จิตวิทยาในการทำงาน ลดดราม่าหันหน้ามาคุยกัน

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พนักงานเก่งๆ หมดไฟ หมดใจกับการทำงาน หนีไม่พ้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า เพราะชีวิตการทำงานในองค์กรเราไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว ต้องคอยประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมและฝ่ายอื่นๆ เพื่อให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นอาศัยแค่ทำงานเก่งอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมในองค์กร และมีจิตวิทยาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถฝึกฝนกันได้ โดยยึดหลักการที่เรียกว่า P-S-Y-C-H-O ดังต่อไปนี้

P-S-Y-C-H-O ในการทำงาน

P = Positive Thinking…คิดบวก ไม่ใช่พวกโลกสวย

หลายครั้งที่คนคิดบวกมักโดนแซะ ถูกกระแนะกระแหนอยู่บ่อยๆ ว่าทำตัวโลกสวย ซึ่งจริงๆ แล้ว การคิดบวกเป็นจิตวิทยาในการทำงานที่สำคัญมาก เพราะการมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน จะสะท้อนออกมาผ่านผลงานที่สร้างสรรค์ ซึ่งคนที่มีทัศนคติที่ดีจะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มองโลกในแง่ดีแต่ไม่เพ้อฝันเกินความเป็นจริง เมื่อเจอปัญหาที่ยากแค่ไหนก็ไม่ย่อท้อ คิดหาทางออกและมีกำลังใจที่จะฟันฝ่าไปให้ได้ การคิดบวกทำได้ด้วยการปรับทัศนคติต่อตัวเองและคนรอบข้าง ถ้าเรายังคิดลบกับตัวเอง จะเลี่ยงการนินทาว่าร้ายคนอื่นได้อย่างไร หัดลดอคติลงบ้าง ก็จะทำให้ร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 

S = Smile ยิ้มแย้มแจ่มใส ยิ้มได้เมื่อภัยมา

ใครๆ ก็ชอบคนยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเปรียบเสมือน first impression ที่สร้างความประทับใจแรกพบที่ ทำให้คนอื่นอยากเสวนาและทำงานด้วย ตรงกันข้ามถ้ามัวแต่นั่งหน้าเครียด บึ้งตึง อาจทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ไม่กล้าคุย หรือให้ความช่วยเหลือเรา เพราะฉะนั้นจงทำงานด้วยรอยยิ้ม ยิ้มให้คนอื่นแล้วอย่าลืมยิ้มให้ตัวเองด้วย ถึงแม้บางวันจะเครียด จะเฟลกับงาน ลองสูดหายใจลึกๆ ยิ้มรับ มีสติอยู่กับปัจจุบัน พิจารณาถึงปัญหาทีละอย่างแล้วคิดหาทางแก้ไข

 Y = Yours เต็มใจช่วยเหลือกัน

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า คนทำงานที่เดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกัน มีน้ำใจคอยถามไถ่ ยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ขอร้องช่วย ช่วยงานเพื่อนด้วยความเต็มใจ ตามหลักจิตวิทยาในการทำงาน ยิ่งเราให้ใจมากเท่าไหร่ สิ่งที่จะได้รับกลับก็คือความไว้วางใจและทัศนคติที่ดีจากเพื่อนร่วมงานที่มีต่อเรา การทำงานจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยทีมเวิร์ก ร่วมผลักดันให้งานออกมาสำเร็จ 

C = Compromise สามัคคี ปรองดองไว้

ในชีวิตการทำงานไม่ได้ราบรื่นเสมอไป บ่อยครั้งในทีมเดียวกันก็มีความเห็นที่แตกต่าง จนอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ อย่างไรก็ตามการเห็นต่างไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรรับฟังความเห็นของผู้อื่น รู้จักประนีประนอม ไม่ใช้อารมณ์ในการทำงาน เพราะถ้าผิดใจกันขึ้นมาแล้ว อาจจะเป็นปัญหาในการร่วมงานในอนาคต เพราะฉะนั้นเมื่ออยู่ภายใต้องค์กรเดียวกัน ก็ควรสามัคคีปรองดองกันไว้เพื่อความเป็นปึกแผ่นขององค์กร องค์กรจะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าพนักงานทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน

H = Human Relation สร้างความสัมพันธ์ที่ดี 

การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเริ่มด้วยการทักทาย ไปมาลาไหว้ มีสัมมาคาราวะ สิ่งเหล่านี้เป็นจิตวิทยาในการทำงานง่ายๆ เพราะเป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่จะสังเกตได้ว่าพนักงานบางคนเมื่อทำงานไปสักพัก ก็เกิดความเคยชิน ไม่กล่าวทักทายเพื่อนร่วมงานคนอื่นเหมือนช่วงเริ่มทำงานแรกๆ ดังนั้นเราควรรักษาความเป็นมิตรแบบนี้ไว้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ให้สนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้อย่าจับกลุ่มอยู่กับเพื่อนร่วมงานคนเดิมๆ โดยไม่เปิดใจทำความรู้จักคนอื่นเลย ลองออกมาจาก comfort zone ของตัวเองบ้าง อาจจะทำให้ได้เพื่อนใหม่ๆ และเปิดมุมมองในการทำงานมากขึ้น

O = Oral Communication เทคนิคในการสื่อสาร

ในการทำงานจะขาดการสื่อสารไม่ได้เลย ไม่ว่าจะสื่อสารกันทางคำพูด อีเมล หรือโทรศัพท์ ถ้าเป็นเรื่องงานต้องสื่อสารให้ชัดเจนและตรงประเด็น นำเสนองานด้วยความมั่นใจ ไม่พูดวกวน หรือเอาข้อมูลเท็จมาอ้างอิง หากยังไม่ชำนาญในการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ให้ตั้งสติและเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดโดยยึดหลักง่ายๆ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ถ้านอกเหนือจากเวลางานก็คุยเป็นกันเองได้ แต่อย่าก้าวข้ามความเป็นส่วนตัวของกันและกัน รู้จักกาละเทศะว่าเวลาไหนพูดเล่นได้ เวลาไหนควรจริงจัง

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชีวิตการทำงานก็ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตในสังคมที่ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน มีมิตรจิตมิตรใจ ไม่ใช่หวังกอบโกยผลประโยชน์เพื่อตัวเองอย่างเดียว หลัก P-S-Y-C-H-O เป็นจิตวิทยาในการทำงานง่ายๆ ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพพนักงาน และผลักดันให้องค์กรขับเคลื่อนต่อไปได้ อีกทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

#คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้
#jobsDB
ลงทะเบียนเพื่อสมัครงาน