วิธีรับมือกับ bad day เมื่อต้องเจอกับวันแย่ ๆ ที่อะไรก็ดูไม่เป็นใจ

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

           ชีวิตก็เหมือนท้องฟ้า มีบางวันที่แดดออกแจ่มใส แต่บางวันก็มืดครึ้ม มีพายุตั้งเค้าหรือฝนตกพายุเข้าจนเราแทบรับมือไม่อยู่ หลายครั้งที่เราเจอกับวันแย่ ๆ ที่อะไร ๆ ก็ดูผิดที่ผิดทางไปเสียหมด เรียกง่าย ๆ ว่าเป็น Bad day ที่หลายคนไม่อยากเจอ ไม่ว่าจะโดยเจ้านายดุแต่เช้า งานผิดมีปัญหาให้ต้องแก้ทั้งวัน ฝนตก รถติดจนเข้าประชุมไม่ทัน ลูกค้าแก้งานไม่หยุดจนเหนื่อยที่จะคุย จนทำให้คุณอารมณ์เสีย รู้สึกแย่จนได้แต่ถามว่าเมื่อไหร่จะหมดวันแย่ ๆ แบบนี้ไปสักที

           คุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับวันแย่ ๆ ด้วยเคล็ดลับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับใจให้กลับมาคิดบวก พร้อมลงมือทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ข้อ

วิธีรับมือกับ bad day เมื่อต้องเจอกับวันแย่ ๆ ที่อะไรก็ดูไม่เป็นใจ

           ชี้เป้าปัญหา

           ยิ่งคุณรับรู้และยอมรับความคิดและอารมณ์แย่ ๆ ของคุณได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็สามารถจัดการกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าได้เร็วขึ้นเท่านั้น ลองหยุดพักความคิดสักนิด แล้วสำรวจความคิดของคุณเอง ดูว่าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ ถ้ากำลังรู้สึกแย่ ลองหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เช่น รู้สึกหงุดหงิดที่เจ้านายตามงาน เพราะวันนี้คุณปวดหัว ไม่ค่อยสบาย รู้สึกแย่กับตัวเองเพราะทำงานไม่เสร็จตามเป้าที่วางไว้ เป็นต้น

           จากนั้นเขียนออกมาสั้น ๆ ว่าคุณกำลังรู้สึกอะไร และอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ การเขียนจะทำให้คุณมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คุณจะได้รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรต่อไป

 

           มองหาสิ่งดี ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น

ในวันที่มืดมิด สิ่งที่จะทำให้คุณหาทางออกได้ ก็คิดมองหาแสงที่ปลายอุโมงค์ ลองเขียนสิ่งดี ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น 3 อย่างแม้ว่าตอนนี้คุณกำลังจะรู้สึกแย่อยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่อะไร อาจเป็นเรื่องง่าย ๆ เช่น วันนี้คุณได้ทานกาแฟอร่อย ๆ ก่อนทำงาน ได้พักเล่นกับแมวที่บ้านก่อนเข้า Concall หรือวันนี้ไม่ต้องรอลิฟต์นานกว่าจะได้เข้าออฟฟิศ หรืองานที่ทำอยู่เป็นงานที่คุณรัก คนในทีมของคุณเข้ามาถามว่าคุณโอเคมั้ย วิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าทุกอย่างไม่ได้แย่ไปเสียหมด ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นบ้างเหมือนกัน

 

           ทำอะไรสักอย่าง

           ลองหาอะไรสักอย่างที่คุณจะทำเสร็จได้ง่าย ๆ อาจเป็นงานง่าย ๆ ที่คุณตั้งใจจะทำแต่ยังไม่ได้ทำสักที เช่น การส่งอีเมลตามงานที่คุณควรจะได้รับเมื่อ 2 วันที่แล้ว โทรหาลูกค้าเพื่ออัปเดตงาน ถ้าเรื่องงานเครียดเกินไป ลองทำเรื่องง่ายในชีวิต เช่น กดสั่งชานมไข่มุกร้านโปรด สควอm 10 ครั้งตอนไปเข้าห้องน้ำ หรือแวะเดินเล่นในสวน 1 รอบตอนเบรก สมองของคุณจะบันทึกความสำเร็จ แม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คุณทำเสร็จ และจะยิ่งส่งผลทวีคูณถ้าสิ่งนั้นส่งผลดีต่อคนอื่น คุณอาจลองส่งอีเมลขอบคุณหรือชื่นชมเพื่อนร่วมงานของคุณ สิ่งนี้จะสะท้อนกลับมาทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น พร้อมมีกำลังใจไปสู้วันแย่ ๆ ต่อไป

 

           เปลี่ยนรูทีน

           ถ้าคุณรู้สึกหมดหวัง ลองเปลี่ยนอะไรที่คุณทำเป็นกิจวัตรดู เช่น เปลี่ยนมุมนั่งทำงาน จัดโต๊ะทำงานใหม่ หรือออกไปเดินเล่นนอกออฟฟิศสักครู่ ให้สมองได้หยุดพัก สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ หาอะไรที่คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ และทำได้ทันที เพื่อผ่อนคลายตัวคุณเองจากความเครียดที่เกิดจากวันแย่ ๆ ที่คุณได้เจอมา หรือจะลองเปิดเพลงที่ชอบ ฟัง Podcast รายการโปรด กลบวันแย่ ๆ ความรู้สึกแย่ ๆ ด้วยการเปลี่ยนไปทำเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกดี

 

           ตั้งความคาดหวังตามความเป็นจริง

           “ไม่คาดหวังเท่ากับไม่ผิดหวัง” เป็นประโยคที่เอามาจัดการกับ Bad day ได้ แม้ความคาดหวังจะเป็นเรื่องที่เราปฏิเสธได้ยาก แต่คุณสามารถสร้างความคาดหวังที่ถูกต้องได้ ลองพิจารณาดูว่า วันแย่ ๆ ของคุณส่วนใหญ่เกิดจากความคาดหวังที่เกินจริงมากเกินไปหรือเปล่า คุณกำลังตั้งเป้าให้ตัวเองสามารถทำงานทั้งโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาทำ 2 อาทิตย์เสร็จในเวลา 3 วันหรือไม่

           ลองเปลี่ยนความคาดหวังใหม่ โดยให้มองตามหลังความเป็นจริงและความเป็นไปได้ แบ่งย่อยเป้าหมายใหญ่ให้เป็นข้อเล็ก ๆ ที่สามารถทำเสร็จได้ง่ายขึ้น เขียนเป้าหมายคุณออกมา พร้อมทำ checklist ว่าคุณทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง  วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นเป้าหมายและความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และไม่นอยว่าคุณทำงานไม่สำเร็จแบบที่ตั้งใจไว้สักที

 

           เรียนรู้จากวันแย่ ๆ

           ไหน ๆ คุณก็เจอวันแย่ ๆ แล้ว เมื่อจบวันแทนที่จะปล่อยผ่าน ใช้เวลาก่อนนอนสั้น ๆ ทบทวนดูว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง สาเหตุมาจากอะไร คุณทำอะไรพลาดไปตรงไหนหรือเปล่า ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมถึงอะไรที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก Bad day ของคุณอาจมาจากการที่คุณทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน จนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ดีอย่างที่ควรจะเป็นก็ได้ หาบทเรียนที่คุณได้จะเรื่องแย่ ๆ และพยายามปรับแก้ให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขที่สุด

           ไม่ว่าวันนี้คุณจะเจอเรื่องแย่ หรือมี Bad day ที่หนักขนาดไหน ขอให้คุณรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้กำลังเจอวันแย่ ๆ อยู่คนเดียว พยายามฝึกเปลี่ยนความคิด เข้าใจและระบุปัญหาให้ได้ พร้อมมองหาเรื่องดี ๆ เพื่อให้ตัวเองมีความคิดที่ Positive อยู่เสมอ กำหนดความคาดหวังตามความเป็นจริงและไม่ลืมที่จะหาบทเรียนจาก Bad day ของคุณเพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับความผิดหวัง เรื่องเครียดที่จะเข้ามาในชีวิตคุณอีก ครั้งต่อไปที่คุณเจอ Bad day คุณจะได้มีรู้สึกแย่เท่าเดิมอีกต่อไป

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

5 วิธีแก้อาการ Burnout Syndrome ภาวะสุดฮิตของคนวัยทำงาน 

คุณมีวิธีจัดการกับความเครียดในการทำงานอย่างไร

“อิคิไก” เหตุผลที่ทำให้คุณเลิก “เกลียดวันจันทร์”

บทความยอดนิยม
           ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวันในแทบจะทุกภาคส่วน และในการดำเนินชีวิต ทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยใ...
           คนที่เป็นหัวหน้างาน มีทีม มีลูกน้องที่ต้องดูแล คงจะทราบดีว่าทุกวันนี้การบริหารทีม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย......
           Hard Skill ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่พึงมีของคนทำงานทุกคน เช่น ทักษะความถนัดเรื่องการเขียน......

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
No data was found
Scroll to Top