ปลุกกำลังใจให้ทีมฮึดสู้ ด้วยทฤษฎีการตั้งเป้าหมาย Locke’s goal setting theory

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

           Teamwork อาจเป็นหนึ่งในคีย์หลักที่เป็นโครงสร้างการทำงานที่สำคัญในแต่ละองค์กร เพราะงานส่วนมากไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ยิ่งเป็นงานใหญ่ที่มีความซับซ้อน ก็ยิ่งต้องใช้แรงสมองและแรงกายของคนหลายคนเพื่อมาทำให้งานสำเร็จลุล่วงในกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้ทันกับโลกธุรกิจที่เคลื่อนที่เร็วยิ่งกว่าจรวดซะอีก และสิ่งที่จะทำให้ “ทีม” สามารถ “เวิร์ค” ร่วมกันได้อย่างดี ก็คือการเห็นเป้าหมายเดียวกัน ในคอร์สพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership skill) มักแนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยตั้งเป้าหมายให้กับทีม หนึ่งในเครื่องมือที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกก็คือ Locke’s goal setting theory

ปลุกกำลังใจให้ทีมฮึดสู้ ด้วยทฤษฎีการตั้งเป้าหมาย Locke’s goal setting theory

           ที่มาของ Locke’s goal setting theory

           Edwin Locke และ Gary Latham นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงได้เริ่มต้นศึกษาวิจัยทฤษฎีและผลลัพธ์ของการตั้งเป้าหมายและแรงจูงใจของพนักงานตั้งแต่ช่วงปี 1968 จนกระทั่งปี 1990 หลังจากที่ได้ศึกษาและทำการวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ในออฟฟิศจริงมาหลายสิบปี ทั้งสองก็ได้ตีพิมพ์ทฤษฎีการตั้งเป้าหมาย Locke’s goal setting theory ลงในหนังสือ “A Theory of Goal Setting & Task Performance” ซึ่งต่อมาทฤษฎีนี้ก็ถูกนำไปสอนให้กับผู้นำและผู้บริหารองค์กร รวมถึงถูกนำไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยที่ Locke และ Latham ได้ให้นิยาม “เป้าหมายที่ดี” ตามแบบฉบับนี้ไว้ 2 ข้อ คือ

  1.     เป้าหมายที่ยากในระดับที่พอดี จะทำให้ประสบความสำเร็จได้มากกว่าเป้าหมายที่ง่ายเกินไป

           เพราะต้องใช้ความพยายามที่จะต้องทำให้เป้าหมายสำเร็จ ก่อให้เกิดความท้าทายที่กระตุ้นความอยากพัฒนาตัวเอง และเอาชนะเป้าหมายนั้นไปให้ได้

  1.     เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จมากกว่าเป้าหมายที่เลื่อนลอย หรือไม่มีเป้าหมายเลย

           ยิ่งเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนเท่าไหร่ เรายิ่งรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จ ดังนั้นทีมที่เห็นเป้าหมายที่ละเอียดเป็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจน ก็จะทำให้มีแรงฮึดและรู้ว่าต้องทำงานอย่างไรเพื่อให้เป้าหมายนั้นเกิดขึ้นจริงได้

 

           หลัก 5 ข้อที่ใช้ตั้งเป้าหมายตามแบบ Locke’s goal setting theory

           ตลอดการศึกษาหลายสิบปีในสถานที่ทำงานจริง Locke และ Latham พบว่า มีหลักการอยู่ 5 ข้อ ที่จะสร้างเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงานได้ ซึ่งหลักการตั้งเป้าหมายทั้ง 5 มีดังนี้

  1.     ความชัดเจน (Clarity) : เป้าหมายต้องมีความเฉพาะเจาะจงและชัดเจน
  2.     ท้าทาย (Challenge) : ต้องเป็นเป้าหมายที่ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป และต้องสร้างความท้าทายที่พอดีให้กับพนักงาน
  3.     มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน (Commitment) : พนักงานในทีมต้องเข้าใจ เห็นด้วย และยอมรับเป้าหมายของทีมที่ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเต็มใจ
  4.     คำติชม (Feedback) : ระหว่างการทำงานสู่เป้าหมายต้องมีการตรวจสอบและสะท้อนข้อคิดเห็นอยู่เสมอระหว่างการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายยังคงถูกดำเนินไปอย่างถูกที่ถูกทาง
  5.     ความซับซ้อนของภารกิจ (Task complexity) : เป้าหมายต้องถูกกระจายออกมาเป็นเป้าหมายย่อย ๆ เพื่อเป็นภารกิจหรืองานเล็ก ๆ ที่ชัดเจนสำหรับพนักงาน พองานเล็ก ๆ เหล่านั้นทำเสร็จไปแล้วจะได้มีการทบทวนว่าเป้าหมายใหญ่มีความคืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์

 

           สร้างเป้าหมายด้วย SMART Model

           SMART model เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่นำมาใช้ในตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำให้สำเร็จได้จริง โดย SMART เป็นตัวย่อของคีย์เวิร์ดที่มีใจความและความหมายเหมือนกับหลักการทั้ง 5 ที่ได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งหลายบริษัทก็ใช้ SMART Model แทนหลักการทั้ง 5 ซึ่งตัวย่อของ SMART แทนคำดังนี้

         Specific ตั้งเป้าหมายให้มีความเฉพาะเจาะจง แทนที่จะบอกให้พนักงานเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า ควรกำหนดเป้าหมายไปว่าต้องการให้ความพึงพอของลูกค้าเพิ่มขึ้น 10% ในเดือนหน้า

         Measurable เป้าหมายจะต้องสามารถวัดผลได้จริง เช่น ต้องการเพิ่มยอดขาย 12% ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

         Achievable เป้าหมายควรจะต้องมีความท้าทายเพื่อให้พนักงานรู้สึกอยากทำให้สำเร็จ อาจจะตั้งเป้าหมายให้มีความยากกว่าความสามารถของพนักงานเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความท้าทาย รวมถึงควรมีรางวัลที่น่าสนใจเพียงพอมอบให้กับพนักงานเมื่อทำเป้าหมายสำเร็จด้วย

         Realistic ต้องตั้งเป้าหมายที่อิงกับความเป็นจริง มีแนวโน้มที่จะสามารถทำให้สำเร็จได้ เพราะเป้าหมายที่ดูเกินจริงและยากจนเกินไป นอกจากจะทำให้สำเร็จได้ยากแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนจิตใจของพนักงานอีกด้วย

         Time-bound เพิ่มการกำหนดระยะเวลาในการทำเป้าหมายให้สำเร็จเข้าไปด้วย พนักงานจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง และต้องวางแผนอย่างไรเพื่อให้เป้าหมายบรรลุผล ทั้งยังเป็นการกระตุ้นความกระตือรือร้นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อม ๆ กัน

 

           ข้อดีของการตั้งเป้าหมาย

           การตั้งเป้าหมายให้กับทีม นอกจากจะเป็นการทำให้พนักงานในทีมมองเห็นเส้นชัยเดียวกันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงการเป็นส่วนร่วม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในที่ทำงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีมเพื่อให้เป้าหมายประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังช่วยทำงานถูกดำเนินไปอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ สร้างแรงจูงใจทั้งในการทำงานและสร้างแรงฮึดให้พนักงานรู้สึกอยากพัฒนาความสามารถอยู่เสมอ เมื่อนำระบบการให้ feedback และให้คำแนะนำติชมในการทำงานของพนักงานเข้ามาบริหารงานคนแล้ว ยิ่งทำให้มีพื้นที่สำหรับถกเถียงและรับฟังข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในที่ทำงานด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้พนักงานในทีมไม่หลงทางระหว่างทำงาน หัวหน้างานก็สามารถควบคุมคนและงานได้ดีขึ้น สามารถสร้างกำลังใจให้กับทีมได้ และจะนำไปสู่สังคมในการทำงานที่ดี ที่สร้างทั้งงานที่ยอดเยี่ยมโดยที่ไม่ได้ละเลยความสุขของคนทำงานไปพร้อมกัน

           ใครที่เป็นผู้บริหารองค์กร หัวหน้างานที่กำลังประสบปัญหาทีมงานหรือลูกน้องกำลังหมดไฟ ลองเอา Locke’s goal setting theory ไปปรับใช้บริหารคนบริหารทีมของคุณดู เชื่อได้ว่าการตั้งเป้าหมายจะช่วยให้ทีมงานของคุณกลับมามีแรงฮึด พร้อมสู้งานทั้งหลายที่จะเข้ามา และทำให้งานสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น

           มองหาตำแหน่งงานในระดับผู้บริหาร มาค้นหาตำแหน่งงาน หรือสร้าง Profile ฝากเรซูเมด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน JobsDB แอปหางานที่คนระดับผู้บริหารให้ความไว้วางใจ

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

ตั้งเป้าหมายผิด ชีวิตเปลี่ยน : เปลี่ยนชีวิตหลังเรียนจบให้รุ่ง ด้วยการตั้งเป้าหมาย

ตั้ง เป้าหมายชีวิต ออกแบบอนาคตของเราจากฝันสู่ชีวิตจริง ด้วยหลัก Design Thinking

7 เคล็ดลับในการพัฒนาตนเองสู่ทางเลือกอาชีพที่ดีกว่า

บทความยอดนิยม
           ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวันในแทบจะทุกภาคส่วน และในการดำเนินชีวิต ทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยใ...
           คนที่เป็นหัวหน้างาน มีทีม มีลูกน้องที่ต้องดูแล คงจะทราบดีว่าทุกวันนี้การบริหารทีม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย......
           Hard Skill ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่พึงมีของคนทำงานทุกคน เช่น ทักษะความถนัดเรื่องการเขียน......

คำค้นหายอดนิยม

Scroll to Top