พนักงานที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน กลยุทธ์ลดความเสี่ยงจากการเรียกสัมภาษณ์คนเหล่านี้

ทำไมการได้ผู้สมัครงานที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานถึงส่งผลเสียต่อองค์กร ?

1. เสียทั้งเวลา และทรัพยากรอันมีค่าของคุณในการฝึกอบรมและสรรหากลุ่มคนเหล่านี้
2. จำนวนชิ้นงาน คุณภาพของงานและความพึงพอใจของลูกค้าจะถูกทำลายลงจากกลุ่มคนสมัครงานเหล่านี้
3. กลุ่มผู้สมัครงานเหล่านี้สามารถสร้างปัญหาทั้งด้านการเงินและชื่อเสียงแก่องค์กรของคุณเนื่องจากคุณภาพของงานของคนที่มีนิสัยส่วนตัวแบบนี้


Avoid-bad-employee


มีคำถามว่าจริงอยู่ที่ว่าผู้สมัครงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานที่ไม่ดีนั้นมีผลเสียแก่ธุรกิจ แล้วทำไมเรายังจึงต้องการกลุ่มคนเหล่านี้โดยเฉพาะองค์กรที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย

โดยทั่วไปแล้วมาจากเกิดจากแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็นคุณ นายจ้าง ที่จะต้องเจอในช่วงกระบวนการสรรหาเบื้องต้น การประชุมนับจำนวนตำแหน่งงานที่ว่างลง งบประมาณ ที่ผู้สรรหาพนักงานเช่นคุณต้องพยายามจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งคุณไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ดีที่สุด ณ ตอนนั้น จากนั้นการพิจารณาผู้สมัครงานจะผ่านการพิจารณาเรซูเม่จำนวนมาก การนัดสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว ตามด้วยการตรวจสอบข้อมูลผู้อ้างอิง

การประเมินการสรรหาเบื้องต้นเหล่านี้ ยังคงไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินเรื่องที่สำคัญของธุรกิจอย่างแน่นอน

เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องแย่ๆดังกล่าว กระบวนการสรรหาในแต่ละขั้นตอนจึงควรทำให้เหมาะสมมากที่สุด เพราะสามารถพบกับคนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีได้แทบทุกๆขั้นตอนของการกระบวนการสรรหา หัวใจสำคัญนั่นคือการพิจารณาและปรับปรุงกระบวนการและกลยุทธ์ตลอดทั้งกระบวนการสรรหา

คำถามคือคุณจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นหรือเกิดซ้ำใหม่อีกครั้งได้อย่างไรล่ะ?

 หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย

ข้อแนะนำในการเลี่ยงผู้สมัครงานที่ไม่เหมาะสมกับองค์กร

ก่อนเริ่มกระบวนการสรรหา: สร้างมาตรฐานในการสรรหาพนักงาน 
Brandon-Hall Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลกเผยถึงผลการจ้างงานจากบริษัทมีแนวโน้มถึง 5 เท่าในการจ้างคนที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาทำงานหากไม่มีแนวทางและขั้นตอนที่ผ่านการประเมินแล้วจากในกระบวนการสัมภาษณ์ รายงานของ The True Cost of a Bad Hire ยังกล่าวถึงกระบวนการสรรหาที่ไม่ได้คุณภาพทำให้เกิดการผลการประเมินผู้สมัครงานที่ไม่สัมพันธ์กับความเป็นจริงและทำให้ขาดข้อมูลอันเป็นจริงของผู้สมัครงาน

ดังนั้นกระบวนการสรรหาที่รัดกุมจึงส่งผลให้คุณช่วยป้องกันการได้พนักงานที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาในองค์กรได้ตั้งแต่ต้น เทคนิคการสรรหามีดังนี้
ก่อนเริ่มการสรรหา:
●  ตรวจสอบประวัติของผู้สมัครงานอย่างละเอียด ตรวจสอบทั้งโซเชียลมีเดียของผู้สมัครงานและติดต่อหาผู้อ้างอิงของผู้สมัครงานอย่างน้อย 3 คน
●  ประเมินถึงระยะเวลาที่ต้องการใช้คนของแต่ละแผนก  โดยประเมินจากประสบการณ์ในการสรรหาของคุณและคุยกับแผนกที่ต้องการคนอย่างแท้จริงเพื่อที่คุณสามารถประเมินถึงระยะเวลาในการสรรหาคนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ
●  ตัดสินจากทักษะ ประสบการณ์ และค่านิยมที่จำเป็นต่อตำแหน่งงานนั้นๆเพื่อที่คุณจะได้ผู้สมัครงานที่ดีที่สุด – อย่าลืมปรึกษาข้อมูลของผู้สมัครงานที่่ผ่านการคัดเลือกแต่ละคนกับแผนกที่ต้องการตำแหน่งงานดังกล่าว

ในช่วงการสัมภาษณ์:
● สำหรับในตำแหน่งงานระดับสูง เช่น ระดับผู้บริหารระดับสูง ให้แบบทดสอบประเมินพฤติกรรมของผู้สมัครงานเพื่อดูทักษะการตัดสินใจและบุคลิคส่วนตัว
● สำหรับในทุกตำแหน่งยกเว้นแอดมิน ให้ใช้วิธีประเมินแบบทดสอบสมรรถในการทำงานเพื่อประเมินทักษะและความรู้ของผู้สมัครงาน
● สร้าง checklist คำถามซึ่งเป็นมาตรฐานของทุกๆตำแหน่งโดยมีเกณฑ์ประเมินหลักๆสำหรับผู้สัมภาษณ์งาน ซึ่งทำให้ทุกๆคนที่เป็นผู้สัมภาษณ์(ไม่ใช่เพียงคุณ)สามารถเข้าใจสิ่งที่มองหาจากผู้สมัครงานจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่นคุณกำลังรับสมัครผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคนใหม่ ไม่ควรเน้นแค่เพียงประวัติการศึกษา แต่ควรพิจารณาถึงประสบการณ์ทำงานของผู้สมัครว่ามีประสบการณ์ตามที่ต้องการ อาทิ ประสบการณ์ขายหรือการจัดการลูกค้าหรือไม่ เน้นถึงสิ่งที่ผู้หางานได้เคยทำมามากกว่าไปเน้นถึงความรู้ที่เรียนมา ยกเว้นแต่คุณสัมภาษณ์งานบัณฑิตจบใหม่

คำถามในการสัมภาษณ์เหล่านี้เหมาะในการถามผู้สมัครเพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมกับตำแหน่งมากแค่ไหน :
1. ผู้สมัครงานเคยมีประสบการณ์ด้านงานขายมาบ้างไหม ? ถ้าเคย สามารถทำยอดขายได้เท่าไหร่
2. ผู้สมัครมีประสบการณ์ด้านการจัดการลูกค้าบ้างไหม ? ถ้าใช่ มีรายไหนบ้าง
3. ผู้สมัครงานมีลักษณะที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม จริยธรรม และค่านิยมขององค์กรหรือไม่?

การสรรหา : คัดเลือกเพียงผู้สมัครงานที่เหมาะสมเท่านั้น
ผู้สมัครงานบางคนสามารถชักจูงคุณหรือทีมของคุณได้ในขณะทำการสัมภาษณ์จากเรซูเม่ที่เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี และตรงกับความต้องการของคุณทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแต่การรอให้พ้นช่วงทดลองงาน 3 เดือนไปก่อนซึ่งจะทำให้คุณประเมินได้ว่าพนักงานคนนี้จริงๆแล้วไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับและผู้สมัครงานคนที่เคยกลายเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุดกลายเป็นการได้คนที่ไม่เหมาะสมเข้ามาแทน งงใช่ไหมว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ?

เหตุผลคือมีความเป็นไปได้ถึงการสรรหาคนร่วมงานใหม่นี้กลายเป็นผู้สมัครงานที่ไม่เหมาะสม เรื่องนี้ได้ถูกกล่าวถึงโดยบริษัท Leadership IQ ซึ่งเป็นบริษัทฝึกอบรมและวิจัยชั้นนำของโลก กล่าวถึงการศึกษามาตลอด 3 ปีถึงการจ้างคนที่ล้มเหลว โดย 92% นี้แบ่งเป็น

● 26% ไม่ยอมรับผลการประเมิน
● 23% ไม่สามารถเข้าใจและควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
● 17% ขาดความแรงจูงใจในการทำงาน
● 15% มีการใช้อารมณ์ในการทำงานในทางที่ผิด
● 11% ขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน

หากคุณสามารถสังเกตสิ่งเหล่านี้ได้ในพนักงานใหม่ที่เพิ่งจ้างมา คุณควรตัดสินใจใช้กลยุทธ์ดังกล่าวต่อไปนี้เพื่อช่วยไม่ให้พนักงานกลายเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ในองค์กร
● ตั้งเป้าหมายการทำงานร่วมกัน
● กระตุ้นพนักงานผ่านกิจกรรมกลุ่ม
● สื่อสารทั้งเรื่องที่ประสบความสำเร็จและผิดพลาดเป็นระยะ
●  ส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาให้พนักงาน

หากคุณได้พยายามทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้นและหากพนักงานคนดังกล่าวไม่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ คุณเองก็มีสิทธิ์ในการยุติการทำงานพนักงานเหล่านี้ได้ ไม่ควรเอาเรื่องขวัญกำลังใจและคุณภาพของงานไปเสี่ยงกับคนเหล่านี้เด็ดขาด ควรจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดก่อนพนักงานจะได้รับการบรรจุและจะสร้างปัญหาให้กับองค์กรในภายหลัง

หลังการบรรจุเป็นพนักงาน : เปลี่ยนพนักงานที่ไม่เหมาะสมให้กลายเป็นคนใหม่

หากคุณเห็นแล้วว่าพนักงานที่ได้รับการยืนยันเข้าทำงานมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม การหาวิธีการที่ไม่เหมาะสม คุณควรหาวิธีการแก้ปัญหาเพื่อที่จะประเมินพนักงานใหมม่และหาตำแหน่งที่เหมาะสมกว่าในบริษัท

ยกตัวอย่าง เมื่อคุณได้จ้างพนักงานมาทำหน้าที่ฝ่ายต้อนรับ แต่กลายเป็นว่าพนักงานคนนี้กลับมีทักษะในการจัดการด้านเอกสารและตารางเวลา คุณอาจพิจารณาในการย้ายพนักงานดังกล่าวไปทำงานด้านธุรการ การสื่อสารคือสิ่งสำคัญสำหรับพนักงานที่ไม่เหมาะสมเสมอ แต่อย่าคาดหวังว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนพนักงานที่ไม่เหมาะสมให้เปลี่ยนแปลงได้เสมอไป เพราะต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย

สรุปส่งท้าย
คำแนะนำจากเราเป็นวิธีเบื้องต้นในการหลีกเลี่ยงการสรรหาพนักงานที่ไม่เหมาะสม อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของคุณไม่เพียงแค่การได้มาซึ่งผู้สมัครงานที่ดีที่สุด แต่ยังต้องการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการสรรหาอีกด้วย การประเมินลักษณะนิสัยของผู้สมัครแต่ละคนและการสังเกตว่ามีคุณสมบัติตามที่ต้องการหรือไม่ การทำความเข้าใจถึงสิ่งที่คุณสามารถช่วยให้พนักงานแต่ละคนประสบความสำเร็จในตำแหน่งของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายบบุคคลสามารถลดค่าใช้จ่ายขององค์กรและผลกระทบจากพนักงานที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย

นอกเหนือจากเทคนิคและกลยุทธ์ที่เราได้แนะนำไป ยังมีกลยุทธ์อื่นๆอีกซึ่งคุณเองก็สามารถนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสรรหาพนักงานที่ไม่เหมาะสม

● เข้าใจสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อที่คุณสามารถสรรหาสุดยอดผู้สมัครงานที่มีฝีมือได้
● เข้าร่วมกิจกรรมเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเทคนิคกับผู้อื่นและเรียนรู้วิธีการเติมเต็มพนักงานที่เหมาะสม
● เปิดรับความคิดเห็นจากพนักงานปัจจุบันถึงวิธีการในการพัฒนากระบวนการสรรหาคนและกลยุทธ์ในปัจจุบัน
● สร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดีที่สุดเพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มเพื่อน

สร้างโปรไฟล์