เทคนิคมือโปรสัมภาษณ์งานแบบชัวร์

          การสัมภาษณ์งานเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ผู้หางานเป็นกังวลอย่างมาก เพราะหากสัมภาษณ์งานไม่ผ่าน เท่ากับว่าต้องต้นเริ่มนับหนึ่งใหม่ ดังนั้น หากคุณอยากได้งานนั้นจริง ๆ ต้องไม่พลาดเทคนิคการสัมภาษณ์งานแบบชัวร์ ด้วยเทคนิค  รู้เขา รู้เรา สร้างภาพประทับใจ และถามอย่างมีกึ๋น

รู้เขา…

          ถ้าคุณต้องการชนะอะไรบางอย่าง คุณต้องรู้จักสิ่งนั้นดีเสียก่อน เช่นเดียวกันหากคุณต้องการทำงานกับองค์กรใด คุณต้องรู้ลักษณะของงานและสภาพโดยรวมขององค์กรนั้น ซึ่งรวมถึงหน้าที่หลักของงานและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ขนาดและวัฒนธรรมขององค์กร ประวัติความเป็นมาชื่อเสียงและผลประกอบการ ข้อมูลที่คุณต้องค้นคว้าจะมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของตำแหน่งนั้น หรือขึ้นอยู่กันสภาพการแข่งขันในตลาดงาน ยิ่งเป็นตำแหน่งที่สูง มีภาระมากและมีคนหมายปองมากเท่าไหร่คุณยิ่งต้องรู้ข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น คุณสามารถค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลหลายแห่ง เช่น เว็บไซต์ขององค์กรนั้น หรือติดตามข่าวคราวขององค์กรในสื่อต่างๆ รวมถึงการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในองค์กรนั้นโดยตรง หรือขอความเห็นจากบุคคลภายนอกว่ามององค์กรนั้นอย่างไร ความรอบรู้ของคุณจะสะท้อนให้นายจ้าง (ในอนาคต) เห็นว่าคุณสนใจ กระตือรือล้นมุ่งมั่น และมีความสามารถเหมาะที่จะร่วมงานด้วย ดังนั้นข้อมูลคืออาวุธลับทำให้คุณโดดเด่นต่างจากผู้สมัครรายอื่น นอกจากนี้ยังช่วยคุณตัดสินใจดีขึ้นว่ายังต้องการร่วมงานกับองค์กรนั้นอีกหรือเปล่า

รู้เรา…

          การสัมภาษณ์อาจเรียกว่าเป็นการแสดงละครบทหนึ่ง โดยคุณมีเวลาไม่กี่นาทีเพื่อทำให้ผู้ชมประทับใจ ช่วงเวลานี้คุณต้องทิ้ง “ตัวตน” ของคุณไปชั่วคราว สิ่งที่ต้องทำคือแสดงบทบาทที่ผู้ชมต้องการเห็นเท่านั้น ซึ่งก็คือบทของสาวทำงานมืออาชีพที่ฉลาดมีความสามารถ ดังนั้นแม้ว่าคุณกำลังหงุดหงิดหรือตื่นกลัวจนตัวชา ณ เวลานี้คุณต้องดูน่าชื่นชมที่สุด ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ตามเทคนิคต่อไปนี้

          1. ยิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มที่ดูจริงใจและผ่อนคลายทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกอยากร่วมงานด้วย และแสดงให้เห็นว่าคุณก็อยากร่วมงานกับเขาเช่นกัน

          2. ระวังกิริยา ตลอดเวลาสัมภาษณ์ ทุกกิริยาอาการของคุณจะถูกจับตามอง ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้นแต่ทุกการเคลื่อนไหว ทั้งการแสดงสีหน้าคุณควรแสดงให้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ไฟแรง พร้อมกับมีศักดิ์ศรีในตัวเพียงพอ

          3. บอกเล่าอดีตในแง่ดี เลี่ยงการบ่งถึงปัญหาในที่ทำงานเก่า หรือนินทาว่าร้ายเจ้านายเก่า เพราะว่าที่เจ้านายอาจเห็นอกเห็นใจเจ้านายเก่าคุณก็ได้และเลือกที่จะไม่เป็นเจ้านายคุณดีกว่า

          4. พูดอย่างฉลาด ทักษะการสื่อสารที่ดีคือคุณสมบัติสำคัญที่เจ้านายทุกคนต้องการจากลูกน้อง คุณควรตอบคำถามอย่างสมบูรณ์ชัดเจน หลีกเลี่ยงการตอบแค่ “ค่ะ” หรือ “ไม่ค่ะ” และระวังการพูดจาเรื่อยเปื่อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง

          5. เป็นผู้ฟังที่ดี อย่ากังวลแต่จะเป็นฝ่ายพูดบรรยายสรรพคุณของตัวเองอย่างเดียว คุณควรตั้งใจฟังสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ชักถาม ถ้าไม่เข้าใจก็ควรถามให้ชัดเจน เพื่อจะได้ตอบคำถามตรงประเด็นและน่าพอใจ นอกจากนี้การแสดงความสนใจผู้พูดอย่างจริงจังยังเป็นการให้ความสำคัญแก่ผู้พูดอีกด้วย

          6. เอาชนะใจผู้สัมภาษณ์ จริงๆ แล้ว ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถมากที่สุด สิ่งสำคัญคือผู้สัมภาษณ์จะถูกใจผู้สมัครคนไหนมากที่สุดต่างหาก คุณต้องอาศัยการสังเกตว่าบุคลิกของผู้สัมภาษณ์เป็นอย่างไร และพยายามแสดงว่าคุณก็มีบุคลิกคล้ายคลึงกันซึ่งอาจมีทัศนคิตเหมือนกันและเป็นผู้ร่วมงานที่ดีในอนาคต

สร้างภาพประทับใจ

          ผู้รู้บอกมาว่า 5 นาทีแรกของการสัมภาษณ์คือช่วงเวลาสำคัญที่สุด บางคนถึงกับบอกว่าโอกาสแห่งความสำเร็จตัดสินกันใจช่วงเวลา 60 วินาทีแรกเลยเชียว และภาพประทับใจก็วัดกันได้จากสิ่งเหล่านี้

          1. แต่งกายกลมกลืน เลือกชุดที่ไปกันได้กับวัฒนธรรมขององค์กรหรือเหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกเป็นกันเองกับคุณทันทีที่เจอ

          2. ตรงต่อเวลา ควรไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลาประมาณ 10 นาที เพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง อย่างลืมทักทายพนักงานต้อนรับอย่างสุภาพ ระหว่างรอก็ควรหยิบนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจขึ้นมาอ่านอย่างสงบเสงี่ยมแต่มั่นใจ ใครจะรู้ อาจมีกล้องอยู่ตรงไหนสักแห่งจับตาดูคุณอยู่ก็ได้

          3. สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ก่อนจะเริ่มการสัมภาษณ์ คุณอาจเอ่ยปากชมสถานที่ทำงาน หรือรูปภาพติดฝาผนัง เพื่อให้บรรยากาศที่ตึงเครียดนั้นผ่อนคลายขึ้น

ถามอย่างมีกึ๋น

เทคนิคสัมภาษณ์งาน          ผู้สัมภาษณ์อาจย้อนถามคุณว่า “มีข้อสงสัยอะไรหรือเปล่า” อย่าเพิ่งหลุดปากถามจำนวนเงินเดือนเชียวล่ะ ลักษณะของคำถามและเวลาที่คุณถามเป็นการแสดงให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่าคุณมีกึ๋นแค่ไหน

          ระหว่างการสัมภาษณ์ คำถามที่นอกเหนือจากเรื่องงานถือเป็นความผิดพลาดรุ่งแรงทีเดียว คุณควรถามเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นของตำแหน่งนี้ หรือถามถึงผลการทำงานที่บริษัทคาดหวัง หรือรายละเอียดของงานบางอย่างเช่น คุณมีลูกน้องกี่คนและต้องรายงานผลการทำงานกับใคร ระวังอย่าถามถึงข้อมูลบางอย่างกี่ยวกับบริษัทหรืองานที่คุณควรต้องรู้มาก่อนแล้ว ในช่วงเวลานี้การถามเกี่ยวกับเงินเดือน สวัสดิการ หรือจำนวนวันหยุดพักร้อนจะทำให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจว่าคุณไม่สนใจจะทำงานจริงจัง คุณควรเก็บคำถามเหล่านี้ไว้ภายหลังที่คุณได้รับเลือกให้ร่วมงานแล้ว