เทคนิคต่อรองเงินของเด็กจบใหม่ เจรจาอย่างไรให้ไม่โดนกดเงินเดือน

ในสัมภาษณ์งานแรกของเด็กจบใหม่ดูเหมือนเป็นศึกใหญ่ที่ต้องเผชิญในชีวิตเลยก็ว่าได้  เพราะไม่เพียงกังวลในเรื่องของการสัมภาษณ์แล้ว แต่ยังต้องคิดถึงการเจรจาต่อรองเงินเดือนอีกด้วย หลายครั้งที่เรียกเงินเดือนไปแล้วบริษัทขอลดเงินเดือนจากที่ขอไป เนื่องจากเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ แต่อย่าเพิ่งยอมตกลงง่ายๆ ลองต่อรองด้วยเทคนิคเหล่านี้ดูก่อนอาจทำให้คุณได้เงินเดือนตามที่ต้องการได้
เจรจาต่อรองเงินเดือน

  1. ทำการบ้านเกี่ยวกับตำแหน่งที่ต้องการทำมาให้ดี

            การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครเข้ามา เป็นการแสดงให้บริษัทและผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณมีความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ โดยอาจใช้การเสิร์ชหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หรือถามไถ่จากคนรู้จัก โดยควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่การทำงาน รายละเอียดบริษัท และการเปรียบเทียบข้อมูลกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อโต้แย้ง หรือคำอธิบายหากเงินเดือนที่บริษัทเสนอไม่ตรงตามที่คุณขอได้ ซึ่งถึงแม้ว่าข้อมูลที่ได้ค้นหามาอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตำแหน่ง แต่ก็ยังดีกว่าการมาสัมภาษณ์งานโดยไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งนี้มาก่อน

  1. พิจารณาเงินเดือนควบคู่ไปกับสวัสดิการ

            หลายครั้งที่บริษัทอาจเสนอเงินเดือนแรกเข้าไม่มาก แต่มีสวัสดิการระหว่างการทำงานค่อนข้างมากกว่าบริษัทอื่น โดยปกติสวัสดิการของพนักงานบริษัทจะได้รับสวัสดิการเป็นประกันสังคม ประกันกลุ่ม และค่าล่วงเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการด้านอื่นๆ เช่น ฟิตเนส ค่าทันตกรรม กองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ วันพักร้อนที่มากกว่าที่อื่น หรืออาหารเที่ยงในทุกวันพุธ เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรพิจารณาสภาพแวดล้อมในที่ทำงานว่าช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานหรือไม่ เพราะสวัสดิการและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานก็เป็นสิ่งที่จะบ่งบอกถึงความสุขในระหว่างการทำงานได้ไม่แพ้เงินเดือน ฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่องนี้เป็นอันขาด

  1. พิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถที่มีเหมาะสมกับเงินเดือนที่เรียก

            ในการสัมภาษณ์งานพบว่าคนที่สัมภาษณ์มักจะเรียกเงินเดือนที่สูงกว่าความสามารถ ทำให้เมื่อรับเข้าทำงานแล้วอาจไม่ได้งานที่ตรงกับความต้องการของทางบริษัทเท่าไหร่ ดังนั้นจึงมีการขอลดเงินเดือนที่แรกเข้าเพื่อพิจารณาความสามารถในการทำงานก่อน แล้วจึงเพิ่มให้ตามความสามารถ หรือในบางครั้งฝ่ายบุคคลก็อาจมีการให้ทำเทสต์ของแผนกก่อนเข้าทำงานเพื่อพิจารณาว่าคุณมีความสามารถตรงกับที่ทางบริษัทต้องการหรือไม่ ดังนั้นถ้าหากได้รับแบบทดสอบนั่นถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถที่ตรงประเด็น ชัดเจน ใช้เวลาน้อย รวมถึงยุติธรรมกับทั้งบริษัทและตัวคุณที่สุดแล้ว นอกจากนี้หากมีคำถามเกี่ยวกับจุดแข็ง/จุดอ่อนของตัวเอง และทักษะความสามารถที่ทำได้ก็ต้องตอบให้ตรงกับความจริง หากเป็นทักษะด้านที่ไม่ถนัดไม่ควรปฏิเสธไปว่าทำไม่ได้ แต่ควรตอบกลับในลักษณะที่ว่า “นั่นเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ และฉันตั้งใจจะพัฒนาทักษะของตนเองในด้านนี้ในอนาคต”

  1. บุคลิกภาพและการวางตัวตอนสัมภาษณ์ก็สำคัญ

            การทำงานบุคลิกภาพก็สำคัญดังนั้นในการสัมภาษณ์คุณควรจะต้องวางกิริยาท่าทางให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศสุดชิลล์หรือว่าบริษัทที่ต้องการความเป็นทางการสูงต่างก็ต้องการคนที่วางตัวในสถานการณ์สำคัญได้ดี การสร้างความประทับใจแรกถือเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะบริษัทจะเลือกรับเรา หรือไม่รับเราก็อาจตัดสินได้จากข้อนี้เลย

            ขอเป็นกำลังใจให้กับเด็กจบใหม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์งาน หากบริษัทเสนอเงินเดือนให้น้อยกว่าที่ต้องการอย่าพลาดนำเทคนิคดีๆ ทั้ง 4 ข้อที่นี้ไปต่อรองเพื่อให้ได้เงินเดือนตามที่ต้องการ แต่อาจมีข้อกำหนดในเรื่องการสร้างผลงานช่วงทดลองงาน จงทำให้เต็มความสามารถที่สุด เพราะหากผ่านช่วงทดลองงานและมีผลงานที่น่าพึงพอใจ ทางบริษัทก็อาจเพิ่มเงินเดือนให้คุณตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ รวมทั้งเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถที่แท้จริงของคุณได้อย่างชัดเจน

#ให้ก้าวแรกของการทำงานกำหนดเส้นทางชีวิตคุณ
#jobsDB

ลงทะเบียนสมัครงาน

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้งiOS และ Android โหลดเลย