เมื่อถูกปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน จะจัดการชีวิตอย่างไร

ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน

          ในโลกของการทำงานย่อมมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา เริ่มต้นตั้งแต่สมัครงาน แต่ละตำแหน่งงานมักจะมีผู้ถูกเลือกเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ยกเว้นองค์กรใหญ่ที่ต้องการทีมงานหลาย ๆ คน แต่ถึงอย่างไรคนผิดหวังย่อมมีมากกว่าคนสมหวังเสมอ ทำอย่างไรในเมื่อเราไม่ใช่ผู้โชคดีที่ได้รับเลือก จะดูแลหัวใจตัวเองอย่างไรไม่ให้เฟลเป็นเวลานาน ๆ และจะทำอย่างไรให้กลับมามีกำลังใจฮึดสู้อีกครั้ง พร้อมที่จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นคนใหม่ที่ทุกองค์กรต้องการตัวมาร่วมงานด้วยในที่สุด

เปิดใจยอมรับ

          เป็นคนไม่ใช่ ถึงอย่างไรก็เจ็บ การถูกปฏิเสธไม่ว่าเรื่องอะไรย่อมทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดหรือไม่พอใจเป็นธรรมดา แต่คนที่ปรับตัวได้เร็ว มีความฉลาดทางอารมณ์ ย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเฟลเป็นเวลานาน สติค่ะ! ต้องก้าวข้ามความรู้สึกด้านลบให้ได้โดยเร็ว แล้วเปิดใจยอมรับกับผลลัพธ์ที่เกิด เติมความมั่นใจให้ Strong อีกครั้ง แล้ว Go on เดินหน้าต่อได้เลย

สำรวจตัวเอง

         ลองให้เวลาตัวเองสักพัก ได้มีเวลามองย้อนกลับไปถึงความผิดพลาดและความบกพร่องของตัวเองที่เราอาจมองข้ามไป อาจลองคิดย้อนกลับไปว่า หากมีโอกาสได้กลับไปสัมภาษณ์งานใหม่ เราจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร ใบสมัครงานมีปัญหาหรือไม่ หรือจะเป็นที่ตัวเราไม่ได้ศึกษารายละเอียดตำแหน่งงานที่สมัครให้ดี คุณสมบัติตำแหน่งที่สมัครอาจไม่ตรงกับความสามารถที่เรามีอยู่ เมื่อรู้ถึงต้นตอสาเหตุข้อผิดพลาด ก็จะเป็นหนทางนำไปสู่การแก้ไขและปรับปรุงตนเองในการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป 

เกาให้ถูกที่ ถามให้ถูกจุด

           ไหน ๆ ก็ถูกปฏิเสธแล้ว กล้า ๆ ถามผู้สัมภาษณ์หรือฝ่ายบุคคลของบริษัทไปเลย ว่าเหตุผลที่ไม่เลือกเราเข้าทำงานคืออะไร เป็นเพราะคุณสมบัติส่วนตัว ทัศนคติ หรือเหตุผลอื่น ๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งคาดเดาเอาเองจนนอยด์ขาดความมั่นใจ ถ้าจะให้ดีก็ขอคำแนะนำที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสมัครงานในครั้งหน้า ปูทางไว้เผื่อมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่เรายังสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรต่อไป

หมั่นลับคมให้ตัวเอง Active อยู่เสมอ

          พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ใช้เวลาที่ว่างจากการรองานนี้มาสร้างเสริมประสบการณ์และทักษะอื่น ๆ ให้กับตนเอง อาจลองไปส่องหาข้อมูลว่าบริษัทในฝันของเราน่าจะต้องการคนที่มีคุณสมบัติพิเศษด้านไหนเพิ่มเติม  จะได้เทรนตัวเองให้พร้อมกับการสมัครงานครั้งต่อไปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา เรียนคอมพิวเตอร์ เรียนถ่ายภาพ หรือเพิ่มเติมวิชาชีพเฉพาะอย่างบัญชี หรืองานออกแบบ ฯลฯ แม้แต่การลองทำงานพิเศษ ทำอาชีพเสริมคั่นเวลา อาจจะได้เงินไม่มาก แต่ก็ช่วยกระตุ้นความ active ในตัวเรา ให้มีไฟในการทำงานอยู่เสมอ ทางออกมีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกทางใด เพราะทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้ทั้งนั้น

วางแผนพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง

          เมื่อมีแผนในหัวแล้วว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง ลองเขียนเป็น mind map ออกมาเลยว่าจุดดีจุดด้อยของเราคืออะไร เราจะพัฒนาจุดด้อยด้วยวิธีการใด และจะเสริมจุดเด่นให้น่าสนใจขึ้นได้อย่างไร รับรองว่าถ้าทำได้ตามที่ list ออกมา ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน

สร้างความประทับใจ ด้วยจดหมายขอบคุณ

          แม้ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือก แต่เราก็สามารถจบสวย ๆ สร้างความประทับใจทิ้งท้ายไว้ได้ ด้วยจดหมายขอบคุณผู้สัมภาษณ์งานทุกคนที่สละเวลามาสัมภาษณ์เรา ควรรีบส่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจบการสัมภาษณ์ ไม่เกิน 24 ชั่วโมงกำลังดี ใช้โอกาสนี้เน้นย้ำความสนใจต่องานในตำแหน่งที่สมัคร พร้อมบอกกล่าวสิ่งที่ต้องการบอก โดยเฉพาะประเด็นที่ยังไม่ได้พูดออกไปในขณะสัมภาษณ์งาน ไม่แน่ว่าผู้สัมภาษณ์งานอาจเก็บเราไว้พิจารณาในครั้งต่อไป หรืออาจบอกต่อแนะนำบริษัทอื่น ๆ ที่อาจเหมาะสมกับเรามากกว่าก็ได้

อัปเดตโปรไฟล์กับ jobsDB

          อีกหนึ่งตัวช่วยให้ได้งานที่ใช่จากองค์กรที่เรามองหา แทนที่เราจะเป็นฝ่ายตามหางาน ลองเปิดโอกาสให้งานตามหาตัวเราดูบ้าง ง่าย ๆ ด้วยการสร้างโปรไฟล์กับ jobsDB ด้วยระบบ Talent Search ตัวช่วยค้นหาผู้สมัครงานที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ เพื่อดึงโปรไฟล์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ โอกาสที่งานที่ใช่จะวิ่งตามหาคุณ ก็อยู่ไม่ไกล

          ข้อดีอีกอย่างของการสร้างโปรไฟล์กับ jobsDB ก็คือ ผู้สมัครงานสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดเผยข้อมูลในโปรไฟล์ของตัวเราแค่ไหน ด้วยการตั้งสถานะเป็น Standard (อนุญาติให้ดูข้อมูล) เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดในโปรไฟล์ รวมทั้งเรซูเม่ และข้อมูลการติดต่อ สถานะ Limited (จำกัดการดูข้อมูล) ให้ผู้ประกอบการเห็นโปรไฟล์ได้แค่บางส่วน ไม่สามารถเห็นข้อมูลการติดต่อ และเรซูเม่ได้ หากต้องการติดต่อเรา ผู้ประกอบการต้องติดต่อผ่านทาง jobsDB เท่านั้น และสถานะ Hidden (ไม่อนุญาติให้ดูข้อมูล) สำหรับคนที่ต้องการหยุดพักจากการหางานชั่วคราว ผู้ประกอบการจะไม่สามารถค้นหาโปรไฟล์เจอ แต่เรายังสามารถใช้โปรไฟล์นี้สมัครงานในเว็บไซต์ jobsDB ได้อยู่

          เห็นไหมล่ะว่า การถูกปฏิเสธอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป อย่างน้อยก็เป็นบทเรียนให้เรา strong ขึ้นไปอีกขั้น และถ้าคุณจัดการชีวิตตามขั้นตอนที่ jobsDB แนะนำข้างต้น คุณจะได้กลับมาพิจารณาตัวเอง แก้ไขจุดบกพร่องที่เคยมองข้าม รู้จุดเด่นและจุดด้อยอย่างถี่ถ้วน ช่วยพัฒนาศักยภาพของตัวเองจนกลายเป็นคนเก่งที่องค์กรทั้งหลายไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง

#icanbebetter

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 พฤติกรรมผู้สมัครงานที่ HR ไม่ปลื้ม

คุณมีโอกาสได้งานที่ใช่ ภายใน 1 เดือน เพียงอัปเดตโปรไฟล์กับ jobsDB