ปรากฏการณ์ทางการตลาดในงานไทยเที่ยวไทย

          หน้าร้อนปีนี้ใครที่กำลังมอง หาสถานที่ท่องเที่ยวท้าลมร้อน คงจะถูกอกถูกใจกับแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลที่มีมาให้ เลือกสรรกันอย่างละลานตา ในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 6-9 มีนาคมที่ผ่านมา บรรดาบริษัทนำเที่ยว โรงแรม และรีสอร์ทชั้นนำ ต่างงัดกลยุทธ์การตลาดมาประชันกันอย่างชนิดว่าไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการตลาด การคิดโปรโมชั่นจัดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง นักการตลาดที่ดีจะต้องมีความคิดแปลกใหม่ ที่สามารถทำให้สินค้าของบริษัทมีความโดดเด่นขึ้นมาจากของคู่แข่ง แต่จะทำอย่างไรให้โปรโมชั่นของเราสามารถจูงใจลูกค้าให้รับรู้ถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา และตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเลใจ

          ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างโปรโมชั่นภายในงานไทยเที่ยวไทยที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นความรู้สำหรับนักการตลาด ได้เห็นกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มกันที่โปรโมชั่นจากผู้จัดงานและผู้สนับสนุนที่มีมาให้ถึง 2 ต่อกลยุทธ์การตลาด

  1. ช้อปสินค้าครบทุก ๆ 500 บาทขึ้นไป ลุ้นรับแพ็กเกจคลายร้อนกว่า 200 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
  2. เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารซิตี้แบงก์รับส่วนลดทันที 5-10% สำหรับแพ็กเกจห้องพักที่ร่วมรายการ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อช้อปครบทุก 500 บาท รับฟรีบัตรกำนัลจากร้านอาหารชั้นนำ มูลค่า 300 บาท พร้อมรับคูปอง 1 ใบ เพื่อลุ้นรับโชคใหญ่ 1,000,000 คะแนนซิตี้แบงก์รีวอร์ด และพิเศษสุด ๆ สำหรับผู้ถือบัตรซิตี้แบงก์ Royal Orchid Plus ทุกประเภท รับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 2 ใบ พร้อมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ยุโรป ชั้นธุรกิจ 2 ที่นั่ง มูลค่า 391,620 บาท จากการบินไทย เมื่อมียอดใช้จ่ายรวมสูงสุดตลอดรายการ

          โปรโมชั่นยั่วยวนใจขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นลูกค้าซิตี้แบงก์ยืนออกันแน่นบูธ เพื่อแลกของรางวัลกันอย่างใจจดใจจ่อ

          มาถึงโปรโมชั่นของผู้เข้าร่วมออกบูธกันบ้าง แพ็กเกจสุดฮิตในงานนี้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแพ็กเกจมาตรฐานของการไปเที่ยว ได้แก่ แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน ในราคาลดพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น แพ็กเกจลักษณะนี้ ยังแบ่งเป็น

  1. แพ็กเกจวันธรรมดา ราคาชวนตะลึง เฉพาะวันอาทิตย์-วันพฤหัส
  2. แพ็กเกจรับหน้าฝน ราคาพิเศษตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ตุลาคม
  3. แพ็กเกจตลอดปี แบ่งเรตราคาเป็นช่วง High season และ Low season
  4. แพ็กเกจเทศกาลสงกรานต์ ใช้สิทธิ์ได้ถึง 31 พ.ค.
  5. แพ็กเกจหลังสงกรานต์ ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 16 เม.ย. เป็นต้นไป
  6. แพ็กเกจก่อนปีใหม่ ใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 พ.ย.

          รูปแบบของแพ็กเกจดังกล่าว จะใช้ราคาเป็นเครื่องล่อใจ ให้สะดุดตา สะดุดหูเอาไว้ก่อน แต่ก็จะแถมท้ายด้วยข้อยกเว้นต่าง ๆ ในเครื่องหมายดอกจัน (*) เช่น ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดต่อเนื่อง ถ้ามาในช่วงสงกรานต์จ่ายเพิ่ม ถ้ามาเกิน 2 คนจ่ายเพิ่ม ถ้าต้องการห้องแอร์จ่ายเพิ่ม เป็นต้น นอกจากแพ็กเกจมาตรฐานแล้ว ยังมีโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมที่น่าสนใจอีก อาทิ

  1. ซื้อแพ็กเกจแถมบัตรส่วนลดสปา หรือนวดฟรี
  2. ซื้อแพ็กเกจแถมบัตรส่วนลดค่าอาหาร และสำหรับซื้อของที่ระลึก
  3. ลงทะเบียนที่บูธรับสิทธิ์เที่ยวภูเก็ตฟรี 10 รางวัล
  4. จองวันนี้ขับโตโยต้าวีออสฟรี
  5. ซื้อ 1 คืน แถม 1 คืน
  6. แพ็กเกจ 8 คน ฟรี 2 คน

          เมื่อเดินชมงานจนทั่วแล้ว ก็ถึงเวลาต้องตัดสินใจเลือกแพ็กเกจในดวงใจเสียที ซึ่งบางแพ็กเกจก็เปิดโอกาสให้จับจองได้ในราคาต่ำสุดเพียง 300 บาทเท่านั้น นับว่าเป็นการทำการตลาดที่ช่วยในการตัดสินใจด่านสุดท้ายได้เป็นอย่างดี คาดกันว่าสารพัดกลยุทธ์ สารพันโปรโมชั่นภายในงานครั้งนี้กระตุ้นการใช้จ่ายเงินของคนไทยได้มากถึง 400 ล้านบาทเลยทีเดียว

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การตลาดยุคใหม่ ต้องใส่ประสบการณ์ร่วมลูกค้า

การตลาดยุคที่ 5 ลูกค้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล