10 อันดับประเทศที่คนอยากไปทำงานมากที่สุด

ประเทศที่คนอยากไปทำงาน มีประเทศไหนบ้าง

การมองหางานต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เจริญกว่าเริ่มมีบทบาทมากขึ้นตามความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่และเทคโนโลยีที่มีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวัน การได้ข้ามไปงานทำงานในต่างแดน ได้รับการพัฒนาทักษะทางด้านภาษา ผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีกว่า และได้รับประสบการณ์การทำงานกับชาวต่างชาติที่หลากหลายอีกด้วย 10 ประเทศน่าไปร่วมงานด้วย

งานศึกษาล่าสุดที่วิจัยร่วมกันระหว่าง Boston Consulting Group and The Network ร่วมกับ Jobsteet.com และ jobsDB (ซึ่งสำรวจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการไปทำงานต่างประเทศในปี 2018 ซึ่งยังคงรั้งอันดับ 1 ตั้งแต่ปี 2014 ส่วนประเทศที่ได้รับความนิยมสูงเพิ่มขึ้นคือประเทศเยอรมันเป็นอันดับสอง (เพิ่มขึ้นมาสองลำดับจากในปี 2014) ออสเตรเลียขยับมาอยู่อันดับ 4 ซึ่งขยับเพิมมาสามอันดับ และสเปนมาเป็นอันดับ 6  (เพิ่มขึ้นสองอันดับ) ประเทศอังกฤษมาเป็นอันดับ 5 ซึ่งตกลงมาจากอันดับสามเมื่อปี 2014 ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ตกมาสามอันดับมาอยู่ลำดับแปด ฝรั่งเศสตกมาอยู่ลำดับ 7 ส่วนสวีเดนหลุดโผ 10 อันดับซึ่งโดนญี่ปุ่นแซงมาติดอันดับ 10 แทน แคนาดาและอิตาลียังคงรักษาอันดับ 3 และ 9 ไว้ได้ตามเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้ามฝากมาดูในฝั่งโซนบ้านเรากันบ้าง กับ 6 อันดับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผู้หางานอยากไปทำงานกันบ้าง 

10 อันดับประเทศที่คนอยากไปทำงานด้วย

งานวิจัยยังเผยถึง 6 ประเทศทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาคบ้านเรา นำโด่งมาด้วยประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับความนิยมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเป็นลำดับที่สี่และถูกจัดอันดับไว้ที่ 18 ในปี 2018 (เพิ่มขึ้นมา 6 อันดับจากปี 2014) โดยสิงคโปร์ได้รับความนิยมจากผู้หางานซึ่งเป็นคนพม่า(ซึ่งไม่ติด 10 อันดับแรกเมื่อปี 2014) ตามมาด้วยผู้หางานจากมาเลย์เซีย(เพิ่มขึ้น 1 อันดับมาอยู่ที่สอง)และเวียดนาม (ตกลง 1 อันดับไปอยู่ที่สาม)

ประเทศมาเลเซียได้รับความนิยมสำหรับผู้หางานเดินทางไปทำงานเป็นลำดับที่ 33 ในปี 2018 (เพิ่มมา 9 อันดับ) และผู้หางานจากอินโดนีเซียต้องการเดินทางไปเป็นอันดับหนึ่ง (ขยับขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง) สิงค์โปร์(ขยับขึ้นมาสองอันดับ สู่ที่สอง) และปากีสถาน(ขยับขึ้นมาสามอันดับมาเป็นที่สาม)

มองมาที่บ้านเราบ้าง ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ลำดับที่ 39 ในปี 2018 (เพิ่มมา 4 อันดับ) โดยมีเพือนบ้านเราอย่างคนพม่ามาทำงานเป็นอันดับหนึ่ง สิงคโปร และจากเวียดนาม (เพิ่มขึ้นมาสามอันดับมาอยู่ที่สาม)

ประเทศอินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 51 ในปี 2018 คนจากประเทศมาเลเซียนิยมไปทำงานมากสุด(ขยับขึ้นมา 1 อันดับ) ตามมาด้วยสิงคโปร์และญี่ปุ่น

ส่วนประเทศเวียดนามซึ่งอยุุ่ในอันดับ 55 ของปี 2018 แต่สามารถขยับก้าวกระโดดมาได้ถึง 21 ลำดับจากปี 2014 เป็นประเทศที่คนจากประเทศไทยนิยมไปทำงานที่โน่นมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยสิงคโปรและเกาหลีใต้ 

และฟิลิปปินส์เป็นประเทศเพื่อนบ้านเพียงประเทศเดียวที่มีอันดับตกลงไปอยู่ลำดับที่ 66 โดยมีประชากรของหลายประเทศ ทั้งจากเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และกาตาร์

ทิปส์ดีๆสำหรับ HR มือโปรในการตามล่าหาตัวพนักงานเก่งๆจากต่างประเทศ

งานวิจัยเผยให้เห็นความคล่องตัวสำหรับผู้ที่ชอบเดินทางข้ามไปทำงานยังต่างประเทศและรวมถึงสวัสดิการและเงินเดือนที่สูงกว่าสำหรับการจ้างงาน โดยมีแนวโน้มสูงสำหรับประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ใกลเคียงกัน หรือรู้สึกเสมือนประเทศตัวเอง และอุปสรรคทางด้านภาษาที่น้อยกว่า สามเหตุผลหลักสำหรับผู้หางานจากภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในการออกไปทำงานต่างประเทศมีเหมือนกัน ได้แก่ โอกาสในการได้งานที่ดียิ่งกว่า การหาประสบการณ์ทำงานใหม่ๆ และการเปิดประสบการณ์ให้กว้างยิ่งขึ้น

 ดังนั้นในฐานะที่เป็น HR ควรใช้เหตุผลดังกล่าวในการสร้างการรับรู้ขององค์กรแก่ผู้หางาน ซึ่งจะช่วยดึงดูดพนักงานให้เข้ามาสมัคร

1. สวัสดิการคือสิ่งที่ทุกคนมองหา

หากคุณอยากได้คนเก่งๆจากทั่วโลก สวัสดิการที่ใครต่างหาได้ภายในประเทศตัวเองก็คงเลือกหางานบริษัทในประเทศดีกว่า ดังนั้นสวัสดิการที่พิเศษจะเป็นสิ่งที่ชวนให้พนักงานที่เก่งๆมาร่วมงานได้ง่ายยิ่งขึ้น อย่างเช่น เพิ่มวันหยุดพักร้อน หรือ เพิ่มสวัสดิการท่องเที่ยวเพื่อช่วยให้พนักงานเดินทางกลับบ้านได้บ่อยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเปิดสอนภาษาที่ประเทศนั้นใช้งานแก่ผู้สมัครงานชาวต่างชาติย่อมช่วยดึงดูดให้คนมาสมัครงานได้ดียิ่งขึ้น. 

อีกหนึ่ีงเหตุผลในการเลือกไปทำงานต่างประเทศ นั่นคือการหาประสบการณ์ใหม่ๆ  ดังนั้น องค์กรควรจะเปิดโอกาสให้สามารถทำงานแบบเลือกเวลาทำงานได้เพื่อช่วยให้พนักงานเหล่านั้นสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานได้ดียิ่งขึ้น 

2. ปฏิบัติด้วยความเท่าเทียม และส่งเสริมการมีส่วนร่วม

เมื่อต้องไปทำงานต่างประเทศ ทุกคุนต่างกังวลว่าจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมแบบพนักงานคนอื่นหรือไม่ เพราะมีความแตกต่างทั้งชาติ ภาษา วัฒนธรรม ดังนั้น องค์กรควรเตรียมนโยบายและกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้แน่ใจว่าชาวต่างชาติที่มาร่วมงานด้วยนั้นได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมเหมือนๆพนักงานคนอื่น

นอกจากนี้ องค์กรควรมีกิจกรรมเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกัน ซึ่งอาจจะเป็นกิจกรรมสันทนาการต่างๆเพื่อละลายพฤติกรรมและวัฒนธรรมอันแตกต่างกัน จะส่งเสริมในเรื่องการทำงานให้มีประสิทธิภาพและได้งานออกมาดียิ่งขึ้น

3.  สร้างการรับรู้ให้ทั่วถึง

อย่าลืมพิจารณาการออกบูทในมหกรรมแรงงานระดับชาติด้วย ซึ่งผู้ที่หางาน ณ ประเทศนั้นๆย่อมพิจารณาถึงประเทศของบริษัทคุณด้วย จะช่วยเรื่องการดึงดูดคนผู้ที่กำลังจะจบหรือเป็นแรงงานที่มองหางานอยู่โดยเฉพาะ รวมถึงการที่ผู้สมัครงานได้คุยกับผู้ประกอบการที่ในบูท จะยิ่งปรับความเข้าใจและช่วยกระตุ้นให้ผู้หางานชาวต่างชาติอยากมาร่วมงานกับบริษัทคุณยิ่งกว่าเดิม

การแข่งขันแย่งชิงตัวผู้สมัครงานที่มีความสามารถจากทั่วโลกเริ่มเข้มข้นมากกว่าเดิม การแข่งขันในระดับสากลย่อมต้องการทักษะและความสามารถจากผู้สมัครงานจากหลากหลายเชื้อชาติมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

jobsDB ยังมีเทคนิคเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการหาผู้สมัครงานดีๆอีกเพียบ คลิกที่นี่เลย

#icanbebetter