5 ปัจจัยที่มีผลในการเลือกเปลี่ยนงานใหม่ : เด็กจบใหม่ vs คนมีประสบการณ์ทำงาน

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

การที่มนุษย์เงินเดือนสักคนมีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนงานนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลหลักอันดับ 1 อย่างเงินเดือน ที่ไม่ว่าใครๆ ที่อยากจะย้ายงานใหม่ ก็ย่อมอยากได้เงินเดือนเพิ่มด้วยกันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกเช่น การหมดไฟในการทำงาน การเบื่อหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น

 

ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า เหตุผลอะไรกันนะที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนเกิดอยากจะย้ายที่ทำงานกันขึ้นมา ซึ่งมีทั้งเรื่องราวของเด็กจบใหม่ และคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว เหตุผลของพวกเขาจะเป็นเช่นไร จะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ตามไปอ่านกันได้เลย

เลือกเปลี่ยนงานใหม่
เลือกเปลี่ยนงานใหม่

 

5 ปัจจัยแห่งความสุข ที่เด็กจบใหม่ต้องการจากออฟฟิศใหม่

 

1. ชื่อเสียงของบริษัท

 

เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่หลายคนมักมองที่ชื่อเสียงบริษัทที่จะไปทำงานด้วยเป็นอันดับแรก เพราะหากว่าบริษัทนั้นมีชื่อเสียงก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในกับการเริ่มต้นชีวิตมนุษย์เงินเดือน แถมยังได้บอกใครต่อใครอีกว่า เราทำงานบริษัทที่มีชื่อเสียง ก็จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีมากขึ้นไปอีก

 

นอกจากนี้หากได้เริ่มต้นทำงานในบริษัทชื่อดังแล้วล่ะก็ เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำย้ายที่ทำงาน ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนช่วยในการเสริมภาพลักษณ์ของเรซูเม่ให้ดูดีขึ้นอีกด้วย เพราะบริษัทใหม่ที่เราไปสัมภาษณ์งาน ก็จะเห็นว่าเราได้ผ่านการทำงานในบริษัทชั้นนำมาแล้ว

 

2. สถานที่ทำงาน

 

ปัญหาการจราจรไม่เคยจากเราไปไหน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี ดังนั้นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเลย ก็คือเรื่องของสถานที่ทำงานที่สะดวกต่อการเดินทาง  ผสานระบบขนส่งที่สะดวกสบาย เช่น ออฟฟิศที่ติดรถไฟฟ้า ก็มักจะได้รับความสนใจและเป็นตัวลำดับแรกๆ ในการสมัครงาน หรือจะเป็นออฟฟิศที่ตั้งอยู่ย่านธุรกิจหรือโซนใจกลางเมือง ก้ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะบริเวณโดยรอบออฟฟิศ ก็มักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง เป็นต้น

 

แล้วยิ่งถ้าเด็กจบใหม่บางคน เดินทางมาต่างจังหวัด ยิ่งต้องเลือกออฟฟิศใหม่ที่มีทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายอยู่แล้ว เพื่อง่ายและสะดวกต่อการเดินทาง สำหรับคนที่ต้องเช่าที่พักอยู่ในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรแห่งนี้

 

3. เพื่อนร่วมงาน

 

ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง ก็ย่อมยังมีความเป็นวัยรุ่นอยู่ในตัว ดังนั้นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องของเพื่อนร่วมงาน เด็กจบใหม่มักให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงานเช่นกัน พวกเขามักมองหาสถานที่ทำงานที่มีเพื่อนร่วมงานที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน สามารถเข้ากันได้ และคุยกันได้อย่างไม่ติดขัด สามารถชวนกันไปแฮงค์เอ้าท์หลังเลิกงาน หรือชวนกันไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนได้ด้วย

 

ซึ่งถ้าเจอเพื่อนร่วมงานที่เข้ากันได้ดี คุยกันได้ในหลายๆ เรื่อง สิ่งเหล่านี้ก็จะมีส่วนช่วยผลักดันให้การทำงานนั้นราบรื่นขึ้น ช่วยให้งานออกมามีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย เพราะทุกคนเข้ากันได้ดี ทำให้ช่วยลดปัญหาในการทำงาน

 

4. ค่านิยมขององค์กร

 

เมื่อพิจารณาถึงชื่อเสียงของบริษัทที่จะเข้าไปทำงานแล้ว เด็กจบใหม่ยังสนใจในเรื่องของค่านิยมและวัฒนธรรมในองค์กรนั้นๆ อีกด้วย บางคนเห็นว่าเป็นบริษัทใหญ่ก็จริง แต่สุดท้ายถ้าวัฒนธรรมในองค์กรไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้สมัคร พวกเขาก็พร้อมที่จะมองหาที่ทำงาน ที่พร้อมตอบโจทย์พวกเขาในทุกๆ ด้านเช่นกัน

 

คนรุ่นใหม่มักชอบวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความยืดหยุ่นเป็นหลัก ส่วนบริษัทไหนที่มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดหรือความยืดหยุ่นน้อย ก็จะไม่ค่อยถูกจริตพวกเขาสักเท่าไร เพราะบางครั้งถ้าพวกเขาต้องเข้าไปอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดันและกฎต่างๆ มากมาย ก็อาจส่งผลให้เกิดความเครียด พาลไปจนถึงคุณภาพการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนปิดท้ายด้วยการหางานใหม่ในที่สุด ดังนั้นถ้านำปัจจัยหลายๆ อย่างมาประกอบการ แล้วลองมองหาออฟฟิศที่ตรงใจได้มากที่สุด ก็จะช่วยลดอัตราการย้ายงานบ่อยๆ ได้

 

5. หัวหน้างาน

 

ในส่วนของเด็กจบใหม่ ข้อนี้อาจเป็นเหตุผลลำดับสุดท้ายในการเปลี่ยนงาน อาจเป็นเพราะประสบการณ์การทำงานที่ยังมีไม่มากนัก จึงทำให้การสั่งงานหรืออิทธิพบจากหัวหน้างานมีผลน้อยกว่าหัวข้ออื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผลเสียทีเดียว เพราะหากมองอีกด้าน ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ อายุยังน้อย จึงสามารถที่จะขยับขยายไปหาสิ่งที่ตรงใจกับตัวเองได้ง่ายกว่าคนที่อายุมากกว่านั่นเอง

 

เพราะเด็กจบใหม่ก็ไม่สามารถรับแรงกดดันได้มากเท่าคนที่มีประสบการณ์มาแล้ว หากเข้าทำงานเป็นที่แรก แล้วโชคร้ายเจอหัวหน้างานที่ไลฟ์สไตล์การทำงานไม่ฟิตกัน อาจทำให้พวกเขามีความอดทนที่ไม่มากพอ แล้วเลือกที่จะลาออกเพื่อหางานในบริษัทใหม่ที่มีหัวหน้างานที่ตรงใจมากกว่าก็เป็นได้

 

ต่อมาเรามาดูเหตุผลหลักๆ ในการเปลี่ยนงานของผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชนกันบ้าง เนื่องด้วยประสบการณ์การทำงานที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องของอายุและวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นตามวัย ทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์มีเหตุผลหรือพิจารณาเรื่องอื่นๆ ที่แตกต่างไปจากเด็กจบใหม่นั่นเอง

 

5 ปัจจัยแห่งความสุขของผู้มีประสบการณ์ในการทำงาน ที่ต้องการจากออฟฟิศใหม่

 

1. สถานที่ทำงาน

 

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ เหตุผลเรื่องของสถานที่ทำงานกลับเข้าวินเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งผู้หางานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์นั้น มักมีอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย จึงพิจารณาเหตุผลนี้เป็นหลัก แน่นอนเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทางนั้น ไม่ว่าในวัยไหนๆ ก็อยากได้รับด้วยกันทั้งนั้น แต่ด้วยอายุและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้ความรับผิดชอบมากขึ้นด้วย จึงอาจทำให้บางครั้งพวกเขาที่เหน็ดเหนื่อยมาจากงานที่ถาโถมมาตลอดทั้งวัน จึงอยากเลือกที่รีบกลับบ้าน มากกว่าไปแฮงค์เอ้าท์หลังเลิกงานแบบเด็กจบใหม่

 

นี่จึงกลายเป็นเหตุผลหลัก เพราะบางที่ผู้มีประสบการณ์อาจจะอยากรีบกลับบ้าน เพื่อไปผ่อนคลายและคลายเครียด หรือบางทีงานก็หนักซะจนไม่มีแรงจะไปทำอะไรต่อ จึงอยากรีบกลับบ้านนั่นเอง และสถานที่ทำงานที่สะดวกสบาย ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ก็จะช่วยให้พวกเขากลับถึงบ้านไปพักผ่อนได้เร็วขึ้นนั่นเอง

 

2. ชื่อเสียงของบริษัท

 

ข้อนี้สลับกันกับเด็กจบใหม่ โดยสำหรับผู้มีประสบการณ์นั้นมาเป็นอันดับ 2 แต่จริงๆ แล้วเหตุผลนี้ก็ยังมีความสำคัญกับมนุษย์เงินเดือนทุกคนอยู่มาก แล้วยิ่งด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอันแสนสาหัสไปทั่วโลก จึงทำให้ผู้มีประสบการณ์ก็พร้อมจะหาที่งานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและมั่นคงด้วยนั่นเอง

 

อาจเป็นเพราะคนที่ทำงานมานานย่อมมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่าเด็กจบใหม่ เช่น การผ่อนรถ การผ่อนที่อยู่อาศัย หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ในทุกเดือน จึงทำให้พวกเขาพิจารณาถึงชื่อเสียงของบริษัทที่จะย้ายไปเช่นกัน เพราะหากต้องไปทำงานในบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก แล้วสุดท้ายบริษัทนั้นโดนพิษเศรษฐกิจ จนทำให้เกิดการเลิกจ้างพนักงาน พวกเขาก็อาจจะรู้สึกเคว้งได้ เพราะอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ถ้าจะให้หางานใหม่ๆ เรื่อยๆ ก็คงจะไม่ง่ายเท่าเด็กจบใหม่ไฟแรง เพราะฉะนั้นถ้าได้ทำงานอยู่ในบริษัทที่มั่นคงกันไปแบบยาวๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

3. เพื่อนร่วมงาน

 

เหตุผลนี้คะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 3 เหมือนกับฝั่งเด็กจบใหม่ เพราะทุกคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ล้วนแล้วแต่อยากได้เพื่อนร่วมงานที่ดีด้วยกันแทบทั้งสิ้น เพราะต้องใช้ชีวิตด้วยกัน 5 วัน/สัปดาห์ วันละ 8 ชั่วโมง หากต้องเจอเพื่อนร่วมงานที่เป็น Toxic ก็คงจะไม่ดีเท่าไรนัก

 

เพราะถ้าหากเกิดความขัดแย้งในทีมตนเองหรือภายในบริษัท ย่อมส่งผลต่อเนื้องานที่ทำแน่นอน อีกทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพจิตสุขภาพใจอีกด้วย รับรองว่าความเครียดถามหาชัวร์ๆ ยังไงถ้ามีเพื่อนร่วมงาน ความสุขในองค์กรก็ย่อมตามมาด้วย

 

4. ค่านิยมขององค์กร

 

สำหรับเหตุผลนี้ก็มาในอันดับ 4 เช่นเดียวกันเหมือนเด็กจบใหม่ เพราะหากโชคร้ายเจอวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ฟิตกับนิสัยหรือไลฟ์สไตล์ของเรา ก็ย่อมทำให้เราเกิดความเครียดเช่นเดียวกับการมีเพื่อนร่วมงานนิสัยแย่ ยิ่งเป็นคนที่ทำงานมานาน ก็อยากจะอยู่กับบริษัทที่ตัวเองทำงานแล้วสบายใจไปนานๆ เช่นกัน

 

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องของสวัสดิการในองค์กร ที่พวกเขาล้วนแล้วแต่มองหาด้วยกันทั้งสิ้น เพราะด้วยความที่อายุมากขึ้น ภาระต่างๆ ก็ต้องมีมากตามไปด้วย รวมไปถึงเรื่องสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นหากได้บริษัทที่มีค่านิยมที่เต็มที่เรื่องการดูแลสวัสดิการพนักงาน ย่อมให้ทำพวกเขาเต็มใจที่จะทำงานในบริษัทนั้นไปอย่างยาวนาน

 

5. สมดุลชีวิตกับการทำงาน

 

เมื่อทำงานกันมานานจนมีประสบการณ์ที่โชกโชน แน่นอนว่าภาวะ Burn Out ย่อมถามหาเป็นแน่แท้ ไฟในการทำงานก็จะไม่ลุกโชนเท่ากับเด็กจบใหม่ไฟแรง ดังนั้นผู้ที่มีประสบการณ์จึงมักมองหาบริษัทที่ตอบโจทย์เรื่องของ Work Life Balance ได้อย่างเต็มที่ เพราะการผ่อนคลายหลังจากการทำงานอันหนักหน่วงถือเป็นสิ่งที่พวกเขามองหาเช่นกัน

 

แล้วยิ่งในยุคที่เราสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการ WFH สามารถมีประสิทธิภาพได้เทียบเท่ากับการนั่งทำงานในออฟฟิศ หากมีบริษัทไหนที่ปรับการทำงานมาเป็นสไตล์ Hybrid หรือสลับวันเข้าทำงานได้ ย่อมจะช่วยให้พวกเขาพบเจอกับความเครียดน้อยลง และจะให้มีความสุขในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย

 

สรุปปัจจัยที่มีผลในการเปลี่ยนงานใหม่ สำหรับเด็กจบใหม่และคนมีประสบการณ์

 

แม้เหตุผลในการอยากเปลี่ยนที่ทำงานของทั้ง 2 กลุ่มคนทำงาน จะมีข้อแตกต่างกันบ้าง แต่หากมองภาพรวมแล้วก็มีหลายอย่างที่คล้ายกันมาก หัวใจหลักเลยคือเรื่องของความสุขในการทำงาน ขึ้นว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนทุกคน ไม่ว่าจะวัยไหน ประสบการณ์มากเพียงใด ย่อมอยากทำงานอยู่ในบริษัทที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขด้วยกันทั้งสิ้น หากพวกเขาพบเจอบริษัทที่ตรงใจตัวเองมากที่สุด ก็ย่อมไม่มีใครที่อยากจะย้ายงานบ่อยๆ แน่นอน 

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

เปลี่ยนงานใหม่เรียกเงินเดือนอย่างไรให้แฮปปี้

5 วิธีเตรียมตัวเตรียมใจ (คิด) เปลี่ยนงานใหม่หลังโบนัสออก

ตัดสินใจเปลี่ยนงานใหม่ เตรียมตัวอย่างไร

บทความยอดนิยม
ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กจบใหม่ย่อมต้องยังไม่มีประสบการณ์ในโลกของการทำงาน ดังนั้นปราการด่านแรกในการเริ่มต้นสมัครงานอย่างการเขี...
การเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ นอกจากจะต้องคิดถึงเรื่องธุรกิจแล้ว หากมีลูกจ้างด้วย สิทธิกฎหมายแรงงานเบื้องต้น ก็เป็นอีกเรื่อ...
ประกันสังคม คือ สวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ทางรัฐบาลมอบให้แก่ลูกจ้าง โดยระบบประกันสังคมนั่นคือมีในประเทศไทยมาตั้งแต่เมื่อปี...

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
Scroll to Top