ธุรกิจ “ดาวเด่น – ดาวดับ” ปี 2558

ธุรกิจเด่นปี 2558          สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยแนวโน้มธุรกิจดาวเด่น 11 กลุ่ม และธุรกิจที่มีแนวโน้มต้องระมัดระวัง 4 กลุ่ม สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดี เนื่องจากมีความต้องการในตลาดคู่ค้าสูง มีบทบาทในการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ มีศักยภาพการแข่งขันทั้งในตลาดโลกและตลาดภูมิภาค รวมทั้งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับกระแสโลก มีจำนวน 11 กลุ่ม ประกอบด้วย

  1. ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์การแพทย์ ขณะที่การส่งออกมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  2. ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากตลาดคู่ค้าสำคัญของไทยทั้ง เอเซีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เริ่มกระเตื้องขึ้น กอรปกับไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในภูมิภาคอาเซียน ทำให้สินค้าในกลุ่มธุรกิจนี้มีโอกาสสูงโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน
  3. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผลจากแนวโน้มของอาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม และอาหารเฉพาะกลุ่ม (คนอ้วน คนป่วย ทารก และนักกีฬา) มีลู่ทางที่ดี
  4. ธุรกิจการบริการด้านการศึกษา เนื่องจากมีการส่งเสริมการศึกษานอกระบบเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับการสร้าง Knowledge Economy
  5. ธุรกิจด้านพลังงาน ผลจากต้นทุนมีทิศทางลดต่ำลง ขณะที่การลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขยายตัว โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานทดแทนเนื่องจากกระแสความสนใจเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน
  6. ธุรกิจภาคเกษตรกรรม เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการผลิตในกลุ่ม CLMV ตามการเปิด AEC และเป็นธุรกิจต้นน้ำของธุรกิจเกษตรแปรรูปอาหาร ยา และพลังงานทดแทน ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง
  7. ธุรกิจก่อสร้าง เนื่องจากได้รับโอกาสจากการเปิด AEC ที่แต่ละประเทศมีการพัฒนาทั้งระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน งานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ขณะที่ภาครัฐของไทยมีการลงทุนพัฒนาระบบขนส่งขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ ฯลฯ
  8. ธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ มีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และการเปิด AEC ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งมวลชนและสินค้าได้มากขึ้น
  9. ธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพการแข่งขันทั้งในตลาดโลกและตลาดภูมิภาค ที่สำคัญการเปิด AEC จะทำให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMV ได้ด้วย และผลจากการเมืองที่มีเสถียรภาพทำให้ทิศทางการท่องเที่ยวไทยสดใส
  10. ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพ ผลจากความตื่นตัวด้านสุขภาพ ด้านการชะลอวัย และโครงสร้างทางสังคมเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ
  11. ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เนื่องจากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาล จะสร้างความตื่นตัวในการพัฒนาระบบ IT และระบบ ICT ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความต้องการจากตลาดต่างประเทศ

ส่วนกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มต้องระมัดระวังในปี 2558 ได้แก่

  1. ธุรกิจการผลิตยารักษาโรค ผลจากการที่ผู้บริโภคตื่นตัวด้านสุขภาพและมีแนวโน้มหันไปใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น
  2. ธุรกิจการผลิตน้ำนมและผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจำกัดโควต้าการส่งออกน้ำนมดิบ ขณะที่ราคาขายน้ำนมดิบของผู้ค้ารายย่อยภายในประเทศตกต่ำลง
  3. ธุรกิจการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลจากมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศจีนซึ่งมีราคาต่ำกว่า
  4. กลุ่มธุรกิจการทำอาหารแปรรูปทั่วไป เนื่องจากตลาดมุ่งเน้นไปยังสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อรองรับการกระแสการตื่นตัวด้านสุขภาพที่มาแรงในปีหน้า

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ส่องมนุษย์ทองคำแห่งปี วิชาชีพนี้ไม่มีตกงาน

จ๊อบส์ดีบี เผยเงินเดือนเด็กจบใหม่สูงสุด และต่ำสุดในเอเชีย