ทำงานภายใต้ความกดดันอย่างไรให้มีความสุข

          เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงานแล้วเชื่อว่าหลายคนจะต้องมีช่วงเวลาที่ได้พบกับ สถานการณ์ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ความบีบคั้นกดดันจากงานที่ทำหรือจากเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง แม้แต่กับเจ้านาย ทำให้บรรยากาศในการทำงานเป็นไปอย่างไม่มี ความสุข ทำให้ทำงานอย่างไม่มีความสุข บางทีอาจจะทำให้ถึงกับอยากลาออกเสียให้รู้แล้วรู้รอด วันนี้จึงมีเคล็ดลับการ ทำงานอย่างมีความสุขแม้อยู่ภายใต้ความกดดัน

1. เพื่อนร่วมงานช่างนินทา

          ไม่ว่าจะทำอะไรก็อาจจะมีเรื่องให้คุณถูกเพื่อนร่วมงานนินทาได้หมด ตั้งแต่เรื่องการมาสายหรือมาเช้า มาสายก็อาจจะว่าคุณไม่มี ความรับผิดชอบ มาเช้าก็อาจจะว่าคุณอยากได้ความดีความชอบ วิธีรับมือง่าย ๆ ก็คือ การวางเฉย ทำใจ ถือเสียว่าเรื่องการนินทาคนอื่นนั้น เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ หากคุณตั้งหน้าตั้งตาทำงานของคุณโดยไม่สนใจ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเขาไม่ได้มามีส่วนได้ส่วนเสียอะไร กับคุณอยู่แล้ว ท้ายที่สุดนี้ ข้อสำคัญคือคุณเองก็อย่าตกเข้าไปในวังวนจนกลายเป็นผู้นินทาคนอื่นเสียเอง เพราะจะทำให้คุณสูญเสีย ความน่ารักในตัวคุณไป

2. เจ้านาย จู้จี้จุกจิก

          เรื่องเจ้านายจู้จี้ ขี้บ่นต้องถือว่าเป็นเรื่องที่พบเห็นได้โดยมาก หากคุณคิดในทางที่ดีกว่าการจู้จี้กับคุณนั้นเป็นงานที่เขาจะต้องรับผิดชอบ ให้ดีที่สุด แต่หากบางครั้งเจ้านายจะบ่นหรือจู้จี้มากจนเกินไปบ้าง คุณก็ทำหูทวนลมเสีย หรือป้องกันปัญหาเสียแต่เนิ่น ๆ ด้วยการทำทุกอย่าง อย่างสุดความสามารถและระวังความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาเมื่อเจอกกับเจ้านายที่มีลักษณะเช่นนี้ก็คือ การนินทาเจ้านาย การจะห้ามตนเองไม่ให้นินทาเจ้านายคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและการระบายให้ผู้ อื่นฟังอาจจะทำให้คุณสบายใจ แต่ต้องดูสถานที่ และคู่สนทนาด้วย ไม่เช่นนั้นเรื่องที่คุณพูดอาจถึงหูเจ้านายก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเล็กน้อยที่อาจช่วยได้คือ ให้หัดชมเจ้านายบ้าง อย่างน้อยการทำให้เจ้านายอารมณ์ดีก็คงช่วยให้บรรยากาศที่ทำงานดีขึ้น

3. เพื่อนร่วมงานขี้หลี

          ข้อนี้เป็นข้อที่คนทำงานผู้หญิงมักจะเจอกันและบางคนก็ทำตัวไม่ถูกด้วยความ ที่ขี้เกรงใจ บางครั้งการเกรงใจมากก็เป็นผลเสียเพราะ จะทำให้คนที่คอยมาวอแวไม่ยอมลดราวาศอกเสียที เพราะจริง ๆ แล้วคนที่มาแสดงท่าทีในทางชู้สาวกับคุณต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายเกรงใจ เพราะคุณมาทำงนไม่ได้มาให้ใครมานั่งจีบ หยอดคำหวาน ทำตาเจ้าชู้ใส่ หากไม่สามารถพูดตรง ๆ กับเขาได้ก็อาจจะพูดอ้อม ๆ หรือว่า ขอตัวลุกไปห้องน้ำบ้าง หากยังไม่ได้ผลกับผู้ชายบางประเภทก็ขอให้แสดงท่าทีให้ชัดเจนไปเลยว่าคุณไม่ พอใจกับการกระทำแบบนี้ ถ้ายังทำอีกอาจใช้การร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไป ซึ่งผลที่ตามมาอาจบานปลาย แต่ยังดีกว่าที่เราจะต้องไปเปลืองตัวและ ทุกข์ใจในการทำงานทุกวัน

4. ต้องกลายเป็นศิราณีจำเป็น

          ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาที่ผู้หญิงมักจะพบ เพราะความที่เป็นผู้หญิงด้วยกันมักจะคุยกันถูกคอ บางครั้งพนักงานสาวคนอื่น ๆ เขาอาจจะพกพา เอาปัญหาสารพัดสารพันมาปรึกษาคุณ การที่เอาปัญหามาเล่า มาปรึกษานั้นหากเล็กน้อยก็คงไม่มีปัญหา แต่หากมากเกินไปก็จะ ทำให้คุณไม่เป็นอันทำงานทำการ ต้องมาคอยตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นกับเรื่องของคนอื่นทุกเรื่อง ดังนั้น วิธีที่พอจะช่วยได้ก็คือ ให้คุณทำตัวเหมือนไม่ว่าง ยุ่งกับงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอให้พิจารณาตามแต่ละสถานการณ์ด้วย มิเช่นนั้นเราอาจจะดูเหมือนเป็นคนใจดำ เพียงแค่เลือกเวลาในการพูดคุยกันเท่านั้น หากเป็นเวลางานก็ไม่ควรใช้เวลาในการคุยมากหรืออาจจะนัดกันพูดคุยหลังเลิกงาน ก็ได้

5. ถูกใช้งานจนเกินราคาค่าจ้าง

ทำงานภายใต้ความกดดัน          ปัญหานี้เกิดขึ้นในหลาย ๆ บริษัทที่ไม่ยอมจ้างพนักงานเพิ่ม ทำให้คนที่ทำงานอยู่ต้องทำงานเกินเวลา จึงต้องทำใจบ้างหากจำเป็นต้องอยู่จริง ๆ หากจะต้องอยู่จนมืดค่ำก็ต้องต่อสู้ให้ได้รับค่าล่วงเวลา หากเลือกที่จะทำใจก็อาจจะต้องมองหางานอื่นไปด้วยระหว่างที่ต้องทนทำงาน เกินราคาจ้างอยู่อย่างนี้ เพราะอาจจะทำให้คุณสูญเสียโอกาสดีๆ ไปได้ ขอเพียงให้คุณแน่ว่าการที่คุณตัดสินใจเปลี่ยนงานนั้น คุณได้ ทำดีที่สุดแล้ว มิเช่นนั้นคุณจะกลายเป็นคนไม่สู้งานหนักก็ได้

          การทำงานในทุก ๆ แห่งย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้ร้อยแปด หากงานที่คุณทำอยู่เป็นงานที่คุณรักก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรมาก ลองพูดคุยกับ เพื่อนที่ทำงานที่อื่นดูว่าประสบปัญหาอะไรบ้าง เพราะบางทีคุณอาจพบว่าคนอื่นก็มีปัญหาในที่ทำงานหนักกว่าคุณก็ได้ ท้ายที่สุดนี้ คุณต้องเป็นฝ่าย ถามตัวเองว่าคุณได้ใส่หัวใจของคุณกับการทำงานแล้วหรือยัง

ที่มา : www.thaitrainingzone.com