ทำงานระยะไกล “Remote Working” ไม่ผูกมัด แต่ผลลัพท์ถูกใจจริงหรือ?

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และการเติบโตของคนวัยหนุ่มสาวชาว Gen Z เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานแนวใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัล ลักษณะการทำงานแบบ remote working (ทำงานระยะไกล) จึงได้รับความนิยมมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอิสระในการทำงาน สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยไม่มีการบังคับชั่วโมง โดยปกติแล้วเราจะคิดว่าการทำงานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศต้องเป็นงานฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ปัจจุบันหลายบริษัททั้งในต่างประเทศและไทยก็ยื่นข้อเสนอที่่ยืดหยุ่นนี้ให้กับพนักงานประจำในบางตำแหน่ง เช่น content writer, graphic designer หรือ translator เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีหลายบริษัทที่ทดลองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อิสระ หากไม่มีวินัยมากพอก็เป็นสิ่งที่ควรระวัง ใครที่กำลังมองหาการทำงานแบบ ทำงานระยะไกล ควรคำนึงถึงข้อดีข้อเสีย รวมถึงพิจารณาตัวเองว่าเหมาะสมกับลักษณะนิสัยและการทำงานของตัวเองหรือเปล่า 

ทำงานระยะไกล


ข้อดี

  • ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง

สำหรับใครที่ทำงานไกลบ้าน เคยรู้สึกเบื่อที่ต้องตื่นเช้าๆ เผื่อเวลาในการเดินทางบ้างไหมคะ แล้วกว่าจะถึงที่หมายก็ต้องฝ่ารถติด เบียดเสียดผู้คนในรถสาธารณะ จนอาจเป็นสาเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ เพราะมีเวลาพักผ่อนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นเช้ารีบไปทำงานอีกแล้ว รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อเดือนที่เป็นเงินไม่น้อยเลย แต่ถ้าคุณสามารถทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องเวลาและค่าเดินทางมากวนใจ ไม่ต้องรีบไปตื่นเช้าเพื่อตอกบัตรเข้าออกตรงเวลาเป๊ะ ชั่วโมงที่เสียไปกับการเดินทางก็เอามาใช้พักผ่อนหรือสร้างสรรค์งานแทน


  • ได้เจอสภาพแวดล้อมใหม่ 

ในเมื่อคุณไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำงาน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานที่เดิมๆ ตลอด อาจจะจัดตารางการทำงานว่าในหนึ่งสัปดาห์จะเปลี่ยนสถานที่ทำงานอย่างน้อย 2 แห่ง เพื่อได้เจอสภาพแวดล้อมใหม่ไม่รู้สึกจำเจ อีกทั้งการได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง นั่งทำงานในคาเฟ่ หรือ co-working space อาจทำให้คุณได้ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ มากกว่าการอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ซ้ำๆ ทุกวัน บางครั้งคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ หรือคอนเนคชั่นทางธุรกิจจากการทำงานนอกสถานที่ก็เป็นได้


  • ลดความเครียด

สังคมการทำงานไม่ได้มีแค่เรื่องงานให้เราเรียนรู้อย่างเดียว เรายังต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานด้วย การ “อยู่เป็น” จึงเป็นทักษะที่สำคัญของทุกคนไม่แพ้ความรู้ด้านอื่นเลย บางทีต้องทำตัวเอาหูไปนา เอาตาไปไร่บ้าง เพื่อไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าหนึ่งในสาเหตุที่พนักงานเก่งๆ ลาออกก็เพราะดราม่าในที่ทำงาน เช่น แบ่งพรรคแบ่งพวก การเมืองในที่ทำงาน ระบบอาวุโสเป็นใหญ่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกออฟฟิศจะมีดราม่า แต่การออกมาทำงานข้างนอก ทำให้คุณไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ โอกาสสร้างปัญหาดราม่าก็จะน้อยมาก 


ข้อเสีย

มื่อคุณเลือกที่จะทำงานแบบ remote work เท่ากับว่าเวลาส่วนใหญ่คุณทำงานคนเดียว ทำให้คุณขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ขาดทักษะการทำงานแบบทีมเวิร์ก เพราะไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือไม่ได้รับการใส่ใจจากเพื่อนร่วมงาน เหมือนเวลาทำงานที่ออฟฟิศ เวลาเพื่อนร่วมงานเครียดกับงาน หัวหน้าหรือคนอื่นก็อาจจะช่วยเหลือเราได้ทันทีและให้กำลังใจเรา นอกจากนี้การทำงานระยะไกลยังทำให้รู้สึกไม่ “อิน” กับวัฒนธรรมองค์กร เพราะคุณอาจจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทบ่อยนัก ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนทำงานระยะไกล มักจะรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว


  • อุปสรรคการสื่อสาร

จริงอยู่ว่าเทคโนโลยีช่วยให้เราติดต่อรับส่งงานได้ง่ายขึ้น แต่อย่าลืมว่าการสื่อสารผ่านตัวอักษร โดยไม่ได้พูดคุยกันต่อหน้า อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เมื่อเทียบกับการทำงานในออฟฟิศที่เราได้ใช้ภาษากาย ประกอบการอธิบายอย่างเต็มที่ ช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าทั้งผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจตรงกัน ยิ่งถ้าคุณทำงานกับชาวต่างชาติ อาจมีอุปสรรคเรื่องภาษาและวัฒนธรรมการทำงาน เพราะฉะนั้นการสื่อสารแบบตัวต่อตัว (face to face) ยังคงจำเป็นอยู่ อีกทั้งลักษณะการทำงาน remote work มีเรื่องความแตกต่างของเวลามาเกี่ยวข้อง ในกรณีที่คุณและบริษัททำงานคนละประเทศ  ยกตัวอย่างง่ายๆ เมื่อคุณส่งอีเมลงานด่วนถึงหัวหน้าที่อยู่อีกประเทศหนึ่ง ซึ่งมีช่วงเวลา time zone ต่างกัน คุณอาจไม่ได้รับคำตอบได้อย่างทันใจ


  • ขาดระเบียบวินัย

สำหรับคนที่มีวินัยในการใช้ชีวิต การทำงานในสภาพแวดล้อมที่อิสระ ไร้ความกดดัน ย่อมไม่กระทบต่อคุณภาพของเนื้องาน ตรงกันข้ามถ้าคุณยังไม่มีวินัยมากพอ และบริหารเวลาไม่ดี อาจทำงานไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งการทำงานแบบไม่มีตารางเวลาแน่นอนแบบนี้ อาจทำให้แยกเวลาส่วนตัวออกจากการทำงานลำบาก นอกจากนี้การทำงานที่บ้านหรือคาเฟ่ ก็มีสิ่งรบกวนสมาธิไม่น้อย คุณอาจจะใช้เวลาไปกับการดูหนังฟังเพลงเพลิน จนกระทบงาน ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในออฟฟิศ ที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า ช่วยกระตุ้นให้เราขยันและแอคทีฟไปในตัว โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ


ถึงแม้ในปัจจุบันเราจะมีทางเลือกการทำงานที่หลากหลาย ทว่าแต่ละแบบก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย สิ่งสำคัญคือต้องรู้ตัวเองว่าเหมาะกับการทำงานแบบไหนที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถ นอกจากจะส่งผลดีกับตัวเราแล้ว บริษัทก็ยังได้งานที่มีคุณภาพด้วย อย่างไรก็ตามแนวโน้มการทำงานระยะไกล ก็ยังจะได้รับความนิยมเรื่อยๆ อีกไม่นานเราคงได้เห็นบริษัทไทยเปิดกว้างกับการทำงานที่ยืดหยุ่นแบบนี้มากขึ้นแน่นอน 

#ให้ก้าวแรกของการทำงานกำหนดเส้นทางชีวิตคุณ
#jobsDB

ลงทะเบียนเพื่อสมัครงาน

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย