ปฏิเสธเจ้านายอย่างไรไม่ให้มีปัญหา

          บางครั้งก็ดูจะเป็นเรื่องยากเมื่อเราต้องปฏิเสธคำขอของเจ้านาย แต่ถ้าจะให้ตอบรับไปเสียทุกเรื่อง ก็ดูจะไม่เป็นผลดีกับตัวเราเอง แต่หากตอบปฏิเสธก็กลัวว่าจะส่งผลเสียต่อหน้าที่การงานของตัวเอง เรียกว่าเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียวในการจะตอบรับหรือปฏิเสธ

          หากเราต้องการสร้างความประทับใจให้เจ้านาย เราไม่จำเป็นต้องรับปากว่าจะทำให้เสมอไป ทำเท่าที่เราทำได้จะดีที่สุด แต่ต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้เจ้านายรู้สึกว่าเราไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง แต่ที่เราไม่ทำให้ เพราะเราทำไม่ได้จริง ๆ การคล้อยตามเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง ใช่ว่าจะทำให้เจ้านายพอใจเสมอไป ดีไม่ดีหากตอบรับไปว่าจะทำให้อย่างที่เจ้านายร้องขอ แต่เมื่อทำออกมาแล้ว ผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ เราก็จะเสียงานได้เช่นกัน

          แนวทางที่จะทำให้เจ้านายเข้าใจเรา และเข้าใจถึงขีดจำกัดของความสามารถของเรา คือ การตอบปฏิเสธ แต่จะปฏิเสธอย่างไรจึงจะทำให้เจ้านายเห็นใจเรานั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการว่าเราสามารถทำให้สถานการณ์นั้นไม่ตึงเครียดได้อย่างไร และทำให้การเจรจาเกิดความราบรื่นได้มากที่สุดอย่างไร เหล่านี้เป็นวิธีการที่เรานำมาฝาก เพื่อใช้ตอบปฏิเสธเจ้านายอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด และที่สำคัญ เจ้านายจะยังรักและเมตตาเราเหมือนเดิม

พิจารณาหาเหตุผล

          วิธีการอย่างแรกที่จะช่วยให้เราปฏิเสธเจ้านาย ไม่ว่าจะเป็นคำร้องขอหรือคำสั่งที่ดุดันก็ตามที ให้เราลองมองหาเหตุผลว่าเหตุใดเราจึงทำงานนี้ให้เจ้านายไม่ได้ หากทำแล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร เชื่อแน่ว่าเจ้านายจะเข้าใจว่าหากเราปฏิเสธอย่างจริงจัง นั่นหมายความว่าเราทำงานนั้นไม่ได้จริง ๆ อาจเป็นเพราะความสามารถของเราไม่ถึงจริง ๆ การพูดความจริงออกไปตรง ๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล ย่อมทำให้ได้รับความเห็นใจ และการตอบปฏิเสธครั้งนี้เจ้านายจะไม่โกรธ อย่างน้อยที่สุด เขาก็จะหาคนใหม่ที่สามารถทำงานนี้ได้มาทำแทนเรา เรียกได้ว่างานไม่เสีย และเราก็จะไม่เสียหน้าด้วย หากเราทำงานนี้ไม่ได้

นึกถึงใจเขาใจเรา

          ก่อนที่จะตอบปฏิเสธเจ้านาย ให้เราลองนึกถึงใจเขาใจเรา นึกถึงใจเจ้านายดูบ้าง และคิดให้มากขึ้นว่าหากเราปฏิเสธคำขอร้องในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบถึงบริษัทในแง่ใดบ้าง หากเราตกปากรับคำไปแล้วว่าสามารถทำงานนี้ให้ได้ แต่เมื่อทำไปแล้วส่งผลต่อการเงินของบริษัท ก็ไม่ควรทำ แต่ในขณะเดียวกันหากเราทำแล้วไม่ส่งผลกระทบอะไร การตอบตกลงจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด และการให้ความร่วมมือกับเจ้านาย ก็ดูเหมือนไม่ใช่สิ่งที่อยากเกินความสามารถของเรา เราก็ไม่ควรปฏิเสธ เพราะเจ้านายอาจจะเห็นเราเป็นคน ๆ เดียวที่สามารถทำงานนี้ให้ได้

เริ่มต้นพูดก่อน

          เพื่อให้การปฏิเสธมีน้ำหนักมากพอ เราอาจจะต้องเริ่มที่จะต้องพูดก่อนที่เจ้านายจะเริ่มพูด อย่ามัวแต่รีรอว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธดี อย่ารอช้าจนเสียงาน การที่เราไม่ตอบปฏิเสธในครั้งแรก เจ้านายอาจจะเข้าใจว่าเรายินดีที่จะทำให้ และเราสามารถทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราอาจจะทำไม่ได้ การอ้ำอึ้งไม่ให้คำตอบเสียทีจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หากเราต้องการที่จะปฏิเสธ ให้ลองเป็นฝ่ายที่เริ่มพูดก่อน บอกเจ้านายไปตรง ๆ เลยว่าเราไม่สามารถทำงานนี้ได้ อย่ารอจนวินาทีสุดท้าย เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เจ้านายอาจจะหาคนอื่นมาทำแทนไม่ได้แล้ว แล้วเราก็จะไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธได้อีกต่อไป

เลือกใช้คำพูดให้เหมาะสม

ปฏิเสธเจ้านายอย่างไร          การปฏิเสธด้วยการใช้คำว่า “ไม่ได้” อย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เราควรใช้คำพูดอื่น ๆ ดูบ้าง เพราะการตอบปฏิเสธแบบนั้น อาจจะฟังดูห้วนจนเกินไป ฟังแล้วทำให้คนฟังรู้สึกไม่ประทับใจ เราควรเพิ่มเติมด้วยเหตุผลด้วยว่าสาเหตุที่เราไม่สามารถทำงานนี้ได้  เป็นเพราะเหตุใด เพราะเรานึกถึงผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก หรือเรารู้ดีว่าเราสามารถทำงานนี้ได้เพียงใด หรือไม่สามารถทำได้เพราะเหตุผลอะไร หากเป็นไปได้ให้ลองเสนอตัวเลือกอื่น ๆ ให้เจ้านายด้วย เช่น หากเราไม่สามารถทำได้ ให้ลองเสนอชื่อคนที่สามารถทำงานนี้ได้ เพื่อให้เจ้านายมองเห็นตัวเลือกอื่นด้วย

การปฏิเสธเจ้านายไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เราต้องปฏิเสธอย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือเสนอทางเลือก เพื่อให้มีทางออกอื่น ๆ ให้กับเจ้านายเมื่อเราปฏิเสธคำขอร้องของเขา เมื่อเจ้านายร้องขอให้เราทำบางสิ่งบางอย่างให้ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำส่ิงนั้นทุกครั้ง เพราะบางครั้งเราก็ทำสิ่งนั้นไม่ได้ ด้วยเพราะความสามารถของเราที่ไม่สามารถจัดการงานนั้นได้ เมื่อถึงคราวต้องปฏิเสธก็ควรทำอย่างนอบน้อม อย่ากระโชกโฮกฮาก เพราะจะทำให้ผู้ฟังไม่ประทับใจ และอาจจะส่งผลต่อการทำงานได้

ภาพประกอบโดย pakorn เว็บไซต์ freedigitalphotos.net

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

งานเต็มหน้าตัก ต้องรู้จักปฏิเสธ

การบริหารเวลาในหนึ่งวันให้คุ้มค่าที่สุด