ตัดค่าใช้จ่ายทางด้านทรัพยากรบุคคลแต่พลาดที่จะจัดมาตรฐานผลงาน

MH9091          จากการสำรวจบริษัทเอเชีย 130 บริษัทพบว่าแผนกทรัพยากรบุคคลยังอยู่ภายใต้ความกดดันที่มาจากการต้องการตัดค่าใช้จ่าย ถึงแม้ว่าบริษัทมีความต้องการที่จะบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลส่วนใหญ่ก็พรากที่จะสร้างมาตรฐานของการทำงานของแผนกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภายนอก

          การสำรวจที่จัดทำขึ้นโดย ฮิววิตท์ แอสโซซิเอทส์ แสดงให้เห็นว่า 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำการสำรวจไม่ได้สร้างมาตรฐานค่าใช้จ่ายของแผนกของตนกับองค์กรภายนอกอื่นๆ ซาร่า บีช หัวหน้าส่วน benefit practice ของฮิววิตท์ กล่าวว่า “ตรงนี้ (58%) ทำให้เราเห็นว่าบรรดามือโปรในส่วนของบริหารทรัพยากรบุคคลในเอเชีย ต้องรับกับแรงกดดันจากภายนอกมากมายในการลดค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่มีโอกาสหรือเวลาในการเตรียมตัวเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับผู้ประกอบการรายอื่น”

          ผู้ที่อยู่ในการสำรวจกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ได้ทำการตัดค่าใช้จ่ายหรือไม่ก็พิจารณาการตัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการบริหารทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตามมีบริษัทเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ที่ทำการตรวจสอบแผนการตัดค่าใช้จ่ายในส่วนการบริหารทรัพยากรบุคคลในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่ทำการตรวจสอบได้มีการตรวจสอบแผนการตัดค่าใช้จ่ายที่สมบูรณ์แบบ คุณบีช กล่าวอีกว่า “หนึ่งในผลการสำรวจที่น่าแปลกใจก็คือบริษัทต่างๆพยายามที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคลแต่ยังไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาเป็นตัววัดว่าวิธีการไหนดีที่สุด”

          ถึงแม้ว่าจะมีแรงกดดันให้ลดการใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคล แต่บริษัทชาวเอเชียก็จะพุ่งเป้าไปที่บางประเด็นเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นที่เป็นประเด็นหลักก็คือการควบคุมจำนวนพนักงาน ซึ่งมีผลให้การจ้างงานเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ผลสำรวจชี้ว่าจำนวน 72 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างยอมรับว่าได้เคยใช้วิธีนี้ หรือกำลังใช้วิธีนี้อยู่ในปี 2004 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งสูงขึ้นกว่าปี 2003 ที่มีบริษัทเพียง 47 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้วิธีนี้

          แผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัทชาวเอเชียพุ่งเป้าไปที่ระดับของพนักงาน ค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นประเด็นลดค่าใช้จ่าย การประหยัดพนักงาน เป็นมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายที่รู้จักกันทั่วไป โดยจากการสำรวจพบว่า จำนวน 44 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มตัวอย่างกำลังใช้มาตรการนี้อยู่ หรือพิจารณาที่จะใช้มาตรการนี้อยู่ ซึ่งจำนวนถือว่าลดลงจากปีก่อนหน้านี้ที่มีการใช้ถึง 55 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงถือว่าสูงอยู่ ซึ่งนับจากอดีตที่ผ่านมา นอกจากนี้ 47 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรยังลดค่าตอบแทนหรือเลือกที่จะขึ้นเงินเดือนเป็นกรณีเพื่อเป็นการควบคุมค่าใช้จ่าย

          น้อยกว่า 1 ใน 4 ของบริษัทชาวเอเชียที่อยู่ในกลุ่มสำรวจเลือกใช้วิธีอื่นในการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมุ่งไปที่การปรับโครงสร้างค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยสิทธิประโยชน์แบบยืดหยุ่น การทบทวนขอบเขตของสิทธิประโยชน์ และการหาสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการบริหารค่าใช้จ่ายมากขึ้น

          การลดค่าใช้จ่ายที่เลือกใช้โดยกลุ่มผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลชาวเอเชียที่มีน้อยกว่า 1 ใน 4 คือการเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ของกลุ่มให้ลดน้อยลง การปรับเปลี่ยนเงินสวัสดิการบำนาญ สิทธิประโยชน์แบบกลุ่ม หรือบริการการลงทุน การนำเทคโนโลยีมาใช้ เพิ่มระดับประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ทำงาน

          อย่างไรก็ตาม ก็มีการแนะนำให้มีความรอบคอบในการนำมาตรการลดค่าใช้จ่ายมาใช้ ซึ่งคุณบีชก็ได้อธิบายไว้ว่า “ด้วยการคาดคะเนว่ากลุ่มแรงงานที่มีฝีมือจะลดจำนวนลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่คนที่เกิดขึ้นในยุคเบบี้บูมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเริ่มเกษียณอายุ การที่จะเอาวิธีบีบให้พนักงานออกจากงานทั้งทางตรงและทางอ้อมอาจจะเป็นการมองอะไรที่สั้นเกินไป เพราะในการที่จะคงศักยภาพในการแข่งขันเอาไว้ ผู้บริหารต้องพุ่งประเด็นไปที่การรักษาศักยภาพในการแข่งขันโดยรวม และการรักษาพนักงานหลักๆ ที่จะสามารถทำให้ธุรกิจบรรลุวัตถุประสงค์ได้