไม่รู้ด้วยนะเออ

4. พูดให้น้อย

          ความลับไม่มีในโลกฉันใด ก็อย่าพูดเยอะฉันนั้น แม้ว่าเราไปรู้อะไรต่ออะไรมา ก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้ใครฟัง ก็ขอให้คิดให้ดีสักก่อน ว่าเป็นเรื่องที่สมควรเล่าไหม คนพูดบางทีพูดออกไปแล้วจำไม่ได้ แต่คนฟังน่ะเขาจำได้ แม๊น แม่น ระวังจะมีศัตรูโดยไม่ตั้งใจนะคะ

5. ฟังให้เยอะ

          เวลามีใครมาบอกเล่าเก้าสิบเรื่องราวต่าง ๆ ในออฟฟิศ ก็ฟัง ๆ เอาไว้บ้าง แต่ฟังแล้ว ต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวไตร่ตรองเหตุและผล ก่อนจะปักใจเชื่อด้วย แนะนำว่าจงเลือกฟังแต่ข้อมูลสิ่งดี ๆ มีประโยชน์ ข้อมูลที่สร้างสรรค์ จรรโลงสังคม และเกี่ยวข้องกับการทำงานจะดีกว่า อะไรที่ไม่เกี่ยวกับเรา อย่าไปรู้ของเขาเลย

6. อย่าสร้างศัตรูก่อน

          ระมัดระวังคำพูดคำจา ให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง สร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง ไม่ยโสโอหังถือดีใด ๆ ไม่ว่ากับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชาใด ๆ ทั้งสิ้น ในสังคมการทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตในแง่มุมใดก็ตาม ข้อที่ควรพึงระวังมากที่สุด คือ อย่าสร้างศัตรู มิตรภาพเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของความสำเร็จ ไม่มีใครทำอะไรสำเร็จได้เพียงคนเดียว ดังนั้น รักกันไว้เถิดจะเกิดผลนะคะ

7. หาพวกไว้ยามยาก

          แม้ว่าเพื่อนแท้จะหายาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในออฟฟิศ) แต่เชื่อเถอะว่ามิตรภาพน่ะสร้างได้ ยามที่งานการไม่เป็นไปดั่งที่คาดไว้ หรือโดนพายุเฮอร์ริเคนจากเจ้านายซัดใส่ เพื่อนแท้ในออฟฟิศนี่แหละจะกลายร่างเป็นหน่วยผู้บรรเทาทุกข์ภัยชั้นดี ที่จะคอยช่วยเหลือ และดีไม่ดีอาจเป็นกระบอกเสียงให้คนอื่นได้เข้าใจเจตนารมย์อันดีของเรามากขึ้น เรื่องบางเรื่องเราคงไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนนอกออฟฟิศ หรือไปบ่นให้ใครอื่นเข้าใจเราได้ เชื่อเถอะว่าถ้าคุณมีเพื่อนแท้ในออฟฟิศอยู่บ้าง พวกเค้าจะเข้าใจและหยิบยื่นไมตรีมาให้คุณอย่างคาดไม่ถึงเชียวแหละ

8. รักสงบ แต่ถึงรบ สู้สุดใจ

          ถ้าทำตามทุกข้อด้านบนซึ่งถือว่าเป็นไปตามแนวทางที่เรียกได้ว่ารักสงบแล้ว ยังหนีไม่พ้นเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนของภัยการเมืองในออฟฟิศอยู่อีก แนะนำว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องสู้ กอบกู้เอกราชให้กับตนเอง ก็อย่าไปกลัว ชี้แจงตัวเองด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ และหาประจักษ์พยานมาเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้พร้อม การวางกลยุทธ์นอกจากจะต้องมีเชิงรับอันเข้มแข็งแล้ว ต้องมีเชิงรุกอย่างดีด้วย ถ้าหนีไม่พ้น ก็หาหลักฐานมาสู้กลับสักตั้งจะเป็นไร ปล.แต่ต้องมั่นใจนะว่า เราไม่ผิดจริง ๆ ก่อนจะชี้แจงแถลงไขออกไป ถ้าไม่งั้นละก็ นอกจากจะหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บแล้ว ยังเสียความน่าเชื่อถืออย่างใหญ่หลวงกับเพื่อนร่วมงานอีกด้วย สู้ ๆ นะคะทุกคน

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สัญญาณที่บอกว่าเรากำลังเป็นตัวปัญหาในที่ทำงาน

เปลี่ยนความคิดแค่น้อยนิดเพื่อให้ชีวิตทำงานดี๊ดีมากกว่าเดิม