พนักงานต้องการอะไรในการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

          พูดถึงเรื่องของการสร้างแรงจูงใจให้ กับพนักงานเมื่อไหร่ ก็มักจะมีมุมมองหลายมุมมองจากกลุ่มผู้จัดการ และหัวหน้างาน ซึ่งมักจะเข้าใจวิธีการสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็คิดว่าเงินเดือนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้บ้างก็คิดว่าสวัสดิการ บ้างก็คิดว่าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานกับหัวหน้า และเพื่อนร่วมงาน แล้วมันคืออะไรกันแน่ที่สามารถที่จะจูงใจพนักงานให้ทำงานให้ดีอยู่ตลอดเวลา

          ลองมาดูสิ่งที่หัวหน้างานและผู้จัดการทั่วไปเข้าใจกันว่ามีอะไรบ้างที่จูงใจพนักงาน

  • เงินเดือน ตัวแรกสุดที่หัวหน้างานและผู้จัดการมองว่าเป็นสิ่งจูงใจพนักงานก็คือ เงินเดือนนั่นเองครับ หัวหน้างานมักจะมองว่า เงินเดือนเป็นตัวทำให้พนักงานเกิด แรงจูงใจในการทำงาน ยิ่งเงินเดือนมากก็จะยิ่งมีแรงจูงใจมากขึ้น ก็เลยคิดเสมอว่า ถ้าลูกน้องไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน นั่นก็คือ ลูกน้องได้เงินเดือนน้อยเกินไป วิธีการในการแก้ไขก็คือ ต้องเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน
  • สวัสดิการ ปัจจัยที่มักจะอยู่ในความคิดของหัวหน้าและผู้จัดการในการสร้างแรงจูงใจพนักงาน อีกตัวก็คือ เรื่องของสวัสดิการในการทำงาน บางคนมองว่าการที่พนักงานไม่อยากทำงาน และไม่มีแรงจูงใจใน การทำงานนั้น มาจากการที่พนักงานได้รับสวัสดิการที่น้อยกว่าที่อื่น พอไปเปรียบเทียบกับที่อื่น ก็เลยรู้สึกว่าได้น้อยกว่าแรงจูงใจก็ไม่เกิดขึ้น

          ปัจจัยสองประการข้างต้น มักจะอยู่ในความคิดของหัวหน้างานและ ผู้จัดการมือใหม่ ที่เพิ่งได้เลื่อนระดับขึ้นมา เพราะอาจจะยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องของการสร้างแรงจูงใจที่ดีนั้น มันมีมากกว่าเรื่องของเงินเดือนและสวัสดิการมากมายนัก

          ส่วนหัวหน้าและผู้จัดการที่เริ่มมีประสบการณ์ ในการดูแลลูกน้องมาสักพัก ก็จะเริ่มเข้าใจว่า เงินเดือน และสวัสดิการนั้นไม่ใช่ปัจจัยที่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นเลย เป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานในการทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานดีขึ้น มีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่จะไม่สามารถสร้างพลังให้พนักงานเกิดความอยากที่จะทำงานให้ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เลย แล้วอะไรที่จะสร้างแรงจูงใจพนักงานได้ขนาดนั้น

          จากผลการวิจัยเรื่องการสร้างแรงจูงใจ และผลการวิจัยเรื่องการสร้างความผูกพันของพนักงาน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ ล้วนแต่เป็นการศึกษาเพื่อหาวิธีการและแนวทางในการสร้างแรงจูงใจ และสร้างความรู้สึกผูกพัน และอยากสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องให้กับองค์กร ซึ่งผลจากการศึกษาก็มักจะมีปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วยเสมอ

  • ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างาน ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความสบายใจในการทำงาน เพราะมาทำงานแล้วไม่ต้องมาทะเลาะกับคนอื่น มีแต่ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำงานแล้วก็เกิดความสบายใจ ไม่ใช่ทำงานก็เจอแต่ความขัดแย้ง แทงกันข้างหลังตลอดเวลา ไว้ใจใครก็ไม่ได้ ฯลฯ ถ้าเป็นลักษณะนี้ แม้ว่าจะมีเงินเดือนเยอะแค่ไหน พนักงานก็ไม่มีแรงจูงใจในการทำงานอย่างแน่นอน
  • แรงจูงใจในการทำงานพลังใจจากหัวหน้า สิ่งที่พนักงานต้องการเวลาทำงานก็คือ การได้รับการยอมรับจากหัวหน้าของตนเองในผลงานที่ตนได้ทำไป ถ้าทำผลงานได้ดี ก็ต้องการคำชื่นชมอย่างเต็มใจ และอยากได้การยอมรับในฝีมือจากหัวหน้าของตนเอง หรือถ้าผลงานออกมาไม่ดี ก็อยากให้หัวหน้าให้คำแนะนำ และสอนงานเพื่อ จะได้ทำให้ผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พนักงานที่ได้รับการยอมรับจากหัวหน้าของตนเอง มักจะเป็นพนักงานที่มีพลังและมีแรงจูงใจที่จะสร้างผลงานให้ดีขึ้นอย่างต่อ เนื่อง เพราะนี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ เมื่อไรที่คนเราได้รับการยอมรับนับถือจากคนที่เราคิดว่าสำคัญ ก็จะทำให้คนนั้นมีพลังในการทำงานมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นผลต่อแรงจูงใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

          พื้นฐานของคนเรานั้นต้องการที่จะได้รับความ ภาคภูมิใจในผลงานที่เขาทำขึ้น อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหัวหน้างานสามารถสร้างความภาคภูมิใจนี้ให้เกิดขึ้นในความรู้สึก ของพนักงานได้ก็จะทำให้พนักงานคนนั้นเกิดแรงจูงใจในการทำงานอย่างมากมาย และพร้อมที่จะทุ่มเทแรงกาย และแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนให้เกิดขึ้นได้

ที่มา : ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีการจูงใจพนักงานให้มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร

หลากหลายวิธีจูงใจพนักงานด้วย Incentive