ทำงานหลังวันหยุดยาว หยุดต่อเลยได้ไหม! รู้จัก “Post Vacation Blues” ภาวะเศร้าซึมหลังหยุดยาว
ช่วงเวลาสิ้นปีจนถึงปีใหม่หลายคนคงได้พักผ่อนและท่องเที่ยวกันเต็มที่แล้ว ได้โอกาสหยุดยาวติดกันหลายวันแบบนี้ใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยคะ แต่เมื่อถึงเวลากลับมาทำงาน ทำไมยังรู้สึกอ่อนเพลีย มีอาการเศร้าซึม ไม่มีแรงใจจะไปทำงานเลย นี่เป็นสัญญาณของอาการที่เรียกว่า Post-Vacation Blues หรือ Post-travel depression (PTD) อาการโหยหาความสุขหลังหยุดยาว สาเหตุก็เพราะความเวลาเราไปเที่ยว เราได้กินอาหารอร่อยๆ ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ อยู่กับคนที่รัก โดยไม่มีเรื่องงานมารบกวน แต่ยิ่งเรามีความสุขมากเท่าไหร่  ก็มีแนวโน้มเจอกับอาการเหล่านี้มากเท่านั้น เหมือนกราฟชีวิตได้พุ่งไปในจุดสูงสุดแล้วดิ่งลงทันทีเมื่อกลับมาเจอกิจวัตรประจำวันแบบเดิม จึงทำให้หลายคนปรับตัวไม่ทัน ในทางการแพทย์ ได้ให้คำอธิบายอาการนี้ว่าฮอร์โมนแห่งความสุข (เอ็นดอร์ฟิน) ในร่างกายกำลังลดระดับลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นภาวะที่ทำให้รู้สึกหดหู่ ไม่มีความสุข อย่างไรก็ตามเรามีวิธีรับมือกับภาวะนี้สำหรับ ทำงานหลังวันหยุดยาว มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ทำงานหลังวันหยุดยาว  
  1. ให้เวลาพักผ่อนร่างกาย
ถ้าไม่อยากให้วันแรกของการทำงานหลังหยุดยาวกลายเป็นฝันร้าย  ควรหาเวลาพักอย่างน้อยครึ่งวันหรือหนึ่งวันหลังกลับจากทริปท่องเที่ยว เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ปรับตัวกับตารางชีวิตของมนุษย์เงินเดือน เพราะถ้าคุณเริ่มทำงานทันทีหลังจากจบทริปเลย จะทำให้เหนื่อยล้าจนเกินไป บางคนอาจมีอาการ Jet Lag รวมด้วย  ซึ่งจะมีผลกับสภาพจิตใจและสุขภาพ ถ้าเป็นไปได้ควรวางแผนรวมวันพักกับวันลาหยุดยาวไปเลย จะได้ไม่กระทบกับงานมากนัก  
  1. วางแผนสำหรับการทำงานวันแรก 
ควรจัดลำดับความสำคัญของงานด้วยการแบ่งประเภทงานออกเป็น 4 แบบ คือ 1.) งานสำคัญและเร่งด่วน 2) งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน 3) งานไม่สำคัญแต่เร่งด่วน 4) งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ควรเลือกทำงานประเภท 1) ให้สำเร็จก่อน เพราะถ้าไม่เสร็จทันเวลาหรือมีปัญหาเกิดขึ้นอาจเกิดผลกระทบกับคนมากมาย ถ้าเราทำงานไม่เป็นระบบ ปล่อยเวลาไปกับงานที่ไม่จำเป็น จะทำให้เราใช้พลังในการทำงานเยอะกว่าเดิม ก็จะยิ่งท้อและเครียดเข้าไปอีก ทำให้คุณเข้าใกล้ภาวะ Post-Vacation Blues เข้าไปทุกทีี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรมีวันพักครึ่งวันถึงหนึ่งวันหลังจากจบทริป ก็เพื่อเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อมและเตรียมวางแผนการทำงานให้รอบคอบ  
  1. หากิจกรรมเชื่อมโยงกับวันหยุดยาว
การได้กลับไปทำกิจกรรมเหมือนหรือคล้ายกับตอนไปเที่ยว เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ ที่ทำให้หายคิดถึงความสุขในช่วงนั้น ช่วยเชื่อมโยงช่วงเวลาดีๆ เข้ากับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างกลมกลืน อาจจะเขียนบล็อกทริปที่ผ่านมา ทานอาหารท้องถิ่นของเมืองนั้นๆ ทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศความสุขยังอยู่รอบตัวเรา หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง ออกกำลังกาย หางานอดิเรกใหม่ๆ ทำ ก็จะช่วยให้เราไม่หมกมุ่นอยู่กับความเศร้าจนเกินไป  
  1. วางแผนทริปเที่ยวครั้งใหม่
ถ้าโหยหาความสุขขนาดนี้ แทนที่จะมานั่งเสียดายช่วงเวลาดีๆ ก็เอามาเป็นแรงบันดาลใจเพื่อวางแผนทริปครั้งหน้าซะเลย ด้วยการกำหนดวันหยุดหรือวันพักผ่อนล่วงหน้า 3-6 เดือน เป็นการกระตุ้นให้เรามีความหวัง รู้สึกตื่นเต้นความสุขครั้งใหม่ที่รออยู่ จนอยากจะนับถอยหลังเร็วๆ เลย อาจจะเป็นทริปสั้นๆ ที่ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ การวางแผนเที่ยวล่วงหน้ายังเป็นการสร้างกำลังใจให้เราตั้งใจทำงานและเก็บเงินอีกด้วย เพราะการไปเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงิน ถ้าอยากให้รางวัลตัวเองด้วยการไปเที่ยวบ่อยๆ ก็ต้องขยันทำงานนั่นเอง   ทั้งนี้อาการ Post-Vacation Blues ไม่ใช่โรคจิตเวช เพราะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เราสามารถรับมือได้เพียงนำแนวทางของทั้ง 4 ข้อ ไปปรับใช้ พอร่างกายและอารมณ์ปรับตัวได้ แล้ว อาการเศร้าซึมก็จะหายไปเอง เพราะชีวิตเรายังคงดำเนินต่อไป ทริปหน้าอาจจะสนุก มีความสุขกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ถ้าผ่านไปประมาณ 2-3 อาทิตย์ ยังคงมีอาการ  Post-Vacation Blues อยู่ ขอแนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยาหรือแพทย์จะดีที่สุดค่ะ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพจากการที่ต้องมาทำงานหลังวันหยุดยาว ที่อาจพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้าได้

#เพราะสิ่งสำคัญในชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงาน #jobsDB

ลงทะเบียนเพื่อสมัครงาน

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย