ช่วงเวลาที่ใช่สำหรับการหางานของเด็กจบใหม่

ควรเริ่มหางานเมื่อไหร่

          ปิดเทอมใหญ่แล้วทำอะไรดี? คำตอบเพียงอย่างเดียวของเด็กจบใหม่ คือ การหางาน เพราะนี่เป็นเทอมสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแล้ว จึงต้องเริ่มต้นหางานเพื่อเริ่มต้นวิถีชีวิตแบบใหม่ ไม่มีห้องเรียนให้ต้องมานั่งเรียน มีแต่ห้องทำงานที่บอกเราให้ทำงานอย่างขยันขันแข็ง คนที่คอยให้คำปรึกษาอาจไม่ใช่อาจารย์คนเดิม แต่เป็นเจ้านายที่คาดหวังให้เราทำงานสำเร็จ

          การเริ่มต้นหางานของเด็กจบใหม่ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความคาดหวังเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของตัวเอง และความคาดหวังของคนรอบข้าง หากได้งานทำเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกภาคภูมิใจ และหมดความกังวลใจมากเท่านั้น หากจะเรียกช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการแบกรับความกดดันก็ไม่ผิดมากนัก เมื่อได้งานทำจึงรู้สึกคลายกังวล

          ต้องยอมรับว่าการหางานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องอาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสม เริ่มต้นเร็วไป ก็อาจจะยังไม่ได้งาน บางคนเริ่มหางานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ แต่ก็ยังไม่ได้งานทำ เพราะยังเรียนไม่จบ จึงไม่สามารถมาทำงานให้กับนายจ้างได้ทันที แต่หากเริ่มต้นช้าไป ก็จะสู้กับคนหางานคนอื่นไม่ได้ แล้วเวลาไหนจึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการหางานของเด็กจบใหม่


โอกาสและตำแหน่งงานที่ดีมีอยู่เสมอ

          เราต้องเชื่อมั่นว่าตำแหน่งงานที่ดีมีอยู่เสมอ เพียงแต่ต้องอาศัยช่วงเวลาและจังหวะที่เหมาะสม คนที่เริ่มส่งเรซูเม่ก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะได้งานทำก่อนเสมอไป เมื่อรู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม ยังไม่ต้องรีบสมัครงาน ให้อาศัยช่วงเวลาหนึ่งเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองก่อน การหางานไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องต่อสู้และแข่งขันกับคนอื่นเป็นจำนวนมาก การที่เราออกไปแย่งชิงตำแหน่งงานในขณะที่เรายังไม่พร้อม เท่ากับว่าเรากำลังเสียเวลาเปล่า ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการหางาน เรซูเม่สมัครงานก็อาจจะไม่ได้รับการพิจารณา เพราะนายจ้างได้เลือกอ่านเรซูเม่ที่โดดเด่นกว่าของเราไปแล้ว

          การเร่งรีบหางาน เพียงเพราะต้องการให้ได้งานทำนั้น ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการหางาน แต่การสมัครงานแล้วได้ตำแหน่งงานที่ดี และตรงกับความสามารถต่างหาก ที่จะทำให้เราได้ทำงานอย่างมีความสุข การตั้งหน้าตั้งตาสมัครงาน โดยไม่มีเป้าหมาย จะยิ่งทำให้เราเกิดความกดดัน การเร่งรีบไม่ได้ทำให้เราได้งานเร็วขึ้น แต่ทำให้เราเหนื่อยมากขึ้น ถามตัวเองทุกครั้งก่อนเริ่มหางานว่าพร้อมแล้วหรือยัง จากนั้นจึงค่อยเริ่มหางานอย่างจริงจัง


เรียนจบแล้วหางานทำเลยได้ไหม

          เมื่อเรียนจบแล้ว หลายคนใช้โอกาสนี้ในการหางานทำทันที ในขณะที่บางคนให้เวลากับตัวเอง และบางคนเลือกที่จะเรียนต่อ ทางเลือกของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดการอย่างไร การที่เราเรียนจบแล้วสามารถหางานทำได้ทันที หมายความว่าเรามีความมั่นคงรอคอยเราอยู่ แต่เราก็ต้องไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป เพราะบางคนจะรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราเรียนมาหนักมากพออยู่แล้ว อยากพักผ่อนสัก 1-2 เดือนก่อน แล้วค่อยเริ่มต้นหางาน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด

          นักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเรียนจบ และเป็นบัณฑิตมาหมาด ๆ อาจจะยังไม่ต้องรีบร้อนสมัครงานมากนัก แต่ควรให้ร่างกายเราได้พักผ่อน เพราะการเรียนใน 4 ปีที่ผ่านมา กว่าเราจะเรียนจบมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ความเหนื่อยล้ายังคงมีอยู่ เราอาจจะใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อให้ร่างกายของเรามีความพร้อมมากพอ ก่อนที่จะมาคิดเรื่องหางาน

          จังหวะและโอกาสของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเริ่มต้นหางานก่อนคนอื่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้งานที่เหมาะสมกับเราเสมอไป คนทำงานบางคนใช้เวลาหลายปี กว่าจะรู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับงานประเภทไหน การเร่งรีบไปอาจไม่ส่งผลต่อการได้งานทำมากนัก แต่การที่เราเริ่มต้นช้าเกินไป ก็อาจจะเสียโอกาสดี ๆ ในการได้งานทำไปได้ ดังนั้น เราจึงควรสร้างควรสมดุลให้กับตัวเอง และต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่าพร้อมหรือยัง เพื่อให้อาชีพการทำงานของเราเริ่มต้นอย่างมีความสุข

ภาพประกอบ :  iosphere เว็บไซต์ freedigitalphotos.net 

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เด็กจบใหม่ เขามีทัศนคติอย่างไรบ้างกับการทำงาน

ทักษะในห้องเรียนก็ช่วยให้มือใหม่หางานได้