หลักพื้นฐานในการสร้างความประทับใจให้กับผู้สมัครงาน

สร้างความประทับใจให้กับผู้สมัครงาน

          ในวันสัมภาษณ์งาน ไม่เพียงแต่ผู้สมัครเท่านั้นที่ต้องเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อไม่ให้ตกสัมภาษณ์ ทางฝ่าย HR ผู้ทำหน้าที่สัมภาษณ์ก็ต้องมีการเตรียมตัวอย่างดีเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้สมัครงานตัดสินใจไม่ทำงานกับบริษัท และบริษัทอาจต้องเสียผู้สมัครดี ๆ ไป จากการสำรวจพบว่า

ผู้สมัครงานครึ่งต่อครึ่งตัดสินใจที่จะไม่ทำงานกับบริษัท เพราะความไม่ประทับใจการสัมภาษณ์งาน ประสบการณ์ไม่ดีที่ผู้สมัครงานไม่พึงพอใจต่อบริษัทที่พวกเขาไปสัมภาษณ์ ได้แก่ การที่พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่สุภาพ ถูกปล่อยให้รอเป็นเวลานาน กระบวนการจ้างงานซับซ้อนยุ่งยาก และผู้สัมภาษณ์แสดงออกถึงความไม่เป็นมืออาชีพในระหว่างสัมภาษณ์ เป็นต้น

ตอบรับเรซูเม่ด้วยความรวดเร็ว

          เมื่อคุณได้รับเรซูเม่จากผู้สมัครงาน ควรรีบแจ้งให้ทราบว่า เรซูเม่ของพวกเขาได้ถึงมือคุณเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นวิธีการอันชาญฉลาดที่จะช่วยยกระดับบริษัทของคุณให้ดูดีและเหนือกว่าบริษัทอื่น ๆ ในใจผู้สมัครงาน หากบริษัทของคุณมีระบบจัดเก็บและคัดกรองเรซูเม่ คุณอาจตั้งค่าการตอบรับอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบส่งข้อความตอบรับไปยังผู้สมัครทันทีที่ได้รับเรซูเม่ของผู้สมัครงาน

เตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน

          ผู้สัมภาษณ์อาจสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้สมัครงาน หากผู้สัมภาษณ์ไม่มีการเตรียมตัวก่อนมาสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน หรือสัมภาษณ์อย่างรีบเร่ง จู่โจมผู้สมัครงานมากเกินไป

  • ผู้สัมภาษณ์ควรศึกษาประวัติของผู้สมัครงานมาก่อนทำการสัมภาษณ์
  • ใช้เวลาสัมภาษณ์ให้มากเพียงพอที่จะได้ทำความรู้จักกับผู้สมัครงาน โดยไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง
  • ไม่ว่าบริษัทของคุณจะมีกระบวนการสัมภาษณ์งานแบบเป็นทางการ หรือให้ผู้จัดการแต่ละแผนกสามารถสัมภาษณ์ได้อย่างอิสระตามแบบฉบับของแต่ละคน ผู้สัมภาษณ์สามารถเพิ่มเติมในเรื่องของสิ่งที่บริษัทได้จัดเตรียมไว้ให้กับพนักงาน เช่น สวัสดิการ การฝึกอบรม หรือโอกาสในการก้าวหน้าในอาชีพเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้สมัคร
  • ผู้สัมภาษณ์ในแต่ละลำดับไม่ว่าจะเป็น HR ที่ทำหน้าที่คัดกรองไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ต้องเข้าใจว่าการสัมภาษณ์งานแต่ละครั้งล้วนมีต้นทุน และการได้มาซึ่งบุคลากรที่ดีนั้นมีผลต่อความสำเร็จของบริษัท ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนการคัดเลือกผู้สมัครงานให้มาก หากผู้สัมภาษณ์ไม่ให้เวลากับการสัมภาษณ์มากเพียงพอ และดำเนินการสัมภาษณ์ด้วยความเร่งรีบ อาจเป็นการสัมภาษณ์ที่สูญเปล่า ไม่ได้ผู้สมัครที่ต้องการ

การติดต่อกลับไปยังผู้สมัครงาน

          จากการสำรวจพบว่าร้อยละ 28 ของผู้สมัครงานไม่ได้รับการติดต่อกลับ ในขณะที่ร้อยละ 62 ของผู้สมัครที่ได้รับการติดต่อกลับระบุว่า บริษัทใช้เวลาโดยเฉลี่ย 2 สัปดาห์ขึ้นไปจึงจะติดต่อกลับไปยังผู้สมัคร อันที่จริงผู้สัมภาษณ์ควรมีการติดต่อกลับไปยังผู้สมัครงานทุกคนหลังการสัมภาษณ์ แม้เพียงเพื่อแจ้งให้เขาทราบว่าเขาไม่ได้รับเลือกก็ตาม ดีกว่าการเงียบหายไปเฉย ๆ ซึ่งเป็นการปล่อยโอกาสในการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้สมัครงาน (อาจรวมถึงเพื่อน ๆ ของเขาด้วย) ให้หลุดลอยไป แม้ว่าผู้สมัครงานคนนั้นจะไม่ได้รับเลือกในตำแหน่งที่เขาสมัคร แต่คุณสมบัติของเขาอาจสามารถเติมเต็มตำแหน่งว่างอื่น ๆ ได้ หากคุณเงียบเฉยไป ผู้สมัครงานอาจเกิดความรู้สึกไม่ดีกับบริษัท และบริษัทอาจเสียผู้สมัครงานคนนั้น พร้อมทั้งอาจทำให้ภาพลักษณ์การจ้างงานของบริษัทเสียไปด้วย จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีการติดต่อกับผู้สมัครงานที่ยังคงอยู่ในดุลพินิจว่า เขายังมีความหวังอยู่แม้จะไม่ใช่ในตำแหน่งที่สมัครเข้ามาก็ตามที

การสื่อสารกับผู้สมัครงาน

          ผู้สัมภาษณ์มีการสื่อสารกับผู้สมัครอย่างชัดเจนในทุก ๆ ขั้นตอนของการคัดเลือกบุคลากรหรือไม่ ผู้สมัครงานทราบหรือไม่ว่า เขาสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างเมื่อเขาเดินทางมารับการสัมภาษณ์งานที่บริษัทของคุณ หากคุณไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนเพียงพอ ผู้สมัครงานอาจเกิดความรู้สึกคับข้องใจและรู้สึกในทางลบกับบริษัทของคุณได้

          ผู้สัมภาษณ์สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ไม่ยาก เพียงปฏิบัติต่อผู้สมัครงานด้วยความเคารพและเอาใจใส่ สร้างความมั่นใจและความรู้สึกดี ๆ ให้กับผู้สมัครงาน มีการสื่อสารที่ชัดเจน และติดต่อกลับไปยังผู้สมัครงานโดยเร็ว เท่านี้ก็ไม่ทำให้คุณเสียผู้สมัครงานดี ๆ ไปโดยง่ายแล้วล่ะค่ะ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคการสัมภาษณ์พนักงานที่คาดหวัง

คัดเลือกผู้สมัครงานอย่างไร ให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน