นั่งทำงานนาน 10 ปี เพิ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้
cancer-risky-240

          หากใครมีชีวิตที่ต้องทำงานโดยการนั่งโต๊ะวันละหลายชั่วโมง เป็นเวลาต่อเนื่องนานเกิน 10 ปี ควรรีบออกมาออกกำลังกายขยับแข้งขากันโดยด่วน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่เมกมันนี่ไปเลี้ยงเจ้าตัวเล็กไป เพราะมีงานวิจัยจากออสเตรเลียระบุว่า รูปแบบการทำงานดังกล่าวนั้น อาจทำให้มะเร็งลำไส้ถามหาได้

          แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีการชี้ชัดแล้วว่า การบริโภคอาหารไขมันสูง เนื้อแดง และการขาดการออกกำลังกายเป็นปัจจัยของการเกิดมะเร็งที่ชัดเจนที่สุดในมนุษย์ แต่ล่าสุด การศึกษาของทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Western Australia ระบุว่า การนั่งทำงานนาน ๆ ในแต่ละวันก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวใหม่สำหรับการป่วยด้วยโรคมะเร็งได้เช่นกัน

          โดยทีมนักวิจัยได้ทำการพูดคุยเชิงลึกกับผู้ป่วยโรคลำไส้ 918 คนเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานของพวกเขา การใช้ชีวิตการเคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวัน และเปรียบเทียบกับอาสาสมัครอีก 1,021 คนที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง

          ผลก็คือ 94 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มผู้ที่ตอบว่า ตนเองนั้นนั่งทำงานเป็นหลักมีความเสี่ยง ที่จะเกิดเนื้องอกบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย นักวิจัยยังพบอีกด้วยว่าการนั่งทำงานนาน ๆ นั้นทำให้มนุษย์เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักถึง 44 เปอร์เซ็นต์

          เหตุเพราะการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ทุกวันนั้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และบั่นทอนประสิทธิภาพของการผลิตอินซูลินด้วย ซึ่งสองปัจจัยดังกล่าว นักวิจัยพบว่ามันเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งในลำไส้ได้นั่นเอง

          งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร the American Journal of Epidemiology โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของชีวิตการทำงานในโลกสมัยใหม่ที่พนักงาน ต้องนั่งทำงานกับโต๊ะเป็นเวลานาน ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกทั้งผู้คนส่วนมากมักไม่สนใจสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งออกมา กว่าจะเดินไปพบแพทย์ก็มักเป็นวันที่สายเกินเยียวยาไปแล้ว

          เป็นอีกหนึ่งข่าวที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่กำลังทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ควรพิจารณา หากไม่ต้องการป่วยในวัยชรา และต้องใช้เงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิตในการรักษาตนเอง เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งโลกแห่งการทำงานมีความก้าวหน้ามากเท่าใดก็ดูเหมือนว่าจะทำให้มนุษย์เรานั่งติดขอบจอคอมพิวเตอร์ได้นานมากขึ้นเท่านั้น หารู้ไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าว กำลังทำให้เราเข้าสู่ความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ที่มา : เมเนเจอร์ออนไลน์