จากกาแฟถ้วยโปรดสู่การเป็นบาริสต้าคนใหม่ของเมืองไทย

          คุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มกาแฟหรือเปล่า…
          …กาแฟ กับคนทำงาน เป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก บางคนดื่มกาแฟเป็นอาหารมื้อเช้า บางคนมีกาแฟถ้วยโปรดประจำโต๊ะทำงาน และบางคนดื่มกาแฟเพื่อเรียกความสดใสในยามบ่ายที่แสนง่วงเหงา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนชื่นชอบกาแฟก็คือ กลิ่นหอมกรุ่น ที่กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

อยากเป็นบาริสต้า          เธอคนนี้ก็เช่นกัน…ลักขณา ดาวพราย หรือ เก๋ แชมป์บาริสต้าหมาด ๆ จากการแข่งขัน Thailand Barista Championship 2008 ผู้หลงเสน่ห์กลิ่นหอมอบอวล และรสชาติเฉพาะตัวของกาแฟ จนทำให้เธอตัดสินใจใช้ชีวิตบนเส้นทางสายกาแฟ ที่ร้าน S&P

          “เพราะชอบทานกาแฟ โดยเฉพาะคาปูชิโน่ปั่น บวกกับใจรักในงานบริการ ก็เลยได้เข้ามาดูแลในส่วนของเครื่องดื่มที่ร้าน S&P สาขาลาดพร้าว ทำให้ได้เรียนรู้การชงกาแฟ และรักในอาชีพนี้” เธอบอกให้ทราบถึงที่มาของการเป็นบาริสต้าด้วยความภาคภูมิใจ

          พูดถึงบาริสต้า หลายคงอาจไม่คุ้นเคย และอาจสงสัยว่าบาริสต้าคืออะไร บาริสต้า (Barista) ก็คือ ผู้ชงกาแฟ ซึ่งเป็นคำภาษาอังกฤษ ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาเลียนในความหมายเดียวกับ บาร์เทนเดอร์ (Bartender) เป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องราวของกาแฟ สามารถชงกาแฟได้หลายสูตร และต้องชงด้วยหัวกาแฟ Espresso ที่กลั่นออกมาอย่างเข้มข้น

          บาริสต้าจึงไม่ใช่คนชงกาแฟขายไปวันๆ หากแต่ต้องมีใจรัก ขยันใฝ่หาความรู้จนมีความเข้าใจในกาแฟ และขยันฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ สามารถชงกาแฟได้อร่อยเลิศรส ถูกปากและถูกใจบรรดาคอกาแฟที่มีรสนิยมหลากหลาย

          “การเป็นผู้ชงกาแฟที่ดี ต้องมีใจรัก ชอบทานกาแฟ ชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และต้องซ้อมบ่อยๆ เพราะมันจะทำให้เราเกิดความคล่องตัวมากขึ้น และชงกาแฟได้อย่างคล่องแคล่ว” ลักขณาให้คำแนะนำเมื่อเราถามถึงเทคนิคการเป็นบาริสต้า เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่อยากประกอบอาชีพนี้ ได้นำไปใช้ประโยชน์ “อย่างที่ S&P ก็มีการจัดฝึกอบรมให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟแต่ละชนิด การปลูกกาแฟ และเครื่องชงกาแฟแบบต่าง ๆ “

          “ที่มาลงแข่งในครั้งนี้ เพราะอยากได้ประสบการณ์ และโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคใหม่ จะได้เอาไปพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เพราะเรายังใหม่กับตรงนี้ ยังต้องฝึกฝนอีกมาก”

          ในงานนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องพรีเซนต์ Signature Drink ซึ่งเป็นกาแฟสูตรเฉพาะของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนด้วย โดยลักขณาได้เลือกทำ Nutty Professor ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ “เป็นถั่วบดผสมกับช็อกโกแลต แล้วเอามาผสมกับกาแฟอีกที ทำให้เกิดรสชาติหวานมัน หอมกลิ่นถั่ว แต่คงความเข้มข้นของเอสเพรสโซ่อยู่”

          ไม่เพียงแต่ฝีมือในการชงกาแฟเท่านั้น บุคลิกของบาริสต้าก็เป็นสิ่งสำคัญ “ตอนที่ชงกาแฟ เราก็ต้องพรีเซนต์กาแฟด้วย ว่ากาแฟนี้มาจากไหน มีส่วนผสมอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการเสิร์ฟด้วย เราเป็นคนพูดน้อย กรรมการก็ชมว่าเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน”

          การได้เป็นแชมป์บาริสต้าในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอก้าวไปสู่ความฝันสูงสุด นั่นคือการเป็นบาริสต้ามือหนึ่งของเมืองไทย และได้มีโอกาสไปแข่งขันในเวทีระดับโลก เพื่อนำวิชาความรู้กลับมาเป็นอาจารย์บาริสต้ารุ่นน้องต่อไป

          สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในกลิ่นหอมละมุน และรสชาติเฉพาะตัวของกาแฟ จนอยากจะเป็นบาริสต้ามืออาชีพอีกสักคน การได้อ่านเรื่องราวของลักขณาในวันนี้ คงจะช่วยจุดประกายไฟฝันที่มีอยู่ในตัว ให้ลุกโชนขึ้นมาสู่การลงมือทำตามความฝันอย่างจริงจัง และหวังว่าจะเป็นแนวทางให้เกิดบาริสต้าฝีมือดีๆ มาประดับวงการกาแฟไทยอีกมากมายเลยทีเดียว

          สำหรับคนทำงานที่ขาดกาแฟไม่ได้ Nutty Professor ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าลองทำทานเองที่บ้าน หากใครอยากลิ้มลองกาแฟรสชาติใหม่ หอมกลิ่นถั่ว..คู่ไปกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น