ปิดกิจการชั่วคราว นายจ้างควรทำอย่างไร

          เมื่อบริษัทต้องเผชิญวิกฤตการณ์อย่างหนักในการดำเนินกิจการ จนมีเหตุอันควรให้ต้องหยุดกิจการบางส่วน หรือทั้งหมด เป็นการชั่วคราว เช่นประสบภาวะขาดทุน เป็นหนี้ค่าวัสดุ หรือลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อ ทำให้คำสั่งซื้อลดลง เมื่องานมีน้อย ลูกจ้างมีมาก จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดการดำเนินงานชั่วคราวเพื่อแก้ไข คลี่คลายสถานการณ์ให้บรรเทาเบาบางลง ก่อนพร้อมเปิดดำเนินการอีกครั้ง

          ในกรณีที่ต้องการปิดกิจการชั่วคราว นายจ้างควรทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงของเหล่าพนักงาน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง

  • เหตุที่นายจ้างใช้อ้างในการปิดกิจการชั่วคราว ต้องเกิดจากการประสบปัญหาในการดำเนินการอันเป็นเหตุสมควรให้ต้องปิดกิจการ
  • ตามพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 75 กำหนดว่า ตลอดระยะเวลาที่นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวนั้น นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนที่นายจ้างจะหยุดกิจการ
  • หากตรวจสอบพบว่านายจ้างแจ้งเหตุจำเป็นที่ต้องปิดกิจการเป็นความเท็จ ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามข้อตกลงที่นายจ้างให้ไว้ได้
  • การให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวในกรณีนี้ ต้องไม่เลือกปฏิบัติว่าลูกจ้างนั้นเป็นกรรมการลูกจ้างหรือไม่ มิฉะนั้นอาจเข้าหลักเกณฑ์พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 52 ใน ซึ่งว่าด้วยการคุ้มครองลูกจ้างที่เป็นกรรมการลูกจ้างให้พ้นจากการถูกกลั่นแกล้งจากนายจ้าง เพื่อบีบให้ออกด้วยการลดค่าจ้าง ลงโทษ หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ จนลูกจ้างทนไม่ไหว ต้องลาออกจากงานในที่สุด ทั้งนี้มาตรา 52 ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่นายจ้างประสบวิกฤตการณ์ ในการดำเนินธุรกิจจนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวแต่อย่างใด

ทำอย่างไรเมื่อต้องปิดกิจการชั่วคราว          การเลือกใช้วิธีปิดกิจการชั่วคราว เพื่อลดรายจ่ายและหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของบริษัทนั้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีกว่าการเลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดในทันที เนื่องจากการเลิกจ้างจะมีความรับผิดชอบตามมาอีกมากมาย ทั้งค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้าง รวมถึงค่าจ้างที่ยังไม่ได้จ่าย ก็ต้องนำมาจ่ายให้ลูกจ้างภายใน 3 วันนับตั้งแต่เลิกจ้างเสียด้วย เพื่อให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ได้รับการเยียวยาในขณะที่ยังตั้งตัวไม่ได้

          ทั้งนี้ การเลิกจ้างมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกนายจ้างเอาเปรียบ และเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้นหากบริษัทประสบปัญหาอย่างหนัก การปิดกิจการชั่วคราวจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย