ทำไมอาหารบนเครื่องบินถึงรสชาติจืดชืด

          เวลาที่เราขึ้นเครื่องบิน อาหารบนเครื่องบินก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ ว่าจะได้กินอาหารอะไรในไฟลท์นี้ ถ้าเป็นชั้นประหยัดเราก็จะเลือกอาหารได้หนึ่งอย่างจากสองเมนู แต่ถ้าเป็นชั้นธุรกิจก็จะมีเมนูให้เราได้เลือกมากกว่า 2 อย่าง แต่ในบรรดาอาหารที่มีให้เลือกนั้น เคยบ่น (ในใจ) ใช่ไหมว่า ทำไมถึงมีแต่อาหารรสชาติจืดชืด ไม่ถูกปากคนไทยที่คุ้นเคยกับอาหารรสชาติจัดจ้านมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอย่างเรา ๆ ไม่เพียงแค่นั้นอาหารบางอย่างก็กินแทบไม่ได้อีกต่างหาก

          ในเรื่องของรสชาติจืดชืดนั้น ก็มีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ดังนี้

  1. อาหารที่ให้บริการบนเครื่องบินเป็นอาหาร แช่แข็งที่นำมาอุ่นให้ร้อนก่อนเครื่องบินจะออก ไม่ได้เป็นอาหารที่ปรุงใหม่สด ๆ ร้อน ๆ แต่ในปัจจะบันสายการบินบ้านเราก็พัฒนาไปจากเดิม ลบภาพอาหารแช่แข็งออกไปได้แล้ว
  2. เวลาเครื่องบิน บินอยู่ในระดับสูงจะทำให้ปุ่มรับรสที่ลิ้นของคนเรารับรสได้น้อยลง จึงรู้สึกเหมือนอาหารที่รับประทานเข้าไป ไม่อร่อย ไม่มีรสชาติ อาหารที่จืดอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าจืดสนิดมากขึ้นไปอีก
  3. ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน จึงต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยให้มาก สายการบินส่วนใหญ่จึงตั้งใจทำอาหารรสจืด เพื่อป้องกันผู้โดยสารเกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือท้องเสียทั้งลำ ในขณะที่ห้องน้ำมีจำกัด จึงไม่สะดวกเพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดความปัญหาความยุ่งยากตามมามากมาย และที่สำคัญนักบิน ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดทันทีได้ หากกำลังบินอยู่กลางมหาสมุทรกว้างใหญ่
  4. อาหารบนเครื่องบินเป็นอาหารที่ผู้โดยสารทุกคนสามารถรับประทานได้ เนื่องจากผู้โดยสารทุกคน ไม่สามารถเลือกรับประทานอาหารอื่น ๆ นอกจากอาหารที่ทางสายการบินจัดเตรียมให้ ดังนั้น อาหารจึงต้องมีรสชาติกลาง ๆ ไม่ใส่เครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน อย่างเช่น พริก หัวหอม มัสตาร์ด กระวาน ผักกาดหอม เพราะอาจทำให้ผู้โดยสาร ที่ต้องนั่งติดกัน เกิดความไม่สะดวกสบาย หรือผักบางชนิด ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้ ก็จะถูกหลีกเลี่ยงไม่นำมาปรุงอาหาร เพื่อให้บริการบนเครื่องบิน ด้วยเหตุนี้สายการบิน จึงมักมีแต่อาหารประเภทโปรตีน หรือสลัดผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน

          เพราะการดูแลผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในงานบริการของทุกสายการบิน ความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องการก่อน ถ้าเรากินอาหารที่เขาเสิร์ฟไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถขอน้ำมะเขือเทศหรือนมแทนจะช่วยให้อิ่มท้องได้