หนี ซ่อน สู้! วิธีป้องกันตัวจากภัยร้าย กราดยิง และสถานการณ์คับขันที่ควรรู้

เหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมากลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนขวัญชาวไทย และทำให้เราต้องกลับมาทบทวนมาตรการความปลอดภัยของหน่วยงานต่างๆ และเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ทว่าในแต่ละวันเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะมีภัยมาถึงตัวเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่การกราดยิงอย่างเดียว ยังรวมถึงการจี้ ปล้น ข่มขืน ที่มีคดีปรากฎอยู่บ่อยครั้ง สถานที่ที่มีคนอยู่พลุกพล่านก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป หรือแม้แต่ในบ้านก็มีโอกาสเกิดเหตุร้ายได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตัวจากภัยร้ายในสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยต่อไป

วิธีป้องกันตัวจากภัยร้าย

  1. วิธีป้องกันตัวจากภัยร้ายกราดยิง

มีหลักการเอาตัวรอด 3  วิธีด้วยกัน คือ Run Hide Fight (หนี ซ่อน สู้) อ้างอิงจากกระทรวงความมั่นคงมาตภูมิสหรัฐอเมริกา โดยเรียงตามลำดับสถานการณ์คับขัน ดังนี้

1.1 วิ่งหนีให้ห่างจากจุดเกิดเหตุ

เมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงปืน เสียงระเบิด คนกรีดร้อง หรือเสียงประกาศเตือนต่างๆ ให้รีบทิ้งสัมภาระให้เหลือติดตัวน้อยชิ้นที่สุด แล้วสำรวจพื้นที่รอบๆ วิ่งหนีไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ ให้ใช้บันไดแทน

1.2 ซ่อนในที่ปลอดภัย

ถ้าวิ่งหนีไม่ทันให้หาที่ซ่อนตัว อยู่ในห้องล็อกให้แน่นหนา ระหว่างที่ซ่อนตัวพยายามตั้งสติ ไม่ส่งเสียงร้องตกใจ และปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด หาจังหวะส่งข้อความถึงคนใกล้ตัวหรือตำรวจ ถ้าไม่ซ่อนในห้องก็หลบหลังกำแพงหรือหมอบอยู่ใต้โต๊ะ คลานให้ต่ำเข้าไว้ เพื่อลดความเสี่ยงในการตกเป็นเป้ายิงของมือปืนที่มักจะยิงไปที่ศีรษะของเหยื่อ

1.3 สู้เมื่อจนมุมจริงๆ

ถ้าตกอยู่ในเหตุการณ์คับขันที่สุด ต้องประจันหน้ากับมือปืน ทางเลือกสุดท้ายคือต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ควานหาของแข็งที่อยู่ใกล้มือแล้วขว้างใส่มือปืน รอจังหวะเปลี่ยนกระสุนแล้วกระโดดเข้าปล้ำ 

 

  1. วิธีป้องกันตัวจากภัยร้ายบนท้องถนน

หนุ่มสาวออฟฟิศที่บางครั้งต้องเคลียร์งานให้เสร็จจนดึกดื่น แล้วยังต้องกลับบ้านคนเดียวอีก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน อาจตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพได้ทั้งนั้น

1.1 รถเสีย

หากรถส่วนตัวเสียกลางคัน ยางล้อแตก ระบบเครื่องยนต์มีปัญหา ให้เคลื่อนรถไปจอดในที่ที่มีแสงสว่างหรือใกล้ชุมชนเพื่อขอความเชื่อเหลือ อย่าลืมโทรหาคนใกล้ชิด ระบุจุดที่จอดรถเสีย เผื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือทัน หรือถ้ารถเสียอยู่บนถนนพอดี ควรเลื่อนรถไปจอดบริเวณไหล่ถนนด้านซ้าย และเปิดไฟกระพริบฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถคนอื่น แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้รถโดนเฉี่ยวชน ที่สำคัญถ้ารถเสียตอนดึกๆ หรืออยู่ในที่เปลี่ยว อย่าลงจากรถ ให้นั่งรออยู่ในรถและล็อกประตูไว้ 

1.2 อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า 

กรณีที่รถเสียแล้วคุณนั่งอยู่ในรถ ถ้ามีคนจะเข้ามาช่วยเหลือ ให้ปลดกระจกรถครึ่งหนึ่ง แล้วถามให้แน่ใจก่อน พร้อมกับดูลักษณะท่าทางของบุคคลนั้นด้วยว่าน่าไว้ใจหรือไม่ ถ้าคนแปลกหน้าจะเข้ามาทำร้ายให้บีบแตรค้างไว้นานๆ เป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ถ้าคุณอยู่นอกรถ ให้ตะโกนสุดเสียง ส่วนคนที่เดินกลับบ้านในซอยตอนกลางคืน อย่ามัวแต่เล่นมือถือ หรือหยิบของมีค่าออกจากระเป๋าให้สำรวจถนนหนทางให้ดี ว่ามีใครเดินตามหรือคอยจับตาดูคุณอยู่ ทางที่ดีถ้ารู้ว่าต้องกลับบ้านดึกคนเดียวบ่อยๆ ให้พกอุปกรณ์ที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ เช่น ร่ม คัตเตอร์ กระบอกน้ำ หรือสเปรย์พริกไทย

1.3 รถสาธารณะ

ถ้าเดินทางด้วยรถสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ที่มีคนหนาแน่น อย่ามัวแต่เล่นมือถือจนเพลิน และไม่ควรพกกระเป๋าสตางค์หรือของมีค่าไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะเสี่ยงต่อการถูกล้วงโดยไม่รู้ตัว ใครที่ใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังก็เปลี่ยนมาสะพายด้านหน้าแทน รูดซิปกระเป๋าให้มิดชิด  ถ้าใช้บริการแท็กซี่โดยลำพังให้บันทึกเลขทะเบียนรถเอาไว้ในโทรศัพท์แล้วส่งข้อความให้คนใกล้ชิดทราบว่ากำลังอยู่บนรถคันดังกล่าว 

  1. วิธีป้องกันตัวจากภัยร้ายข่มขืน

ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ควรระมัดระวังภัยจากการถูกข่มขืน ไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องรู้จักวิธีป้องกันตัวจากภัยร้ายเบื้องต้นเอาไว้

3.1 วิ่งหนีไปยังสถานที่โล่งแจ้งหรือที่มีแสงสว่าง ไม่ควรซ่อนตัวอยู่ในห้องแคบๆ 

3.2 ไม่ควรตะโกนส่งเสียงดัง เพราะจะทำให้คนร้ายวิ่งตามทิศทางที่ได้ยินเสียงเรา แล้วยังทำให้หมดแรงง่ายด้วย 

3.3 หากวิ่งหนีไม่ทันแล้วให้คลานหาที่ซ่อนตัว พร้อมกับมองหาสิ่งของใกล้มือที่ใช้เป็นอาวุธได้ เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ กุญแจ แต่ถ้าคนร้ายมีอาวุธร้ายแรงอย่าต่อสู้ ให้ทำทีว่ายอมแล้ว 

3.4 เมื่อถูกจู่โจมอย่างรุนแรง ถูกทำร้ายและบีบคอ อย่าดิ้นขัดขืน ให้ร้องขอชีวิตแทนและพยายามพูดเกลี้ยกล่อม ต่อรองทำทีว่าเรายอมแพ้แล้ว บอกว่าจะยอมแลกกับทรัพย์สินอื่นๆ แทน เพื่อยื้อเวลาเอาไว้

3.5 ถ้าถูกคนร้ายกดทับตัวอยู่ ให้ควานหาสิ่งของที่มีในบริเวณนั้น ถ้าเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง อาจหยิบเศษดิน หรือก้อนหินขว้างไปที่ดวงตาของคนร้ายเพื่อให้เสียหลัก จากนั้นวิ่งหนีให้เร็วที่สุด

3.6 หากจนมุมจริงๆ ไม่สามารถต่อสู้แรงของคนร้ายได้ ทางเลือกสุดท้ายต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ เมื่อเหตุร้ายจบลงจะได้ไปแจ้งความดำเนินคดีภายหลัง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีป้องกันตัวเองจากเหตุร้ายในบางสถานการณ์เท่านั้น ยังมีภัยรอบตัวอีกมากมาย แต่อย่ารอให้เกิดเหตุร้ายเลยค่ะ ควรรู้วิธีเอาตัวรอดไว้ก่อน มีสติในการใช้ชีวิตทุกครั้ง และรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ หมั่นอัปเดตข่าวสาร บันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉินสำหรับสถานการณ์ต่างๆ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันช่วยเตือนภัยไว้เลย อย่างไรก็ตามอย่าพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงจะดีที่สุด เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการป้องกันตัวเองในเบื้องต้นแล้ว

#คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้
#jobsDB

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้งiOS และ Android โหลดเลย