Happy workplace สร้างสุขได้ง่ายให้พนักงานคุณ

การทำงานที่ออฟฟิศหลายครั้งเรามักจะโฟกัสที่เนื้องาน และระบบการทำงานที่เคร่งเครียดมากจนไม่เห็นความสำคัญของสุขภาพพนักงาน ทั้งๆ ที่สุขภาพพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อองค์กร เพราะบริษัทไม่อาจขับเคลื่อนได้โดยไม่มีพนักงาน และเมื่อพนักงานมีสุขภาพกายใจที่ดีก็ย่อมส่งผลต่องานที่ออกมาอีกด้วย

ดูแลสุขภาพพนักงาน happy workplace

ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มดำเนินนโยบายเพื่อสร้าง Happy Workplace ซึ่งไม่ใช่แค่การวางนโยบายบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำงานมาในระบบงานที่เคร่งเครียดมาก่อน การปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กรจาก Office ให้เป็น Workplace ไม่ใช่แค่การปรับไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างสุขภาพที่ดีให้กับพนักงานทุกคนทุกกลุ่มในองค์กรอีกด้วย

“สุขภาพพนักงาน” สำคัญอย่างไร

ทรัพยากรบุคคลเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากขององค์กร ในช่วงเริ่มแรกของการตกลงเข้าทำงานอาจคุยกันแค่เรื่องของค่าตอบแทนเป็นหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อทำงานไปสักพักสุขภาพกายและใจของพนักงานย่อมส่งผลกระทบต่องานที่ออกมาด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อพนักงานมีความสุขผลงานที่ออกมาย่อมดีกว่าตอนที่พนักงานไม่มีความสุขในระยะการเวลาทำงานที่เท่ากัน และสโคปงานใกล้เคียงกัน ดังนั้นสุขภาพของพนักงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของพนักงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของบริษัทอีกด้วย ทั้งนี้ องค์กรที่สังเกตเห็นลักษณะการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปของพนักงานได้อย่างรวดเร็ว ย่อมขยับปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อซัพพอร์ตการทำงานของพนักงานให้มีสุขภาพกายใจที่ดีได้เร็วขึ้นเท่านั้น และการสร้าง Happy Workplace ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพของพนักงาน

Happy Workplace คืออะไร

Happy Workplace เป็นแนวทางการสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน โดยมีแนวทางดังนี้

ส่งเสริมการออกกำลังกายพนักงาน

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพดี ซึ่งไม่เพียงแค่การทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่ยังต้องประกอบกับการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำสม่ำเสมออีกด้วย แต่ด้วยในสภาพแวดล้อมและการเดินทางที่ไม่สะดวกการออกกำลังกายก็ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เลิกงานช่วงเย็นถึงค่ำ แต่ถ้าที่ออฟฟิศมีอุปกรณ์การออกกำลังกายเพียงเท่านี้พนักงานก็สามารถออกกำลังกายได้เป็นประจำ ซึ่งการออกกำลังกายนี้ไม่เพียงแต่ช่วงส่งเสริมสุขภาพร่างกายที่ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีสุขภาพใจที่ดีด้วยเช่นกัน

– สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับการทำงาน

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการทำงานไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของบรรยากาศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย คงไม่เป็นผลหากเราออกแบบออฟฟิศให้มีบรรยากาศการทำงานที่ดี แต่พนักงานกลับไม่ได้ดื่มด่ำกับการทำงานอย่างมีสุนทรีย์และยังต้องทำงานอยู่ภายใต้ความกดดันจากรุ่นพี่หรือหัวหน้าโดยไม่มีเหตุผล ฉะนั้น การมีพื้นที่ทำงานที่เหมาะสม และการออกแบบระบบการทำงานที่ดีต่อใจย่อมสอดคล้องกันและส่งผลให้พนักงานมีความสุขในการทำงานมากยิ่งขึ้น

– ออกแบบกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ภายในองค์กร

การทำกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ภายในองค์กร เป็นการสร้างความเชื่อใจ ไว้ใจ และสร้างระบบการทำงานที่เป็นมิตร หลายบริษัทอาจใช้เพียงแค่การไป Outing นอกสถานที่ในการสร้างความสัมพันธ์ แต่บริษัทรุ่นใหม่เริ่มมีการออกแบบพื้นที่ของการเล่นเกม การสังสรรค์ พื้นที่สำหรับการพูดคุยยามว่าง หรือจัด Snack Bar ให้กับพนักงาน เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงานทุกๆ คน

การดูแลสุขภาพพนักงานไม่ใช่แค่การมีสวัสดิการที่ดีเท่านั้น แต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการทำงานก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน และไม่ใช่แค่นโยบายบริษัทเท่านั้น แต่ทุกคนในองค์กรถือเป็นผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบออฟฟิศให้น่าอยู่ เป็นที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความสุข และส่งเสริมสุขภาพกายใจที่ดีให้กับทุกคนในองค์กร